Exclusive Interview: แจ็ค จอห์นสัน ศิลปินยิ้มง่ายกับเพลงอบอุ่น และรสนิยมฟังเพลงเหลือล้ำ
แจ็ค จอห์นสัน ศิลปินอะคูสติกและนักเซิร์ฟบอร์ดระดับโลกชาวอเมริกัน เจ้าของเพลง “Better Together” ที่มียอดฟังบนสปอติฟาย (Spotify) สูงกว่า 700 ล้านครั้ง มาเยือนเมืองไทยในฐานะศิลปินแสดงปิดเทศกาลดนตรี PELUPO 2024 ที่เพิ่งจบไปเมื่อวันเสาร์ (2 มี.ค.)
พิเศษที่ครั้งนี้คือการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรกของเจ้าตัวและเริ่มต้นด้วยประเทศไทย พิเศษกว่าที่ LINE TODAY มีโอกาสได้สัมภาษณ์เอกซ์คลูซีฟตัวต่อตัวก่อนขึ้นแสดง ซึ่งยิ่งพูดคุยก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความสบาย ผ่อนคลาย อบอุ่น ไม่แพ้ดนตรีของเขาแม้แต่น้อย ซึ่งนี่อาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขายืนหนึ่งในวงการมานานมากกว่า 2 ทศวรรษ
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่มาเล่นที่ PELUPO นะคะ ได้มีโอกาสเดินดูในงานหรือยัง
- สวัสดีครับ ดีใจและตื่นเต้นที่ได้มานะครับ ผมเพิ่งเข้ามาถึงงานเลยยังไม่มีโอกาสได้เดินดูอะไรเท่าไร แต่ผมพักไม่ไกลจากที่นี่นัก เลยโชคดีมีโอกาสเที่ยวและชมเมืองนิดหน่อย ได้ไปวัดพระใหญ่ ปราสาทสัจธรรม ตลาดน้ำ และนั่งรถผ่านหลาย ๆ ที่ สนุกดีครับ
ดูเหมือนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มาเมืองไทย
- ไม่ครับ เคยมาครั้งแรกประมาณ 30 ปีที่แล้ว มาทำหนังสารคดีเกี่ยวกับเซิร์ฟบอร์ดครับ ขึ้นเรือไปถ่ายฝั่งทะเลอันดามันโน่นเลย
เป็นครั้งที่สองที่มาเยือนเมืองไทยและเป็นครั้งแรกสำหรับการทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แฟน ๆ รอกันนานเชียว
- ใช่ครับ ครั้งที่สอง และนานจริง (กลั้วยิ้ม) ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับการออกทัวร์เป็นแบบทั้งรักทั้งเกลียด ตอนออกทัวร์ก็สนุกดี แต่พอได้กลับบ้านก็รู้สึกรักบ้าน อยากอยู่บ้าน ถ้าว่ากันตรง ๆ ผมว่าผมขี้เกียจเองมากกว่า (หัวเราะ)
อะไรคือข้อดีและข้อเสียของการได้ออกทัวร์
- ข้อดีคือการได้เล่นดนตรี ได้อยู่กับเพื่อน ได้พลังบวกจากแฟน ๆ ในคอนเสิร์ต การเล่นดนตรีสดบนเวทีเป็นสิ่งที่สนุกมากสำหรับผม ส่วนข้อเสียก็คือ ทุกสายตาจะจับจ้องอยู่ที่เรา เป็นเป้าสนใจของผู้คน ซึ่งผมมองว่าตัวเองเป็นคนธรรมดา ๆ คนหนึ่ง แต่ก็ดีใจครับที่มาถึงจุดนี้ นี่ก็เพิ่งคุยกับภรรยาเลยว่าเราโชคดีมากที่ดนตรีพาให้เราได้มาทัวร์ไกลถึงประเทศไทย ทว่าพอเรากลายเป็นจุดสนใจมาก ๆ สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดก็คือการได้กลับบ้าน ได้ทำหน้าที่พ่อ พาลูกไปซ้อมฟุตบอล
เคยรู้สึกไม่ดีบ้างไหมที่กลายเป็นบุคคลสาธารณะและเป็นจุดสนใจของคนจำนวนมาก
- ไม่เท่าไรนะครับ ผมว่ามันสร้างโอกาสให้เรามากกว่า ผมโชคดีที่ไม่ได้มีชื่อเสียงถึงขั้นไม่สบายตัว อย่างคนอื่น ๆ บางทีเดินไปไหนมาไหนมีแต่คนทักทาย อยากเข้ามาใกล้ชิดจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้เลย นี่เวลาไปสนามบินยังมีคนจำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็ดีนะที่ทำให้เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร
มาถึงเรื่องดนตรีบ้าง คุณได้คอนเซปต์การทำเพลงมาจากไหน แต่ละเพลงถึงได้ฟังแล้วรู้สึกดีและผ่อนคลายมาก
- ขอบคุณครับ ผมว่าน่าจะมาจากสัญชาตญาณ หลายครั้งเวลาที่เพื่อนหรือแม้แต่คนแปลกหน้าเจอเหตุการณ์ที่ยาก ๆ ผมอยากทำอะไรที่ช่วยให้เขาสบายใจขึ้น เพราะผมก็รู้สึกแบบนั้นเวลาได้ฟังเพลงเหมือนกัน มีบางเพลงที่ฟังแล้วรู้สึกดีขึ้น รู้สึกเหมือนมีเพื่อนมาคอยปลอบอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ มีปัจจัยหลายอย่างสำหรับการแต่งเพลงขึ้นมาสักเพลง แต่ผมว่าวิธีนี้เป็นตัวของผมที่สุดแล้ว
ตอนเริ่มหัดเล่นดนตรี ผมเลือกเล่นเพลงที่ทำให้ผมรู้สึกดีและมีความสุข และส่วนมากเวลาเล่นก็จะมีคนในครอบครัวรายล้อม ทั้งคุณยาย คุณแม่ หลานสาว หลานชาย คุณป้า พวกเขาจะนั่งอยู่ด้วยกัน ฟังผมเล่นไปเรื่อย ๆ สิ่งนี้ก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะเขียนเพลงอะไร ความทรงจำดี ๆ แบบนี้จะผุดขึ้นมาในหัวผมเสมอ พอทำเพลงออกมาคนฟังก็น่าจะรับรู้อารมณ์แบบนั้นไปด้วยมั้งครับ
มีเพลงไหนที่อยากให้ทุกคนได้ฟังบ้างคะ
- อืม… ผมชอบ Go On นะ เนื้อเพลงง่าย ๆ พูดถึงคนที่เรารัก ตอนเขียนเพลงนี้ผมรู้สึกสบายใจ เขียนด้วยความสุข บางเพลงผมต้องปล้ำกับมันนานมาก ใช้เวลาเป็นเดือนสองเดือนกว่าจะเสร็จ เขียนแล้ววาง ว่างแล้วค่อยกลับมาเขียนใหม่ มีบางทีก็เขียนสองเพลงไปพร้อมกันแล้วค่อยมารวมกันเป็นหนึ่ง หรือบางเพลงไม่ได้คิดอะไรเยอะ ใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็เสร็จอย่าง Banana Pancakes เรียกว่าถ้าเขียนเพลงที่พูดถึงความรักและยิ่งอยากแหย่ให้ภรรยาขำ เพลงนั้นจะเขียนง่ายสุด ซึ่งตอนเขียนก็ไม่ได้คิดอะไรมากแต่ดันกลายเป็นหนึ่งในเพลงที่คนรู้จักมากที่สุดครับ
ได้ร่วมงานและเจอคนมีชื่อเสียงอยู่บ่อย ๆ เคยมีอาการหลงใหลได้ปลื้มคนดังบ้างมั้ย
- มีบ้างครับ แต่โชคดีที่เวลาผมเจอคนที่ตัวเองปลื้ม ส่วนใหญ่จะเป็นคนใจดีทั้งนั้น อย่างวิลลี เนลสัน เป็นคนที่น่ารักมาก นอราห์ โจนส์ ก็เป็นอีกคน ผมปลื้มเขานะ รู้จักกันมาหลายปีแล้วด้วย หวังว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน ตลกดีที่อัลบั้มแรกของเราออกมาช่วงใกล้ ๆ กันตอนปี 2001 และเคยขึ้นเวทีด้วยกันมาสองสามครั้ง ยังเคยคุยกันทีเล่นทีจริงเลยว่าอยากทำเพลงด้วยกัน ก็หวังว่าจะมีโอกาสเร็ว ๆ นี้ครับ
แล้วเบน ฮาร์เปอร์ ละคะ เป็นไงบ้าง
- เบน ฮาร์เปอร์ เป็นคนเจ๋งมาก ยอดเยี่ยมที่สุด และใจดี นี่ก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำให้ผมออกอาการปลื้มคนดังตอนเจอครั้งแรกด้วยเหมือนกัน ผมฟังเพลงเขามาตลอดและเขาดีกับผมมาก พาผมไปทัวร์ด้วยตั้งแต่ผมยังไม่คิดว่าตัวเองพร้อม ผมได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากการออกทัวร์กับเบน เรียนรู้เรื่องการอยู่บนเวทีว่าต้องมีปฏิสัมพันธ์กับคนดูอย่างไร เขาเป็นคนที่อ่อนโยนกับคนรอบข้างมาก ๆ
มีวงหรือเพลงไหนที่ฟังอยู่บ้างช่วงนี้
- Khruangbin เป็นวงที่ผมชอบมาก Hermanos Gutiérrez ก็ดีไม่แพ้กัน Unknown Mortal Orchestra ก็ชอบด้วย เพิ่งได้ดูวงเล่นสดที่ฮาวายก่อนออกทัวร์นี่เองครับ
มีอะไรฝากถึงชาว LINE TODAY และแฟนเพลงชาวไทยไหมคะ
- ขอบคุณที่ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี เมืองไทยเป็นประเทศที่สวยมาก รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่มีโอกาสได้มาเห็นสถานที่สวย ๆ และสัมผัสวัฒนธรรมของคนไทย หวังว่าผมจะมีโอกาสได้กลับมาและได้เล่นดนตรีให้คนไทยได้ดูอีกครั้ง Khob khun Krab (ขอบคุณครับ)
หลังสัมภาษณ์ เราเดินไปเวทีหลักเพื่อรอคอยการแสดงปิดงานของเขา ตลอดระยะเวลาแสดงร่วมชั่วโมงครึ่ง แจ็ค จอห์นสัน ขนเพลงดังจากอัลบั้มยุคต้น ๆ มาครบ ตั้งแต่ 4 เพลงที่กล่าวถึงในบทสัมภาษณ์ไปจนถึง “Bubble Toes”, “Banana Pancakes”, “Inaudible Melodies”, “Upside Down”, “I Got you” เป็นการสร้างอารมณ์ร่วมให้คนดูได้โดนจุดเพราะร้องตามได้คล่องปาก แถมด้วยการสร้างสัมพันธ์กับแฟน ๆ ด้วยการชวนคุยเป็นระยะ ขณะที่แซค กิลล์ มือเปียโนและแอคคอร์เดียน ก็ละจากเครื่องดนตรีมาชวนผู้ชมเต้นและร้องตามไม่ขาดตอน เป็นโชว์ที่เรียกได้ว่าสร้างความสุขและรอยยิ้มได้มากจริง ๆ
หมัดเด็ดหนีไม่พ้นเพลงปิดโชว์ “Better Together” ที่ทำให้คนทั้งงานโก่งคอร้องตามกันสุดเสียง สมศักดิ์ศรีเพลงฮิตอันดับ 1 ส่งท้ายให้ได้ฟินกันครบถ้วนทั้งแฟนเก่า แฟนใหม่ และคนที่ยังไม่ได้เป็นแฟน ~ นับเป็นการแสดงที่สร้างรอยยิ้มตั้งแต่ยังไม่เริ่มจนจบ และปัจจุบันยังหุบยิ้มไม่ลง ถึงตอนนี้หลายคนยังสงสัยตัวเองอยู่ว่า #จะหยุดยิ้มกี่โมง…
ติดตามฟังอัลบั้มใหม่ Meet the Moonlight ของแจ็ค จอห์นสัน ได้ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลง
ขอบคุณ: บริษัท ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด และ PELUPO