โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ชุมชนเภสัชกรรม มุ่งพัฒนาสูตร-ผลิตยาโมเลกุลใหม่ ตั้งเป้าปั้นรายได้แตะ 1 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 เม.ย. 2567 เวลา 13.22 น. • เผยแพร่ 19 เม.ย. 2567 เวลา 13.22 น.

ชุมชนเภสัชกรรม เดินหน้าวิจัยและพัฒนาเวชภัณฑ์ยา-ผลิตภัณฑ์สุขภาพในรูปแบบใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้แตะ 1,000 ล้านภายในปี 2568 หรือเติบโตปีละ 15% พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อน New S-Curve เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการจัดงาน CPHI South East Asia 2024 ในวันที่ 10-12 ก.ค. 67 นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันที่ 19 เมษายน 2567 ภก. สุรชัย เรืองสุขศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชุมชนเภสัชกรรม จำกัด (มหาชน) หนึ่งในผู้นำธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายเวชภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ภาพรวมมูลค่าตลาดยาในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการนำเข้า 70% (1.68 แสนล้านบาท) และผลิตขึ้นใช้เองภายในประเทศ 30% (0.72 แสนล้านบาท) โดยยังคงมีอัตราการเติบโตอยู่ปีละ 11% ซึ่งแบ่งเป็นการเติบโตในช่องทางโรงพยาบาล 15% และช่องทางร้านขายยาเติบโตปีละ 5%

ขณะที่ข้อมูล IQVIA Quarter 3/2023 ระบุถึงแนวโน้มตลาดยาภายในประเทศอุตสาหกรรมผลิตยาภายในประเทศมีการเติบโตในอัตราปีละ 11%

ทั้งนี้ จากแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมยาดังกล่าว ทางบริษัทฯ ได้วางแผนการเติบโตด้วยเป้าหมายรายได้ 1,000 ล้านในปี 2025 คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% โดยได้เตรียมความพร้อมล่วงหน้ามากกว่า 5 ปี ในการพัฒนาสูตรผลิตยาโมเลกุลใหม่ๆ ที่ให้ผลการรักษาดี มีความปลอดภัย และกำลังจะหมดสิทธิบัตรลง เพื่อเป็นการช่วยให้คนไทยเข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น และเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยสูงวัย

ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) จะเป็นสังคมที่มีประชากรอายุ 60 ปี มีจำนวนเกิน 14% ของจำนวนประชากรของประเทศ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 28% ในอีก 6 ปีข้างหน้า จึงทำให้มีความจำเป็นต้องใช้ยาโรคเรื้อรังชนิดไม่ติดต่อ (Non communicable diseases – NCDs) เพิ่มขึ้นในอัตราสูง

โดยปัจจุบัน ชุมชนเภสัชกรรม มีแบรนด์สินค้ารวมกว่า 145 รายการ และยังมียาที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาอีกเป็นจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประกอบด้วยยาสามัญและยาสามัญใหม่ เช่น

  • แบรนด์ Apixa CCP ในกลุ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือด
  • แบรนด์ Rovas ในกลุ่มยาลดไขมัน
  • แบรนด์ Amlopress, Enalapril, Apreszine ในกลุ่มลดความดัน
  • แบรนด์ Glycediab ในกลุ่มยารักษาเบาหวาน
  • รวมทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบรนด์ Bee ‘en Plus

ซึ่งแบรนด์ทั้งหมดนี้จะจัดจำหน่ายภายในประเทศเป็นหลัก โดยจะแบ่งเป็น กลุ่มโรงพยาบาล 55% และ ร้านยา 45% เช่น Health Up, Pure, iCare และร้านยากรุงเทพ เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านขายยาอยู่ที่ 4,000 แห่ง ขณะที่สัดส่วนการส่งออกยังมีน้อยกว่า 10%

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน CPHI South East Asia 2024 เพื่อถือเป็นหนึ่งในการนำเสนอศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนายาของบริษัทฯ รวมถึงเพื่อได้ร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยาไทยให้เป็น Medical Hub ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ เตรียมนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ Apixaban 2.5mg และ Apixaban 5 mg ซึ่งเป็นยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดในระบบไหลเวียน โดยเฉพาะที่หลอดเลือดสมอง โดยเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่สามารถผลิตยาชนิดนี้ขึ้นเองภายในประเทศ ไปนำเสนออีกด้วย

“อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งหวังที่จะผลิตยาที่ดี มีคุณภาพ เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสใช้ยาคุณภาพในราคาที่เหมาะสมยุติธรรม ลดการสูญเสียดุลการค้าจากการนำเข้ายาต่างประเทศ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการพัฒนาทักษะความสามารถของเภสัชกรไทยให้มีศักยภาพมากขึ้นทั้งคุณภาพ และการบริการที่เหนือกว่า ด้วยราคายุติธรรม” ภก.สุรชัย กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับงาน CPHI South East Asia 2024 งานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยา ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดขึ้นวันที่ 10 – 12 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-3 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชุมชนเภสัชกรรม มุ่งพัฒนาสูตร-ผลิตยาโมเลกุลใหม่ ตั้งเป้าปั้นรายได้แตะ 1 พันล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...