เสริมภูมิต้าน ‘โรคงูสวัด’ ลดความเสี่ยง อาการแทรกซ้อนใน ‘ผู้สูงวัย’
The Bangkok Insight
อัพเดต 24 เม.ย. 2567 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2567 เวลา 07.59 น. • The Bangkok Insightการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย กลายเป็นวาระสำคัญในระดับโลก ที่ทุกคนควรตื่นตัวถึงการส่งเสริมสุขภาวะความเป็นอยู่ และป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ที่ผู้สูงอายุควรระวัง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถานทูตอังกฤษได้จัดงาน "Reimagining UK Aging Care Event" ขึ้นมา เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลด้านสุขภาพของผู้สูงอายุ รองรับสังคมสูงวัยของไทย ซึ่ง นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ รองผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดูร ได้ให้ข้อมูลว่า ทั่วโลกมีประชากรอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 1,200 ล้านคนแล้ว และจะมีผู้สูงวัยอายุเกิน 60 ปี ครบ 2,100 ล้านคน ภายในปี 2583
ผู้สูงอายุมีความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ จากความเสื่อมของร่างกาย โดย "งูสวัด" เป็นอีกโรคหนึ่งที่ย้อนกลับมาจู่โจมร่างกายเมื่อมีอายุเพิ่มขึ้น และมีภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอลง ซึ่งความเจ็บปวดของโรคสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวัน ทั้งยังอาจกลายเป็นอาการแทรกซ้อนเรื้อรังได้
ภัยเงียบของโรคงูสวัด
โรคงูสวัด เกิดจากการฟื้นคืนชีพของไวรัส Varicella Zoster Virus (VZV) ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกาย หลังการเป็นโรคอีสุกอีใสในวัยเด็ก และสามารถจู่โจมเราได้อีกครั้ง เมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง
90% ของผู้ใหญ่ที่มีอายุเกิน 50 ปี มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยด้วยโรคนี้ จากการติดเชื้อไวรัส VZV โดยมักมีอาการไข้ขึ้น หนาวสั่น ปวดศีรษะ มีตุ่มแดงพุพอง ผื่น ปวดเมื่อย และรู้สึกเสียวแปลบที่เส้นประสาท หรือมีอาการชา แสบร้อน หรือปวดข้อที่ด้านหนึ่งของร่างกาย ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต
ทำไมงูสวัดจึงรุนแรงยิ่งขึ้นในกลุ่มผู้สูงวัย
กลุ่มที่มีความเสี่ยง และมีปัจจัยที่ทำให้โอกาสถูกเชื้อไวรัสจู่โจมได้ คือ กลุ่มผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ กลุ่มคนที่ได้รับการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ และผู้มีความเครียดสะสม
ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนสูงกว่า และอาจรุนแรงถึงขั้นสูญเสียการมองเห็น เพราะแผลตุ่มน้ำใสบนใบหน้า อาจทำให้ภาวะการมองเห็นลดลง เนื่องจากกระจกตาอักเสบ โดยพบอาการนี้ในผู้ป่วยงูสวัดราว 10-15%
บางรายอาจเกิดอาการสโตรก และเป็นโรคหัวใจ โดยพบได้ราว 1% รวมทั้งในบางราย อาจมีอาการ Post-Herpetic Neuralgia (PHN) ที่ทำให้ความเจ็บปวดยังคงอยู่อีกหลายเดือนหรือเป็นปี พบได้ 5-30%
นอกจากนี้ เชื้องูสวัดยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จนทำให้เกิดภาวะหัวใจขาดเลือดในกลุ่มผู้สูงวัยได้
งูสวัดป้องกันได้
การป้องกันโรคงูสวัดสามารถทำได้ง่าย ๆ คือ การใส่ใจดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ด้วยการนอนหลับพักผ่อนเพียงพอ แต่สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันโรค และภาวะแทรกซ้อน โดยวัคซีนนับเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมภูมิร่างกายให้แข็งแกร่ง ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคงูสวัด และอาการปวดเส้นประสาทในระยะยาว
ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ คือ วัคซีน Recombinant Zoster เป็นวัคซีนแบบเชื้อตายที่ไม่มีข้อจำกัด สามารถใช้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป รวมทั้งกลุ่มคนที่มีเงื่อนไขดังนี้
- เคยเป็นงูสวัดมาก่อน
- เคยได้รับวัคซีนงูสวัดแบบเชื้อเป็นก่อนหน้าอย่างน้อย 8 สัปดาห์
- มีภาวะสุขภาพ เช่น ภาวะไตวายเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรครูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบหรือโรคปอดเรื้อรัง
- รับประทานยากดภูมิคุ้มกันขนาดต่ำ ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
วัคซีนชนิดใหม่นี้จะต้องฉีด 2 เข็มในระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งผลการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดใหม่ พบว่า สามารถป้องกันได้สูงถึง 90% และจากการศึกษาติดตามผลระยะยาว 8-10 ปี พบว่า สามารถป้องกันโรคได้ถึง 89%
วัคซีนจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ที่ส่งผลในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยได้ในระยะยาว โดยผู้สูงวัย และกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดได้ที่โรงพยาบาล และสถาบันการแพทย์ต่าง ๆ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'โรคงูสวัด' ภัยเงียบที่วัย 50+ไม่ควรมองข้าม
- 'GSK-ศิริราช-กรมอนามัย' ดึง 'โต๋ ศักดิ์สิทธิ์' คิกออฟแคมเปญ 'งูสวัดสกัดได้'
- 'โรคงูสวัด' ภัยเงียบที่ซ่อนในตัวเรา เรื่องที่วัย 50+ ควรรู้จากโครงการ 'Gen ยัง Active 50+'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg