โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เรื่องสยองของ'อินุนากิมูระ'หมู่บ้านโหยหวนในญี่ปุ่นที่กฎหมายใช้การไม่ได้!

The Better

อัพเดต 10 มี.ค. 2567 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2567 เวลา 07.03 น. • THE BETTER

'อินุนากิมูระ' หรือหมู่บ้านอินุนากิ เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดฟุกุโอกะ มีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่คนญี่ปุ่นว่าเป็นชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยที่ดุร้าย ปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น และว่ากันว่ากินเนื้อคนด้วยซ้ำ กล่าวกันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาอินุนากิ (อินุนากิยามะ) ใกล้กับช่องเขาภูเขาอนูนากิ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบตำแหน่งที่แน่นอน

มีเรื่องเล่าขานกันในหมู่คนญี่ปุ่นว่า อินุนากิตั้งอยู่ในป่าของจังหวัดฟุกุโอกะ ทางตะวันออกของภูเขาอินูนากิ ชาวบ้านในหมู่บ้านปฏิเสธที่จะยอมรับรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ถึงขนาดที่ว่าที่ใกล้ทางเข้าหมู่บ้านมีป้ายเขียนด้วยลายมือเขียนว่า "รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นไม่มีผลบังคับใช้ที่นี่" และชื่อหมู่บ้านแปลว่า "เสียงโหยหวนของสุนัข" ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกลึกลับและน่าขนพองสยองเกล้า

ที่มาของชื่อ "หมู่บ้านหมาโหยหวน" เล่ากันว่ากาลครั้งหนึ่งมีนายพรานคนหนึ่งมาล่าสัตว์พร้อมกับสุนัขของเขา วันนั้นสุนัขเห่ามากจนนายพรานหงุดหงิดและยิงมันไป ทันที หลังจากนั้น นายพรานก็ถูกโจมตีโดยอสุรกายที่คล้ายกับมังกรดำ ทำให้นายพรานตระหนักว่าสุนัขกำลังเตือนเขาถึงอันตราย หลังจากรอดมาได้นายพรานจึงจัดพิธีไว้อาลัยให้กับสุนัข และนี่คือที่มาของชื่อหมู่บ้าน แม้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความแสนรู้ของสุนัข แต่มันชวนให้อดขนลุกไม่ได้กับชื่อ "หมาหอน"

เรื่องเล่าขานเกี่ยวหมู่บ้านนี้เริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ว่ากันว่ามีคู่รักหนุ่มสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินทางไปเมืองฮิซายามะ ในจังหวัดฟุกุโอกะ แต่เครื่องยนต์รถเกิดเสียโดยไม่คาดคิด พวกเขาลงจากรถและมุ่งหน้าขึ้นป่าเพื่อขอความช่วยเหลือ ในที่สุดพวกเขาก็เข้าไปในหมู่บ้านที่ดูเหมือนร้าง ที่หมู่บ้านนั้นเองพวกเขาพบกับชายชราที่ดูเพี้ยนๆ ซึ่งตอนแรกทำทีเป็นต้อนรับพวกเขาสู่อินุนากิ ก่อนที่จะฉวยโอกาสสังหารสองคู่รักด้วยเคียวเกี่ยวข้าว

ยังมีเรื่องเล่าอีกเรื่องเกี่ยวข้องกับหมู่บ้านนี้ เล่ากันว่ามีตู้โทรศัพท์ใกล้สะพานอินุนากิ ทุกคืนจะมีเสียงโทรศัพท์โทรมาจากหมู่บ้านอินุนากิ ใครที่เดินผ่านตู้โทรศัพท์แล้วเผลอไปรับสายนั้นจะถูกสาปและถูกส่งตัวไปที่หมู่บ้าน เหยื่อของคำสาปจะเริ่มสูญเสียการควบคุมร่างกายและจิตใจ ก่อนที่จะตายในที่สุด

ตำนานเล่าลือเหล่านี้ไม่ได้มีแค่เรื่องเหนือธรรมชาติและการฆาตกรรม แต่ยังบอกเล่าที่มาที่ไปของความประหลาดพิกลของหมู่บ้านนี้ด้วย เช่น บางเรื่องอธิบายว่า ตั้งแต่ก่อนสมัยเอโดะ (ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองของญี่ปุ่นในยุคสมัยใหม่) ชาวบ้านถูกเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรง และเป็นผลให้ปฏิเสธการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกและดำเนินชีวิตแบบพึ่งพาตัวเอง จนกระทั่งนำไปสู่การสืบพันธุ์ร่วมกันในคนหมู่เดียวกัน ในบางกรณีเชื่อกันว่าการสืบพันธุ์ในเครือตระกูลยังคงดำเนินต่อไปในหมู่บ้านแห่งนี้

บางเรื่องเล่าบอกว่าคนในหมู่บ้านนี้ต้องปกปิดตัวเองจากโลกภายนอกเพราะมีโรคระบาดร้ายแรง บ้างก็บอกว่าเพราะที่นี่เป้นแหล่งซ่องสุมของคนที่ชั่วร้ายที่สุด

บางคนเล่าว่า มีป้ายที่ทางเข้าหมู่บ้านว่า "นับจากจุดนี้เป็นต้นไป รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นจะไม่มีการบังคับใช้อีกต่อไป" บางคนถึงกับบอกว่า ป้ายเขียนไว้ว่า "นับจากจุดนี้เป็นต้นไปรัฐธรรมนูญของจักรวรรดิญี่ปุ่นจะไม่มีการบังคับใช้อีกต่อไป" นั่นหมายความว่าหมู่บ้านนี้ ไม่ได้ออกไปพบโลกภายนอกตั้งแต่ก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง

ประเด็นก็คือ ว่ากันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ปรากฏอยู่บนแผนที่ บ้างก็ว่ามันถูกลบออกจากแผนที่ สิ่งเดียวที่พอจะใช้เป็นหมุดหมายได้คือ 'อุโมงค์อินุนากิเก่า' นอกจากนี้ยังร่ำลือกันรว่า โทรศัพท์มือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ตจะแสดงผลว่า "อยู่นอกเขตให้บริการ" และจะไม่สามารถใช้งานได้ ดังนั้น แม้ว่าจะเผชิญกับอันตรายใดๆ ก็ไม่สามารถโทรหาตำรวจหรือขอความช่วยเหลือจากใครได้

เรื่องราวที่น่าสยองขวัญเหล่านี้เป็นตำนานในหมู่คนทั่วไป แต่น่าจะมีพื้นฐานมาจากเกตุการณ์สยองที่เกิดขึ้นจริงๆ ใกล้ๆ หมู่บ้าน นั่นคือ พื้นที่ของอุโมงค์อินุนากิเก่าที่มีคดีฆาตกรรมหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้จนร่ำลือกันว่ามีผีสิง เดิมทีนั้น มีอุโมงค์อยู่แล้วโดยสร้างอุโมงค์แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2492 ต่อมาอุโมงค์ใหม่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณใกล้เคียงในปี พ.ศ. 2518 อุโมงค์เก่าที่ไม่ได้ใช้กลายเป็นอันตรายเนื่องจากขาดการบำรุงรักษา เรื่องสยองเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ชายหนุ่ม 5 คนได้ลักพาตัวและทรมานคนงานในโรงงานคนหนึ่งซึ่งพวกเขาต้องการขโมยรถ และเผาเหยื่อด้วยน้ำมันเบนซินในอุโมงค์เก่า ผู้กระทำผิดถูกจับกุมและถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต และต่อมาในปี พ.ศ. 2543 ยังมีการพบศพในเขื่อนใกล้เคียงอีกด้วย ยิ่งทำให้พื้นที่นี้มีชื่อเสียงในเรื่องความน่ากลัว ต่อมายิ่งมีการเผยแพร่ประสบการณ์ 'เจอผี' ที่ถูกฆาตกรรมในอุโมงค์นี้ด้วย รวมถึงเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้มากมาย

อุโมงค์อินุนากิแห่งเก่าถูกโยงเข้ากับหมู่บ้านอินุนากิด้วยเรื่องเล่าที่ว่า ในอุโมงค์เก่าแห่งนั้นหากเข้าไปแล้วจะมีเชือกและกระป๋องติดอยู่ ถ้าคนภายนอกไปแตะต้องเชือกนั้น จะมีเสียงดังขึ้นชาวบ้านพร้อมขวานก็วิ่งออกมา บางครั้งวิ่งตามมาด้วยความเร็วสุดขีด และพูดภาษาที่ไม่สามารถเข้าใจได้ บางคนเล่าว่า เลยอุโมงค์ออกไปจะมีกับดักมากมายติดตั้งไว้ หากผู้ที่รุกล้ำเข้าไปและติดกับดัก จะถูกคนในหมู่บ้าถือขวานและเคียวออกมาฆ๋า

เรื่องน่ากลัวเกี่ยวกับหมู่บ้านอินุนากิเริ่มกลายเป็นที่สนใจของสาธารณชน โดยย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2539 เมื่อสถานีโทรทัศน์ Nippon TV ได้รับจดหมายจากบุคคลนิรนาม ซึ่งบรรยายถึงตำนานของคู่รักคู่หนึ่งที่ถูกฆาตกรรมในหมู่บ้าน และกระตุ้นให้ทีมงาน Nippon TV เยี่ยมชมสถานที่นั้น จดหมายนิรนามมีชื่อว่า "หมู่บ้านในญี่ปุ่นที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น" หลังจากนั้นเรื่องเล่าขานของหมู่บ้านอินูนากิก็เริ่มแพร่หลายทางออนไลน์เป็นครั้งแรก

คำร่ำลือบอกกันว่า "ใกล้กับอุโมงค์อินูนากิเก่า มีหมู่บ้านที่น่ากลัวแห่งหนึ่งเรียกว่า 'หมู่บ้านอินุนากิ' ซึ่งอยู่นอกเหนือขอบเขตของกฎหมาย และใครก็ตามที่เข้าไปที่นั่นจะไม่สามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้"

จากนั้น ชื่อเสียงของหมู่บ้านนี้ก็โยงเข้ากับตำนานน่ากลัวมากมาย จนกระทั่งถูกสร้างเป็นภาพยนต์เมื่อปี พ.ศ. 2562 ในชื่อ "หมู่บ้านโหยหวน" (ชื่อในภาษาญี่ปุ่นคือ อินุนากิมูระ หรือ 犬鳴村)

เมื่อมีผู้สืบสวนทางประวัติศาสตร์ก็พบว่า แต่ก่อนเคยมีหมู่บ้านที่ชื่ออินุนากิจริงๆ (บางคนเรียกว่าหมู่บ้านอินุนากิดานิ) ข้อมูลออนไลน์แสดงให้เห็นว่าหมู่บ้านนี้มีอยู่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1691 ( 4 แห่งรัชสมัยเก็นโรคุ) จนถึงค.ศ. 1889 (ปีที่ 22 ในรัชสมัยเมจิ) แต่มันร้างไปแล้ว ผู้คนในหมู่บ้านได้โยกย้ายไปที่อื่นหมด เหลือเพียงแต่ชื่อของหมู่บ้านเท่านั้น

บ้างก็ยืนยันว่าหมู่บ้านอินุนากิตัวจริงนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตำนานสยองที่ร่ำลือกันเลย

ส่วนพวกที่เชื่อในเรื่องเล่าขานของหมู่บ้านลึกลับนี้ก็บอกว่า จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครที่เข้าไปในหมู่บ้านอินุนากิแล้วจะออกมาได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่

ประเด็นก็คือถ้าไม่มีใครรอดชีวิตออกมา แล้วตำนานเล่าขานพวกนี้ได้มาจากที่ใด?

Photo - ภาพถ่ายของครูและนักเรียนในหมู่บ้านอินุนากิ (หมู่บ้านจริง) ถ่ายเมื่อปี ค.ศ. 1919 จากรายงานของกรรมการการศึกษาจังหวัดฟุกุโอกะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...