โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

เปิดคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ ‘แอชตัน อโศก’

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 เม.ย. 2567 เวลา 06.56 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 06.56 น. • The Bangkok Insight

เปิดคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่ง ยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่ไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของนิติบุคคลอาคารชุด แอชตัน อโศก ไว้พิจารณา

คดีสืบเนื่องจาก ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ อส. 67/2564 หมายเลขแดงที่ อส. 188/2566 ระหว่าง สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กับพวกรวม 16 คน ผู้ฟ้องคดี กับ ผู้อำนวยการเขตวัฒนา กับพวกรวม 5 คน ผู้ถูกฟ้องคดี บริษัท อนันดา เอ็มเอฟ เอเชีย อโศก จำกัด หรือ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ทู จำกัด ผู้ร้องสอด

แอชตัน อโศก

ทั้งนี้ ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ที่พิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา 39 ทวิ ตามแบบ กทม.6 เลขที่ 18/2558 ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558

ใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายอาคาร หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา 39 ทวิ ตามแบบ กทม.6 เลขที่ 69/2558 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 558

ใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร ตามมาตรา 39 ตรี ตามแบบ ยผ.4 เลขที่ 48/2559 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2559 ฉบับแก้ไข

ใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร ตามมาตรา 39 ตรี ตามแบบ ยผ.๔ เลขที่ 128/2560 ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือฉบับดังกล่าว ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ต่อมา ผู้ร้องในฐานะนิติบุคคลอาคารชุด แอชตัน อโศก ยื่นคำขอให้พิจารณาคดีใหม่อ้าง การที่ ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดให้เพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารฯ ตามมาตรา 39 ทวิ และใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 39 ตรี ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอดทุกฉบับ โดยมีผลย้อนหลังจนถึงวันที่ออกหนังสือดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อการจดทะเบียนอาคารชุด แอชตัน อโศก หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับห้องชุด ทำให้ผู้ร้องและเจ้าของร่วมไม่สามารถเข้าไปดูแลรักษาทรัพย์สินส่วนกลางและทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ และในกรณีที่ผู้ร้องสอด ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้โครงการอาคารชุดแอชตัน อโศก มีทางเข้า - ออก ตามที่กำหนด

ในกฎกระทรวง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) โดยผู้อำนวยการสำนักการโยธา (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) จะต้องมีคำสั่งให้ผู้ร้องและเจ้าของร่วมระงับการใช้อาคารชุด แอชตัน อโศก เนื่องจาก การก่อสร้างและเปิดใช้อาคารดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎหมายควบคุมอาคาร ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลภายนอก ผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้

นอกจากนี้ ผู้ร้องและเจ้าของร่วมเชื่อโดยสุจริตว่า การก่อสร้างอาคารดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และการอนุญาตให้ ผู้ร้องสอดใช้ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 23189 เลขที่ดิน 2161 ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย เป็นทางผ่านเข้า - ออกโครงการ แอชตัน อโศก สู่ถนนอโศกมนตรี ไม่ได้เป็นเหตุทำให้ การใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนต้องเสียไป และไม่ได้กระทบต่อการให้บริการรถไฟฟ้าและพื้นที่จอดรถบริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท

และการเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารตามมาตรา 39 ทวิ และใบรับแจ้งการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 39 ตรี ที่ออกให้แก่ผู้ร้องสอด หรือรื้อถอนอาคารชุดจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้ร้องและเจ้าของร่วมในอาคารชุด แอชตัน อโศก อย่างร้ายแรงจนยากแก่การเยียวยา และความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากผลแห่งคำพิพากษาดังกล่าว จะขยายวงกว้างออกไปมากกว่าเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ผู้ฟ้องคดีจะได้รับ กรณีจึงมีเหตุที่ผู้ร้องจะขอให้พิจารณาคดีใหม่ ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและ วิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของผู้ร้องไว้พิจารณา เนื่องจากผู้ร้องไม่ใช่ ผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีที่จะมีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ได้ตาม มาตรา 75 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ผู้ร้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองสูงสุด

ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งที่ 351/2567 วินิจฉัยว่า การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอน ใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างฯ และใบรับแจ้งการก่อสร้างฯ ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ออกให้แก่ ผู้ร้องสอด ย่อมมีผลในทางกฎหมายเพียงว่า ผู้ร้องสอดก่อสร้างและดัดแปลงอาคารชุด โครงการ แอชตัน อโศก โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องไปพิจารณาดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ต่อไป แต่ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนการจดทะเบียนอาคารชุด หนังสือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด และการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุดของโครงการ แอชตัน อโศก แต่อย่างใด

และหากข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาในภายหลังว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ใช้อำนาจดำเนินการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กับอาคารโครงการแอชตัน อโศก ก็ไม่เป็นการตัดสิทธิที่ผู้ร้องและเจ้าของร่วมจะใช้สิทธิทางศาลต่อไป กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า คำพิพากษาของศาลปกครองในคดีนี้มีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องและเจ้าของร่วมอาคารชุด โครงการแอชตัน อโศก

ดังนั้น ผู้ร้องจึงไม่ใช่บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสีย หรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีนี้ในอันที่จะมีสิทธิยื่นคำขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีปกครองนั้นใหม่ได้ ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

และเมื่อวินิจฉัยแล้วว่าผู้ร้องไม่ใช่บุคคลภายนอก ผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีนี้แล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุที่ศาลปกครองจะพิจารณาคดีนี้ใหม่ได้ตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (4) ตามอุทธรณ์ของผู้ร้องหรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป คำร้องอุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ไม่รับคำขอของผู้ร้องไว้พิจารณา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...