โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เกิดอะไรขึ้น? เมื่อหูฟังแบบมีสายกำลังกลับมาปังอีกครั้ง

BT Beartai

อัพเดต 09 ม.ค. 2565 เวลา 02.27 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. 2565 เวลา 15.06 น.
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อหูฟังแบบมีสายกำลังกลับมาปังอีกครั้ง

Apple เริ่มถอดช่องเสียบหูฟังครั้งแรกเมื่อปี 2016 กับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus หากต้องการฟังเพลงแบบมีสายจะต้องเปลี่ยนมาใช้พอร์ต Lightning หรือใช้ตัวแปลงแทน ถือว่าเป็นการเริ่มต้นสู่ยุคของหูฟังไร้สายแบบ True Wireless อย่างจริงจังด้วยการเปิดตัว AirPods แต่ดูเหมือนว่าหูฟังแบบมีสายจะเริ่มกลับมาปังอีกครั้งครับ

The Wall Street Journal รายงานว่าในยุคที่ทุกอย่างกำลังถูกจับเข้าสู่อุตสาหกรรมไร้สายก็มีเซเลบหลายคนถูกพบว่า “กลับมาใช้หูฟังแบบมีสายอีกครั้ง” อย่าง เบลล่า ฮาดีด (Bella Hadid) และ ลิลี่-โรส เด็ปป์ (Lily-Rose Depp) ทำให้กระแสการใช้หูฟังแบบมีสายเริ่มเข้ามาถึงหมู่วัยรุ่น Gen Z ด้วยเหมือนกัน (เกิดระหว่างปี 1997 – 2012)

นอกจากเรื่องเทรนด์แล้ว ผู้ใช้งาน TikTok ก็ใช้หูฟังแบบมีสายในการบันทึกคอนเทนต์ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากหูฟังแบบมีสายมีความเสถียรที่มากกว่าหูฟังไร้สาย, ราคาถูกกว่า และอีกความเชื่อหนึ่งคือป้องกันอันตรายจากคลื่นหรือรังสีที่มองไม่เห็นจากตัวหูฟังไร้สาย (โดย FDA ระบุว่าคลื่นดังกล่าวไม่เป็นอันตราย) นอกจากนี้ การใช้หูฟังแบบมีสายยังมีผลต่อใจที่ทำให้ผู้ใช้งานเหมือนได้ย้อนกลับไปในยุค “2010s Tumblr” ด้วยนะ

จริง ๆ มีการวิจัยที่น่าสนใจระบุว่า ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจตกต่ำ มนุษย์มีแนวโน้มที่จะนึกถึงหรือโหยหาอดีตที่ทำให้สบายใจ เช่น ช่วงก่อนที่โซเชียลมีเดียจะบูมเหมือนทุกวันนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีของ Gen Z ที่หลบจากความวุ่นวายต่าง ๆ

อีกหนึ่งประเด็นที่ไม่คิดเลยไม่ได้เลยเหมือนกันก็คือเรื่อง “ราคา” เนื่องจากหูฟังไร้สายแบบ True Wireless มีราคาค่อนข้างแพง และแบตเตอรี่อายุส่วนใหญ่ก็อยู่ได้ราว 2-3 ปี การใช้หูฟังแบบมีสายช่วยประหยัดเงินได้มากพอสมควร และยังอยู่ได้นานกว่าด้วย

อ้างอิง BusinessInsider, NYTimes

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...