“ซิน เคอ หยวน” แถลงข่าวครั้งแรก หลังเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม ปมเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน
"ซิน เคอ หยวน" แถลงข่าวครั้งแรกหลังเหตุการณ์ สตง.ถล่ม ชี้แจงปมเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน ยันดำเนินธุรกิจตามกฎหมายและได้มาตรฐาน ไม่ใช่บริษัทจีนเทา มีการจ่ายภาษีอย่างถูกต้อง
วันที่ 21 เมษายน 2568 เวลา 14.00 น.บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด แถลงข้อเท็จจริงกรณีเหล็กเส้นข้ออ้อยสร้างตึก สตง. ไม่ได้มาตรฐาน โดยตัวแทนฝ่ายกฎหมายบริษัทระบุว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ตึก สตง.ถล่ม ซึ่งการที่บริษัทซินเคอหยวนเพิ่งมาชี้แจง เนื่องจากหลังจากเกิดเหตุบริษัทได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากจากการที่มีการชี้นำให้สังคมเข้าใจว่า สาเหตุหลักที่ตึก สตง.ถล่ม มาจากเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งเหล็กนั้นมาจากซินเคอหยวนที่มีตราสัญลักษณ์ที่เหล็กเส้น ตราประทับ SKY
ตัวแทนบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ชี้แจงว่า "ที่บริษัทเหมือนตกเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว การที่ออกมาชี้แจงทันทีทันใด ทางบริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เกิดประโยชน์ต่อสังคม และอาจเข้าข่ายมีลักษณะเป็นการแก้ตัวรายวันได้ เพราะฉะนั้นด้วยสถานการณ์ ทราบว่าในระยะเวลาอันใกล้ข้อเท็จรริงจะค่อยๆ ปรากฏ ว่าเท็จจริงแล้วสาเหตุที่ตึก สตง.ถล่ม น่าจะมาจากส่วนอื่น เช่น แบบการก่อสร้าง วิศวกรผู้ควบคุมงาน หรือมีการลดสเปคของงาน ฯลฯ"
ตัวแทนบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างวิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหะวิทยา ได้มีการพูดในข้อต่างๆ ว่าเหล็กเส้นเป็นองค์ประกอบส่วนน้อย ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบการก่อสร้างหรือการลดสเปคของงานอย่างไร ซึ่งส่วนนี้ได้ปรากฏสู่สาธารณชนบ้างแล้ว ดังนั้นซินเคอหยวนมองว่าเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะออกมาชี้แจง เพื่อให้เห็นว่าเหล็กได้มาตรฐานอย่างไร
"บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ได้รับ BOI จากทางภาครัฐ และต่อมาได้รับอนุญาตมีมาตรฐานตาม ISO 9001 กำหนด เพราะฉะนั้นแล้วในส่วนที่มีความพยายามชี้นำให้เห็นว่า เมื่อเป็นบริษัทของคนจีนแล้ว น่าจะเป็นจีนเทาหรือเปล่า มีการพูดถึงในลักษณะที่ป็นลบ ต้องขอชี้แจงว่าบริษัท ซิน เคอ หยวน จำกัด ประกอบธุรกิจสุจริตมาโดยตลอด ปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด เราระมัดระวัง เรารู้ดียิ่งสูงยิ่งหนาว การประกอบธุรกิจยิ่งเติบโตมากขึ้นเท่าไร ความระมัดระวังตัวในการประกอบการตามกฎหมายยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น จะไม่ให้มีความผิดพลาดเรื่องมาตรฐานโดยเด็ดขาด และเหล็กของบริษัทไม่เคยได้รับการร้องเรียนเรื่องไม่ได้มาตรฐานจากตัวแทนจำหน่ายเลย"
ในประเด็นการเสียภาษีของบริษัทนั้น บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2562-2566) บริษัทจ่ายภาษีรายได้นิติบุคคล 856 ล้านบาท เพราะฉะนั้นที่มีการกล่าวอ้างว่าบริษัทมีลักษณะการประกอบธุรกิจจีนเทา ไม่เคยเสียภาษี ตรงนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับบริษัทด้วย นอกจากนี้ในส่วนของการช่วยเหลือสังคมไทยบริษัททำมาโดยตลอด เช่น ช่วงโควิด-19 บริษัทได้จัดหาหน้ากากอนามัยให้สถานศึกษาและโรงพยาบาลกว่า 20 ล้านชิ้น เป็นต้น
ตัวแทนฝ่านกฎหมายบริษัท ซิน เคอ หยวนฯ กล่าวถึงประเด็นปฏิบัติตามกฎหมายกรมโรงงานหรือไม่ ว่า ในประเด็นนี้เริ่มจากกรณีที่มีเหตุเพลิงไหม้ โดยบริษัทได้ว่าจ้างซัพพลายเออร์เข้ามาเคลื่อนย้ายถังแก๊ส ซึ่งอยู่ในรั้วโรงงาน แต่ถังแก๊สดังกล่าวอยู่นอกสายการผลิตของโรงงาน การเคลื่อนไหวดังกล่าว ด้วยความประมาทจึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น ภายหลังจากที่มีการควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของกรมโรงงานและเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดระยองลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ
ต่อมากรมโรงงานได้มีหนังสือแจ้งเตือนบริษัทให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงงาน อย่างเคร่งครัด ซึ่งทางกรมโรงงานมีหนังสือข้อสั่งการให้บริษัทปฏิบัติการแก้ไขปรับปรุงส่วนที่เกิดเพลิงไหม้ทั้งหมด 7 ข้อ ซึ่งในข้อสั่งการดังกล่าว นอกจากมีการให้แก้ไขปรับปรุงแล้ว ให้ทำรายละเอียดชี้แจง และมีวิศวกรควบคุมรับรองเอกสารดังกล่าวก่อนให้กรมโรงงานด้วย และมีคำสั่งให้บริษัทหยุดประกอบกิจการทั้งหมดเป็นการชั่วคราว (ซึ่งในส่วนที่เกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ไม่ได้อยู่ในส่วนของการผลิต) เมื่อบริษัทได้รับทราบข้อสั่งการแล้ว ก็ได้รีบปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเร่งรวด มีการปรับปรุงและมีหนังสือชี้แจงให้กรมโรงงานทราบ หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและพบมีการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ คงเหลือรายละเอียดเพียงเล็กน้อย คือ มีคำสั่งเพิ่มเมื่อ 28 มี.ค.68 ให้บริษัททำรายงานแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน แผนภูมิการผลิต และให้มีวิศวกรรับรอง ให้โรงงานทราบ
วันที่ 31 มี.ค.68 บริษัทได้ดำเนินการเรียบร้อย ระหว่างนั้นบริษัทอยู่ระหว่างการรอคำสั่งเพิ่มเติม โดยวันที่ 3 เม.ย.68 ปรากฏว่ามีหนังสือแจ้งมาเพื่ออายัดฝุ่น และ 11 เม.ย.68 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ดีเอสไอ สมอ. กรอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำหมายศาลมาเพื่อขอตรวจค้น และยึดเอกสารทั้งหมดของบริษัท ระหว่างนั้นบริษัทยังรอคำสั่งที่จะอนุญาตให้เปิดกิจการด้วย แต่ปรากฏว่ามีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น หลังช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ทราบจากทางบริษัทว่ากรมโรงงานได้ส่งหนังสือมาถึงบริษัทตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย.68 แต่ทางบริษัทเพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวันที่ 17 เม.ย.68 โดยทางกรมโรงงานมีข้อสั่งการเพิ่มในส่วนให้บริษัทพากรรมการและวิศวกรที่ทำรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการทำงานและแผนภูมิการผลิตไปชี้แจงเพิ่มเติมในวันที่ 23 เม.ย.68 เวลา 13.00 น.
"ตลอดระยะเวลาที่เกิดอุบัติเหตุจนกระทั่งปัจจุบัน บริษัทได้ปฏิบัติตามคำสั่งของกรมโรงงานมาตลอด ไม่เคยเพิกเฉย รวมทั้งไม่เคยฝ่าฝืนการปฏิบัติตามเลย ทำให้บริษัทมีความรู้สึกว่าเหมือนไม่ได้ความเป็นธรรมที่ปฏิบัติต่อบริษัท"