หมากฝรั่งเป็นแหล่งมลพิษใหม่ สร้างไมโครพลาสติกจำนวนมาก จากการทิ้งเรี่ยราดไปทั่ว
หมากฝรั่งอาจกลายเป็นแหล่งปล่อยมลพิษพลาสติกแห่งใหม่ ผู้เชี่ยวชาญชี้ส่วนผสมในหมากฝรั่งทำมาจากยางสังเคราะห์ที่มีส่วนประกอบเป็นน้ำมันที่คล้ายกับวัสดุพลาสติกที่ใช้ในยางรถยนต์
“หากคุณรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่คิดเช่นนั้น” David Jones จากภาควิชาสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์ชีวภาพแห่งมหาวิทยาลัยพอร์ตสมัธ ผู้เขียนรายงานกล่าว “ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้โฆษณาว่าหมากฝรั่งของพวกเขาทำมาจากอะไร พวกเขาเพียงแต่เลี่ยงที่จะบอกรายละเอียโดยระบุว่าเป็น ‘gum base’ ไว้ในส่วนผสม”
ทางโครงการ Wrigley Oral Health ระบุว่า ‘gum base’ คือสิ่งที่ยึดส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม และช่วยให้หมากฝรั่งมีรสชาติมากขึ้น เนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น กับมีความเหนียวน้อยลง ซึ่งฟังดูแมบจะไม่เป็นอันตราย แต่การวิเคราะห์ทางเคมีตามรายงานใหม่เผยให้เห็นว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น
งานวิจัยที่เผยแพร่บนวารสาร Analytica Chimica Acta เผยให้เห็นว่าหมากฝรั่งมีสไตรีนบิวทาไดอีน (styrene-butadiene) ซึ่งเป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่ทนทานและมักใช้ในการผลิตยางรถยนต์, มีโพลีเอทิลีน (polyethylene) พลาสติกที่ใช้ผลิตถุงและขวด กับโพลีไวนิลอะซิเตท (polyvinyl acetate) ที่ใช้ทำกาวติดไม้ รวมถึงสารให้ความหวานและแต่งกลิ่นบางชนิด
Jones ระบุว่าเมื่อประเมินตัวเลขทั้งหมดแล้วน่าจะมีการผลิตหมากฝรั่งประมาณ 1.74 ล้านล้านชิ้นต่อปีทั่วโลก และหมากฝรั่งแต่ละชิ้นมีน้ำหนักเฉลี่ย 1.4 กรัม ดังนั้นจึงหมายความว่าทั่วโลกมีหมากฝรั่งมากถึง 2.436 ล้านตันต่อปีโดย 30% ของน้ำหนักนั้นเป็น gum base หรือก็พลาสติกที่เคี้ยวได้นั่นเอง และเรามักทิ้งหมากฝรั่งกันตามทางไปทั่ว
“คนส่วนใหญ่คงเคยมีประสบการณ์โดนหมากฝรั่งที่ถูกทิ้งไว้ใต้เก้าอี้หรือบนทางเท้า แต่เช่นเดียวกับพลาสติกชนิดอื่น ๆ หมากฝรั่งสังเคราะห์เหล่านี้ไม่ย่อยสลายทางชีวภาพ และสามารถคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายปี” Jones กล่าว
ในสิ่งแวดล้อม หมากฝรั่งจะแข็ง แตกร้าว และสลายตัวไปเป็นไมโครพลาสติกโดยขั้นตอนเหล่านี้อาจใช้เวลานานหลายสิบปี ดังนั้นจึงต้องมีการทำความสะอาดเศษหมากฝรั่งที่ถูกทิ้ง เฉพาะแค่ในสหราชอาณาจักรแล้วมีการประเมินกันว่าต้องใช้เงินราว 300 ล้านบาทเพื่อจัดการกับหมากฝรั่งโดยเฉพาะ
แม้จะมีการบริจาคเงินจากผู้ผลิตหมากฝรั่งในแต่ละปีเพื่อทำความสะอาด Jones กล่าวว่าสิ่งนี้ก็เหมือนกับยการที่ผู้ผลิตพลาสติกจ่ายเงินให้คนเก็บขยะที่มาจากบริษัทของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย เช่นเดียวกันผู้คนทั่วไปเองก็ยังทิ้งหมากฝรั่งเรี่ยราดดังนั้นจำเป็นต้องมีวิธีการที่ดีกว่านี้
“เช่นเดียวกับการผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง มลพิษจากหมากฝรั่งต้องได้รับการแก้ไขจากทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การลดใช้ ทางเลือกอื่น นวัตกรรม ความรับผิดชอบของผู้ผลิต และกฎหมาย” Jones กล่าว “เราทุกคนสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากมลพิษพลาสติกได้ด้วยการเลิกนิสัยเคี้ยวหมากฝรั่ง เรียกร้องให้สภาบังคับใช้บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้นเกี่ยวกับมลพิษ”
ที่มา
https://www.sciencedirect.com/…/pii/S0003267014002724…
https://theconversation.com/chewing-gum-is-plastic…
https://phys.org/…/2025-03-gum-plastic-pollution-litter…
Photo: davidpereiras/Envato