โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

C-vitt โฟกัสเกมสื่อสารเจนZ จุดกระแสบอกต่อยกระดับสู่ทรัสต์มาร์ก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 01.58 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 01.44 น.

“ซี-วิท” เผยแผนปี’68 โฟกัสยุทธศาสตร์การสื่อสาร ชู 2 กลยุทธ์หลักเน้นง่ายเป็นกันเอง จุดกระแสบอกต่อ พร้อมยกระดับเทรดมาร์กสู่ทรัสต์มาร์ก ย้ำความเชื่อมั่นแบรนด์ หวังตอบโจทย์เจน Z สร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ ด้านสงครามการค้า-กำแพงภาษีจับตาใกล้ชิดรับมือสินค้าต่างชาติทะลัก

นายโทชิยะ มินามิ ประธาน บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มวิตามินซี “ซี-วิท” (C-vitt) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงทิศทางของบริษัทในปี 2568 นี้ว่า บริษัทจะโฟกัสสื่อสารและทำการตลาดกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เจน Z อาทิ นักเรียน, นักศึกษา เป็นหลัก เพื่อดึงคนกลุ่มนี้มาเป็นฐานลูกค้า

โดยบริษัทวางโพซิชั่นให้เจน Z เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและความสำคัญต่ออนาคตของแบรนด์ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคเจน Z ให้ความสนใจกับสินค้าสูตรน้ำตาล 0% สูงมาก เพราะกระแสความสนใจเรื่องปริมาณน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มตามเทรนด์สุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับไลน์สินค้าของบริษัท ซึ่งมีเครื่องดื่มวิตามินซี สูตรน้ำตาล 0%

ขณะเดียวกัน ซี-วิท เข้ามาทำตลาดในไทยครั้งแรกเมื่อปี 2555 หรือกว่า 13 ปีแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าเดิมมีอายุมากขึ้น

นอกจากนี้ มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกาอาจทำให้การแข่งขันสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นี้ ซึ่งสินค้าจากจีนที่ต้นทุนต่ำกว่าอาจจะไหลเข้ามาเยอะ เช่นเดียวกับสินค้าจากประเทศอื่น ๆ ขณะที่ตลาดมีการแข่งขันสูงอยู่แล้วจากคู่แข่งจำนวนมากในช่องทางทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านโชห่วย

จึงจำเป็นต้องสร้างฐานลูกค้ารุ่นใหม่ เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด ตามเป้าหมายเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องดื่มวิตามินในประเทศไทย

“แม้จะยังไม่พบเครื่องดื่มวิตามินซี หรือวิตามินต่าง ๆ รายใหญ่ จากประเทศในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่บริษัทยังมอนิเตอร์ตลาดอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเพื่อให้พร้อมรับมือ”

ปัจจัยท้าทายเข้าถึงเจน Z

นายโทชิยะกล่าวต่อไปว่า แม้ผู้บริโภคเจน Z จะสนใจเครื่องดื่มน้ำตาล 0% เป็นพื้นฐาน แต่ยังมีความท้าทายสำหรับแบรนด์ที่จะทำตลาดและสื่อสารกับผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ เพราะความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ของผู้บริโภคเจน Z เปลี่ยนแปลงไป โดยการสื่อสารแบบทางเดียวจากแบรนด์นั้นไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

ขณะเดียวกันความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ด้านสุขภาพของวิตามินซีที่เป็นจุดเด่นของสินค้านั้น เหล่าผู้บริโภคเจน Z อาจยังไม่ทราบทั้งหมด

“ในยุคนี้แบรนด์จะอยู่นิ่งไม่ได้ และจะสื่อสารด้วยเมสเสจเดียว ในรูปแบบเดียวไม่ได้ ต้องมีอะไรใหม่ ๆ ตามเทรนด์เสมอ เพราะเจน Z จะคอยมองหา และเกาะติดกระแสใหม่ ๆ อยู่เสมอ”

ยกระดับสู่ Trustmark

ดังนั้นในปี 2568 นี้ ด้านการสื่อสารบริษัทจะเน้นสร้างการบอกต่อแบบปากต่อปาก หรือ Word of Mouth ซึ่งเป็นรูปแบบการสื่อสารที่สำคัญสำหรับกลุ่มเจน Z ที่ให้น้ำหนักและความเชื่อมั่นกับการแนะนำจากเพื่อนหรือครอบครัวมากกว่าผ่านสื่อ พร้อมยกระดับ ซี-วิท ให้เป็นมากกว่าตราสินค้า หรือเทรดมาร์ก แต่เป็นตัวสะท้อนความเชื่อมั่น หรือทรัสต์มาร์ก (Trustmark) ในเรื่องสุขภาพ

โดยเน้นย้ำปัจจัยที่ทำให้ดื่มแล้วรู้สึกว่าอยากบอกต่อและแนะนำต่ออย่างความสดชื่น, ประโยชน์ด้านภูมิคุ้มกัน, ผิวพรรณ ฯลฯ รวมถึงนำเสนอการสามารถดื่มในโอกาสต่าง ๆ ทั้งการเรียน การเล่นกีฬา และอื่น ๆ แบบที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่าย และในช่องทางและรูปแบบที่กลุ่มเจน Z สนใจ เพราะผู้บริโภคเจน Z ไม่ชอบอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อนหรือเป็นวิชาการเกินไป จึงต้องสื่อสารให้ง่ายว่าดื่มเพื่ออะไร ตามแนวคิดพา ซี-วิท เข้าไปทัชในใจชาวเจน Z ในแบบที่ง่ายที่สุด

ตัวอย่าง เช่น ต้องส่งเมสเสจที่เป็นภาษาเดียวกันกับเจน Z ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคง่ายขึ้น แต่ยังทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เป็นกลุ่มเดียวกัน มีความเชื่อมโยงกัน นำไปสู่ความสนใจในแบรนด์ และการบริโภคสินค้าต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ แคมเปญร่วมกับซานริโอ ที่มีทั้งฉลากดีไซน์พิเศษ และของพรีเมี่ยมซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ เชื่อว่าจะสร้างความว้าว ในกลุ่มเจน Z ได้แน่นอน

โดยล่าสุด “ซี-วิท” ได้รับรางวัล “GEN Z TOP BRAND AWARD 2025” ซึ่งจัดโดยเว็บไซต์ BrandBuffet.in.th และการสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม ในปี 2567 ในฐานะแบรนด์อันดับ 1 ในหมวด Health & Beauty Beverage

สงครามการค้าไม่กระทบ

ประธาน บริษัท เฮ้าส์ โอสถสภา ฟู้ดส์ จำกัด ยังย้ำความเชื่อมั่นว่า สำหรับผลกระทบจากสงครามการค้านั้น บริษัทผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศจึงไม่รับผลกระทบ เช่นเดียวกับบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากธุรกิจในสหรัฐนั้นเป็นการไปตั้งกิจการผลิตเต้าหู้ในสหรัฐอเมริกาโดยตรง ได้อาศัยการนำสินค้าเข้าจากต่างประเทศ ส่วนในจีนซึ่งมีโรงงานผลิตแกงกะหรี่ในประเทศเช่นกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : C-vitt โฟกัสเกมสื่อสารเจนZ จุดกระแสบอกต่อยกระดับสู่ทรัสต์มาร์ก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...