“เห็ด” อาวุธการเมืองจีน วาระแห่งชาติมาเลย์...ไทยเมิน
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์
ได้มีโอกาสไปนั่งคุยกับ “ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล” ในวัย 70 ปี อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ดองค์การสหประชาชาติ (ระหว่างปี 2524-2548) และผู้ก่อตั้ง สถาบันอานนท์ไบโอเทค อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ซึ่งตระเวนไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องเห็ดมาทั่วโลก
ฟังแล้วรู้สึกเสียดายโอกาสอย่างมากที่ประเทศไทยมี “สุดยอดปรมาจารย์ด้านเห็ด” อยู่แท้ ๆ แต่คนไทยส่วนใหญ่กลับไม่เห็นคุณค่าของเห็ด ไม่เข้าใจองค์ความรู้เรื่องเห็ดอย่างแท้จริง
แม้แต่หน่วยงานด้านส่งเสริมการเกษตร สถาบันการศึกษาหลายแห่ง สอนแค่การทำก้อนเชื้อเห็ด จุดประสงค์เพื่อให้คนตัดดอกไปขายเป็นรายได้เสริมเท่านั้น แปรรูปไปฉีก ไปอบ ไปทอด ทำแหนมเห็ด ฯลฯ
อาจารย์อานนท์บอกว่า “เห็ดทุกชนิดมีสารสำคัญ” ที่สามารถนำไปทำเป็น “ยารักษาโรค” สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ
ยกตัวอย่าง “มหาเธร์ โมฮัมหมัด” อดีตนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ทั้งตัวมหาเธร์และภรรยา ต่างเรียนจบแพทยศาสตร์ ครั้งหนึ่งมีปัญหา “เรื่องปอด” หายใจไม่ออก จนออกไปรับแขกบ้านแขกเมืองไม่ได้ รักษาตัวเองไม่ได้ ผลสุดท้ายมีหมอพื้นเมืองเอายาแคปซูลมาให้กินไป 2 มื้อ เช้า-เย็นอีกวันหายใจสะดวก รับแขกได้
จึงให้คนไปสืบว่า ยาที่ให้กินคือยาอะไร ปรากฏว่า ยาที่กินเป็นของ “เงาะป่าซาไกฝั่งไทย” โดยเงาะป่าซาไก บอกมหาเธย์ว่า ส่วนผสมสำคัญในยาที่ให้กิน คือ “เห็ดนมเสือ” ที่อยู่ฝั่งไทย
หลังจากนั้น มหาเธย์ก็มีนโยบายตั้งเรื่อง “เห็ดนมเสือเป็นวาระแห่งชาติ” แล้วสั่งให้นักวิชาการทั่วประเทศมาเลเซียศึกษา
ปัจจุบันประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่เพาะเห็ดนมเสือส่งไปขายทั่วโลกรายใหญ่ ทั้งที่เห็ดนมเสือปลูกอยู่ในประเทศไทย ตอนนี้ไทยเริ่มเพาะเห็ดนมเสือกันมากขึ้น
จีนถือว่า“เห็ดเป็นอาวุธทางการเมือง” โดยจีนบอกว่า เห็ดเป็นอาหารที่จะเลี้ยงพลเมืองจีน 1,400 ล้านคน ได้เพียงพอ เพราะสรรพคุณทางยา และคุณค่าอาหารสูง รัฐบาลจีนจึงมีนโยบายส่งเสริมการเพาะเห็ดอย่างเป็นระบบ
“เห็ดกระดุมบราซิล” (Agaricus blazei murrill) ซึ่งมีสารประกอบบางชนิดของน้ำตาล (Polysaccharides) มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้น เหนี่ยวนำการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้น ทำให้สามารถรักษาโรคมะเร็งได้
นักวิชาการบางคนบอกต้องเห็ดแพง ๆ ถึงรักษาโรคได้ เช่น เห็ดหลินจือ เห็ดถั่งเช่า ฯลฯ เป็นความเข้าใจผิด ๆ
“เห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า” ตามตลาด มีสารโรซูวาสแตติน (rosuvastatin) ธรรมชาติ คนที่เป็นโรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง หรือ LDL ในเลือดสูง เพียงนำเห็ดนางรม เห็ดนางฟ้า สดไปลวกกิน เพียง 1 ดอก เท่ากับกินยาลดไขมัน พวกโรซูวาสแตติน 1 เม็ด ช่วยลดปริมาณไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดได้
นอกจากนี้เห็ดทุกชนิดมีสารเออร์โกสเตอรอล (ergosterol) สามารถสร้างวิตามินดี 2 ได้ เพียงนำเห็ดสดทุกชนิดไปตากแดด ให้ถูกแสงอัลตราไวโอเลต ช่วงระหว่างเวลา 10.00-14.00 น. เพียง 10 นาที จะกลายเป็นวิตามินดี 2 สูงขึ้น 4,000%
ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศปีละกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อมารักษาโรคต่าง ๆ หากนำเห็ดพื้นบ้านของไทยที่มีอยู่มาสร้างคุณค่า เราจะเลิกเป็นประเทศยากจน และรวยมหาศาลขึ้นมาได้จากเห็ด พืชเศรษฐกิจที่ทั่วโลกนำมาทำเป็นยากันมานานแล้ว