โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ่อนไหวง่ายไม่ได้แปลว่างี่เง่า ร้องไห้บ่อยไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ 4 วิธีรับมือเมื่อเป็น Highly Sensitive Person หรือคนที่มีบุคลิกภาพไวต่อสิ่งรอบตัวมากเป็นพิเศษ

Mirror Thailand

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 03.45 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 03.45 น.
ภาพไฮไลต์

หากใครรู้สึกอ่อนไหวต่อสิ่งรอบตัวได้ง่าย ไม่ว่าจะรู้สึกเศร้าเพียงเพราะเรื่องเล่าจากเพื่อน เสียใจมากเมื่อได้รับคำวิจารณ์ เซนซิทีฟกับคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ของคนอื่น อินกับหนังจนรู้สึกเหมือนเป็นตัวละครในนั้น หรือแม้แต่ไวต่อแสง สี เสียง และกลิ่น เช่น รู้สึกหงุดหงิดเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังมากๆ

บางทีคุณอาจจะไม่ใช่คนงี่เง่าไร้เหตุผลหรือคิดมากเกินไป แต่เป็น Highly Sensitive Person (HSP) หรือคนที่มีบุคลิกภาพละเอียดอ่อนสูง ซึ่งมีประสาทสัมผัสที่ไวเป็นพิเศษ ทำให้อ่อนไหวง่ายต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ มากกว่าปกติ รวมถึงรับรู้และเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างลึกซึ้ง

Highly Sensitive Person เป็นลักษณะบุคลิกภาพที่เกิดจากวิจัยของนักจิตวิทยาที่มีชื่อว่า ‘ดร. เอเลน แอรอน’ (Elaine Aron) และ ‘ดร. อาเธอร์ แอรอน’ (Dr. Arthur Aron) ซึ่งพบว่า ผู้ที่มีบุคลิกภาพเช่นนี้จะมีความไวต่อการประมวลผลข้อมูลจากประสาทสัมผัส (Sensory-Processing Sensitivity) ในระดับสูง จึงมักตอบสนองทางร่างกายและอารมณ์ต่อสิ่งเร้าทั้งภายในและภายนอกได้รุนแรงกว่าคนส่วนใหญ่

เช่นเดียวกับที่ ‘อาภาพร อุษณรัศมี’ อาจารย์ประจำแขนงวิชาจิตวิทยาพัฒนาการ คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า จากการวิจัยของ Elaine Aron บุคคลที่เป็น HSP มีลักษณะสำคัญทั้งหมด 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ความลึกในการประมวลผลข้อมูล (Depth of Processing) ความรู้สึกเหนื่อยล้าง่ายจากสิ่งที่เข้ามากระตุ้น (Easily Overstimulated) การตอบสนองทางอารมณ์ที่ไว (Emotional Reactivity) หรือเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) และสุดท้ายคือ ความรู้สึกไวต่อสิ่งเร้าแม้เพียงเล็กน้อย (Sensitivity to Subtle Stimuli)

แล้วเราจะรับมืออย่างไร หากตัวเองเป็น Highly Sensitive Person ซึ่งอ่อนไหวต่อสิ่งรอบตัว และรับรู้อารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในแง่บวกและลบ เพราะบางครั้งการมีบุคลิกภาพแบบนี้อาจนำไปสู่ความไม่สบายใจ ความตึงเครียด ความวิตกกังวล หรือความทุกข์ จนส่งผลต่อสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้าง

กำหนดขอบเขตทางอารมณ์

เนื่องจาก Highly Sensitive Person นั้นมีความสามารถในการเข้าอกเข้าใจผู้อื่นสูง และซึมซับอารมณ์ของคนอื่นได้ง่าย จึงอาจรู้สึกทุกข์ใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป เมื่อต้องเห็นคนรอบข้างเจ็บปวด หรือเครียดตามปัญหาของเพื่อน ก่อให้เกิดความรู้สึกท่วมท้นในจิตใจ

ดังนั้น การกำหนดขอบเขตทางอารมณ์ (Emotional Boundaries) จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับ HSP เพราะช่วยให้เรารู้จักจำกัดและแยกแยะได้ว่า ความรู้สึกใดเป็นความรู้สึกที่แท้จริงของเรา และอารมณ์ใดเกิดจากปัญหาของคนอื่น เพื่อไม่ให้เราซึมซับอารมณ์รอบข้างมากเกินขีดจำกัด

ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นสิ่งที่ดี แต่เราเองก็ไม่ควรให้ความใจดีนั้นย้อนกลับมากัดกินความสุขในใจของตัวเองด้วย เช่น เราสามารถรับฟังปัญหาของเพื่อนอย่างเข้าอกเข้าใจได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไหลไปตามอารมณ์ของเขา หรือรู้สึกทุกข์ใจไปกับทุกเรื่องของทุกคน เพื่อไม่ให้อารมณ์เหล่านั้นเข้ามาควบคุมและกระทบต่อด้านอื่นในชีวิต เพราะอย่าลืมว่า นั่นคือปัญหาของคนอื่น ไม่ใช่ปัญหาของเรา

สร้างความมั่นคงทางจิตใจ

Highly Sensitive Person มักรู้สึกอ่อนไหวต่อคำพูดหรือการกระทำของผู้อื่นได้ง่าย บางครั้งอาจรู้สึกเจ็บปวดแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เช่น คำพูดไม่ทันคิด หรือการหยอกล้อจากคนใกล้ตัว ดังนั้น การสร้างความมั่นคงทางจิตใจจึงเปรียบเสมือนการสร้าง ‘เกราะป้องกัน’ ช่วยให้เราสามารถคัดกรองเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ดีขึ้น

เพราะเราไม่อาจควบคุมการกระทำของผู้อื่น แต่สามารถปกป้องความรู้สึกของตัวเองได้ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวตน รู้เท่าทันความรู้สึก และมองเห็นคุณค่าของตัวเอง จะก่อให้เกิดความมั่นคงทางจิตใจ และทำให้เราไม่ไหวหวั่นไปกับคำพูดที่เคยทำร้ายจิตใจ

สังคมของเรามีความหลากหลาย แต่ละคนเติบโตมาในครอบครัวและสังคมที่แตกต่างกัน การพยายามปล่อยผ่าน ‘เรื่องเล็กน้อย’ ก็สามารถช่วยให้ชีวิต Healthy ขึ้นได้ เราไม่จำเป็นต้องเก็บทุกอย่างมาใส่ใจ หากเรื่องใดไม่ได้สลักสำคัญต่อชีวิตมากนัก ก็แค่ปล่อยให้มันผ่านไป Move On และใช้ชีวิตต่ออย่างเข้มแข็ง

เลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

แน่นอนว่า Highly Sensitive Person (HSP) มักมีความไวต่อการประมวลผลข้อมูลจากประสาทสัมผัสมากกว่าคนทั่วไป จึงรู้สึกเหนื่อยล้าได้ง่ายจากสิ่งเร้ารอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเสียงดัง แสงจ้า กลิ่นแรง หรือแม้แต่ความตึงเครียดทางอารมณ์ สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ

เพราะฉะนั้น การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับตัวเอง เช่น การเลือกอยู่ในที่เงียบสงบ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือกำหนดขอบเขตเวลาในการเข้าสังคม ก็จะช่วยให้ HSP รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายมากขึ้น ในกรณีที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่วุ่นวายหรือไม่พึงประสงค์ได้ เช่น การเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน HSP ควรวางแผนจัดสรรเวลาสำหรับพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้กลับคืนสู่สมดุล

พูดคุยปรึกษาผู้อื่น

เนื่องจาก Highly Sensitive Person มักเผชิญกับความท้าทายทางอารมณ์ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้าร่วมด้วยได้ การพูดคุยและระบายความทุกข์ใจกับคนใกล้ตัว จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางใจ และคลี่คลายปมปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้คนรอบข้างของ HSP ควรเรียนรู้ที่จะเข้าใจและยอมรับว่า บุคลิกภาพนี้ไม่ใช่ความผิดปกติ หรือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในทันที หากแต่เป็นหนึ่งในลักษณะทางอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการเติบโต

ในขณะเดียวกัน HSP เองก็จำเป็นต้องมีสติและตระหนักรู้ถึงสภาพจิตใจของตนเอง เพราะการระบายความรู้สึกที่มากเกินไป อาจทำให้ผู้ฟังรู้สึกแย่โดยไม่รู้ตัว หาก HSP เริ่มรู้สึกจัดการกับอารมณ์ความคิดของตนเองไม่ได้ จนส่งผลกระทบในแง่ลบต่อการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ การเข้ารับคำปรึกษาทางจิตวิทยากับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยดูแลสุขภาพจิตให้ดีขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งทางออกที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การเป็น Highly Sensitive Person ไม่ได้มีเพียงข้อเสียหรือจุดด้อย แต่ยังมีข้อดีที่โดดเด่นอย่างความสามารถพิเศษในการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง การเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น การมีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการสูง HSP จึงสามารถใช้ความอ่อนไหวนี้ให้กลายเป็นจุดแข็งเฉพาะตัว เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวเองและผู้อื่นได้เช่นกัน

อ้างอิง

https://www.psy.chula.ac.th/en/feature-articles/highly-sensitive-person-01/

https://www.psychologytoday.com/us/basics/highly-sensitive-person

https://www.manarom.com/blog/highly_sensitive_person.html

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...