โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดหลักฐาน ทิดสฤษดิ์ สวมวิก ยืนกอดสีกา ซ้ำพบข้อมูลทุจริต สร้างพุทธอุทยานกว่า 10 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.43 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.21 น.

เปิดหลักฐานชัด เจ้าคณะดัง ขาดจากพระ สวมวิกผม ยืนกอดสีกาเซลฟี่รูปคู่ ย้ำสัมพันธ์ฉาว ตร.เร่งเช็กเส้นเงิน จ่อขยายผลเอาผิด คดีทุจริต

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลพยานหลักฐานตามที่มีผู้ร้องเรียนส่งมายังศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เกี่ยวกับพฤติกรรมสัมพันธ์ฉาวระหว่างอดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ หรือทิดสฤษดิ์ กับเศรษฐีนีสาวใหญ่นั้น

จากการตรวจสอบพบข้อมูลสำคัญที่เชื่อได้ว่านอกเหนือจากผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงแล้วนั้น ทิดสฤษดิ์อาจกระทำผิดคดีอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตเงินของวัดด้วย

ทั้งนี้ จากหลักฐานดังกล่าวเป็นแชตข้อความสนทนาระหว่าง ทิดสฤษดิ์ กับเศรษฐีนีคนดังกล่าว ที่เชื่อว่าคบหาอยู่กินฉันสามีภรรยามานานกว่า 15 ปี เนื้อหาใจความของแชตสนทนามีการระบุข้อความบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง เช่น เรื่องการขอจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด ให้กับเศรษฐีนีคนดังกล่าวด้วย

โดยจากข้อมูลของการสืบสวนที่พบว่า อดีตเจ้าคณะอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างพุทธอุทยาน ซึ่งดำเนินการมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จนกระทั่งหลวงพ่อพัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน เกจิดังนครสวรรค์ เข้ามาช่วยบริหารจัดการต่อในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งสามารถดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จได้ในที่สุด

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลทรัพย์สินส่วนตัวของเศรษฐีนีคนดังเมืองนครสวรรค์ ที่เชื่อว่ามีสัมพันธ์ฉาวกับอดีตเจ้าคณะนั้น จากการตรวจสอบพบว่า

  • บ้านหลังใหญ่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 2 หลัง
  • รถเก๋งฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด ไฮบริด สีขาว 1 คัน
  • รถยนต์โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว 1 คัน
  • รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีดำ 1 คัน
  • สร้อยคอทองคำ สร้อยเพชร
  • แหวนเพชรอีกหลายรายการ
  • ที่ดินในพื้นที่ อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย อีก 1 แปลง ซึ่งปัจจุบันทราบว่าที่ดินผืนดังกล่าวมีการยกให้กับหมอดูชื่อดังรายหนึ่งที่ จ.ลำพูน

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับรายการทรัพย์สินของเศรษฐีนีดังกล่าวนี้ยังเป็นเพียงแค่ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับในเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า แม้พยานหลักฐานที่ผู้ร้องเรียนส่งมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่มีคลิปหรือภาพลับในลักษณะร่วมหลับนอนด้วยกัน แต่ก็มีบางภาพที่บ่งชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ที่ผิดวินัยสงฆ์ข้อร้ายแรง อาทิ ภาพหน้าจอโทรศัพท์มือถือขณะที่อดีตเจ้าคณะกำลังวิดีโอคอลพูดคุยกับเศรษฐีนีคนดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงภาพถ่ายคู่กันภายในห้องที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ซึ่งมีด้วยกันหลายภาพ

โดยภาพดังกล่าวเผยให้เห็นอดีตเจ้าคณะแต่งกายชุดฆราวาส สวมเสื้อคอปก ลายขวางสีเทาคาดชมพู และสวมใส่วิกผม อำพรางศีรษะให้เหมือนคนทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีบางภาพที่ถูกบันทึกไว้ในขณะที่อดีตเจ้าคณะถอดเสื้อ สวมเพียงแค่วิกผม ส่วนตัวเศรษฐีนีนั้นกำลังยืนกอดคอ โดยที่ตัวเขานั้นสวมใส่เพียงเสื้อกล้ามสีขาว ซึ่งภาพเหล่านี้ถูกถ่ายหรือบันทึกไว้ในอดีตตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังมีอายุไม่มากนัก

นอกจากนี้ ยังมีภาพแชตลับนัดพบเจอกันของทั้งสองอีกด้วย ซึ่งภาพหลักฐานทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นภาพจริง หรือว่าเป็นภาพตัดต่อ

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับมูลเหตุสำคัญที่นำมาสู่การเปิดโปงเรื่องฉาวนี้นั้น เนื่องจากในช่วง 1-2 ปีหลังมานี้ เศรษฐีนีคนดังกล่าวเริ่มจับได้ว่าอดีตเจ้าคณะไปติดพันสีการายใหม่ ทำให้เศรษฐีนีรายนี้ไม่พอใจ มักแสดงท่าทีออกอาการหึงหวงอย่างออกหน้าออกตา

รวมถึงนำเรื่องราวไปบอกเล่าให้กับผู้อื่นฟังด้วย จนทำให้คนรอบข้าง หรือชาวบ้านในพื้นที่เริ่มรับรู้ถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของทั้งสอง จนกระทั่งนำมาสู่การร้องเรียนขอให้ตำรวจ บก.ปปป.และศูนย์ทะนุบำรุงพุทธศาสนา บช.ก.เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหลักฐาน ทิดสฤษดิ์ สวมวิก ยืนกอดสีกา ซ้ำพบข้อมูลทุจริต สร้างพุทธอุทยานกว่า 10 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...