ไทยโดนรีดภาษี 36% “หุ้น” กลุ่มไหนได้รับผลกระทบบ้าง
บล.บัวหลวง วิเคราะห์ "หุ้น" รับผลกระทบภาษีสหรัฐฯ 36 % กดดัชนีไหลลึก 980 จุด พีอี 13.4 เท่า มองเป็นจังหวะทยอยสะสม
นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐานสายงานวิจัย บล.บัวหลวง ได้วิเคราะห์ผลกระทบที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไทยได้รับกรณีสหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36 % ดังนี้
สัดส่วนรายได้ของบจ. ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ราว 0.9% ของรายได้รวมของ SET (สำหรับ BLS coverage) ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มส่งออกอาหาร (TU ราว 39% ของรายได้ส่งออกไปสหรัฐฯ) อาหารเลี้ยงสัตว์ (ITC ราว 50%) กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA ราว 25%, KCE ราว 23%, HANA ราว 25%) กลุ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง (STA ราว 15%)/ถุงมือยาง (STGT ราว 68%)
โดยจะกระทบมากกว่าสำหรับ
1) กลุ่มที่มีภาษีนำเข้าสูงกว่าประเทศคู่แข่ง สำหรับประเทศในอาเซียนที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น อินโดฯ โดนเก็บที่ 32%, มาเลเซีย 25% และเวียดนาม 20% และภาษีทางผ่าน (Transshipment) 40% บริษัทฯ ที่มีคู่แข่งในเวียดนามที่สามารถผลิตสินค้าทดแทนกันได้มีเพียง KCE และ CCET ในขณะที่ TU และ ITC มีเพียงผู้ประกอบการรายเล็กเท่านั้น, อินโดฯ มีคู่แข่งของ STA, และมาเลเซีย มีคู่แข่งของ STGT, HANA)
2) มีสินค้าที่คุณภาพใกล้เคียงกัน/ทดแทนกันได้ ลูกค้ามี Switching cost ต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงย้ายคำสั่งซื้อได้ง่าย (order re-routing risk) เช่น สินค้าที่มีอัตรากำไรสุทธิต่ำ (<10%; low margin) อาจมีโอกาสย้ายคำสั่งซื้อได้ง่ายกว่า
หากไทยโดนเก็บภาษีที่ 36% สูงกว่ามาเลเซียและเวียดนามมาก และสูงกว่าอินโดฯ เล็กน้อย (Worst case)
(-) ประเมินผลกระทบเชิงลบชัดเจน เสี่ยงเสียยอดสั่งซื้อไปให้คู่แข่งที่เวียดนาม สำหรับทั้ง CCET และ KCE และคู่แข่งในมาเลเซีย สำหรับทั้ง HANA และ STGT
(0/-) ในขณะที่ อาจกดดันคำสั่งซื้อเล็กน้อยสำหรับ STA
(-) คาดกดดันกลุ่มนิคมฯ จากความเสี่ยง FDI ชะลอ
ประเมิน GDP growth ปี 2025 อยู่ที่ 0.9%, SET EPS อยู่ที่ 73, SET target อยู่ที่ 980 จุด (PER -1.25SD, ราว 13.4x) โดยบล.บัวหลวง มองว่าเป็นจังหวะในการทยอยสะสม
เน้น Bottom up ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ Dividend play กลุ่มธนาคาร (อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง + สูงต่อเนื่อง), Earnings play กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ทั้งน้ำตาล/เศษแก้ว หนุนมาร์จิ้นไตรมาส 2-3), Global play กลุ่มปิโตรฯ ทยอยสะสมช่วงไตรมาส 3 ก่อนฟื้นรอบใหม่ในไตรมาส 4 (Valuations ถูกใกล้เคียงกับวิกฤต คาดฟื้นตามเศรษฐกิจโลกช่วงปลายปี)