โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ไทยโดนรีดภาษี 36% “หุ้น” กลุ่มไหนได้รับผลกระทบบ้าง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.08 น.

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ "หุ้น" รับผลกระทบภาษีสหรัฐฯ 36 % กดดัชนีไหลลึก 980 จุด พีอี 13.4 เท่า มองเป็นจังหวะทยอยสะสม

นายพิริยพล คงวาณิช ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์พื้นฐานสายงานวิจัย บล.บัวหลวง ได้วิเคราะห์ผลกระทบที่บริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไทยได้รับกรณีสหรัฐฯ เก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 36 % ดังนี้

สัดส่วนรายได้ของบจ. ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ราว 0.9% ของรายได้รวมของ SET (สำหรับ BLS coverage) ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มส่งออกอาหาร (TU ราว 39% ของรายได้ส่งออกไปสหรัฐฯ) อาหารเลี้ยงสัตว์ (ITC ราว 50%) กลุ่มส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA ราว 25%, KCE ราว 23%, HANA ราว 25%) กลุ่มส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง (STA ราว 15%)/ถุงมือยาง (STGT ราว 68%)

โดยจะกระทบมากกว่าสำหรับ

1) กลุ่มที่มีภาษีนำเข้าสูงกว่าประเทศคู่แข่ง สำหรับประเทศในอาเซียนที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ เช่น อินโดฯ โดนเก็บที่ 32%, มาเลเซีย 25% และเวียดนาม 20% และภาษีทางผ่าน (Transshipment) 40% บริษัทฯ ที่มีคู่แข่งในเวียดนามที่สามารถผลิตสินค้าทดแทนกันได้มีเพียง KCE และ CCET ในขณะที่ TU และ ITC มีเพียงผู้ประกอบการรายเล็กเท่านั้น, อินโดฯ มีคู่แข่งของ STA, และมาเลเซีย มีคู่แข่งของ STGT, HANA)

2) มีสินค้าที่คุณภาพใกล้เคียงกัน/ทดแทนกันได้ ลูกค้ามี Switching cost ต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงย้ายคำสั่งซื้อได้ง่าย (order re-routing risk) เช่น สินค้าที่มีอัตรากำไรสุทธิต่ำ (<10%; low margin) อาจมีโอกาสย้ายคำสั่งซื้อได้ง่ายกว่า

หากไทยโดนเก็บภาษีที่ 36% สูงกว่ามาเลเซียและเวียดนามมาก และสูงกว่าอินโดฯ เล็กน้อย (Worst case)

(-) ประเมินผลกระทบเชิงลบชัดเจน เสี่ยงเสียยอดสั่งซื้อไปให้คู่แข่งที่เวียดนาม สำหรับทั้ง CCET และ KCE และคู่แข่งในมาเลเซีย สำหรับทั้ง HANA และ STGT

(0/-) ในขณะที่ อาจกดดันคำสั่งซื้อเล็กน้อยสำหรับ STA

(-) คาดกดดันกลุ่มนิคมฯ จากความเสี่ยง FDI ชะลอ

ประเมิน GDP growth ปี 2025 อยู่ที่ 0.9%, SET EPS อยู่ที่ 73, SET target อยู่ที่ 980 จุด (PER -1.25SD, ราว 13.4x) โดยบล.บัวหลวง มองว่าเป็นจังหวะในการทยอยสะสม

เน้น Bottom up ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ Dividend play กลุ่มธนาคาร (อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูง + สูงต่อเนื่อง), Earnings play กลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง (ต้นทุนวัตถุดิบลดลง ทั้งน้ำตาล/เศษแก้ว หนุนมาร์จิ้นไตรมาส 2-3), Global play กลุ่มปิโตรฯ ทยอยสะสมช่วงไตรมาส 3 ก่อนฟื้นรอบใหม่ในไตรมาส 4 (Valuations ถูกใกล้เคียงกับวิกฤต คาดฟื้นตามเศรษฐกิจโลกช่วงปลายปี)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...