OKJ ร่วง 17% สวนทางกำไร Q1/68 โตแรง โบรกฯ มองทั้งปี 68 ฟันกำไร 269 ลบ. โต 33% อานิสงส์แผนขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง
วันนี้ (16 พ.ค. 68) ราคาหุ้นของ OKJ หรือ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) ปรับตัวลงแรง ล่าสุดอยู่ที่ 7.25 บาท ลดลง 1.55 บาท หรือ 17.61% จากวันก่อนหน้า สวนทางกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่มีกำไรสุทธิ 63.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 62.6% จากไตรมาสก่อนหน้า
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า กำไรไตรมาส 1/68 ของ OKJ สอดคล้องกับความคาดหวังของฝ่ายวิเคราะห์และตลาด โดยการเติบโตมาจาก 1. รายได้เพิ่มขึ้น 32% จากไตรมาส 1/67 และ 2% จากไตรมาส 4/67 เป็น 713 ล้านบาท โดยหลักมาจากการ ขยายร้านเป็น 60 สาขา (41 สาขา Ohkajhu, 1 สาขา Ohkajhu Wrap & Roll และ 18 สาขา Oh! Juice) จาก 33 สาขาในไตรมาส 1/67 ซึ่งช่วยชดเชย SSSG ที่ทรงตัว
2. อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 46.7% เนื่องจากการริเริ่มด้านการจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มขึ้น 37% จากช่วงเดียวกันปีก่อน สอดคล้องกับการขยายร้าน แต่ลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงการไม่มีค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านขนาดใหญ่ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เกิดขึ้นในไตรมาสก่อน ส่งผลให้อัตรำไรสุทธิแข็งแกร่งขึ้นเป็น 9.0% (เทียบกับ 8.0% ในไตรมาส 1/57 และ 5.7% ในไตรมาส 4/67)
ขณะที่ไตรมาส 2/68 คาดจะเติบโตทั้งจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายสาขา โดยแนวโน้ม SSSG จากต้นไตรมาส 2/68 จนถึงปัจจุบันอ่อนตัวลงสู่ระดับสองหลักเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ แต่ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าการขยายสาขาจะช่วยรักษาการเติบโตของรายได้สำหรับ OKJ
โดยบริษัทวางแผนเพิ่มสาขาใหม่ 11 แห่งในไตรมาส 2/68 (3 Ohkajhu, 7 Oh! Juice และ 1 Joe Wings) และอีก 13 สาขาในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 (5 Joe Wings และ 5 Oh! Juice) การขยายนี้จะเพิ่มจำนวนสาขารวมเป็น 84 แห่งภายในสิ้นปี 2568 เพิ่มขึ้น จาก 57 แห่งในปี 2567
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 1/68 คิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรปี 2568 ของฝ่ายวิเคราะห์ที่ 269 ล้านบาท โต 33% จากปีก่อน และยังคงคาดการณ์การรเติบโตเฉลี่ยของกำไรในปี 2568-2570 ที่ 21% โดยคาดว่าการเติบโตของ OKJ ในปีนี้จะยังคงขับเคลื่อนหลักจากการขยายสาขา ซึ่งคาดว่าจำนวนร้านจะเพิ่มขึ้นจาก 57 เป็น 71 แห่งภายในสิ้นปี (ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัท)
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเพิ่มเติมจากการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ซึ่งอาจเร่งการขยายร้านและการเติบโตของกำไรมากกว่าการคาดการณ์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ OKJ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 12 บาท โดยหุ้นซื้อขายอยู่ที่ระดับ PER 20 เท่า และ PEG 0.6 เท่า ซึ่งน่าสนใจเมื่อพิจารณาจากโมเมนตัมกำไรที่แข็งแกร่งและการประเมินมูลค่า