โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'โฮเซ มูฮิกา' อดีตประธานาธิบดีอุรุกวัย ผู้ได้ฉายา ปธน.ที่ยากจนที่สุดในโลก สิ้นลมสงบ สิริอายุ 89 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2568 เวลา 11.50 น.
อดีตประธานาธิบดีโฮเซ มูฮิกา แห่งอุรุกวัย (แฟ้มภาพเอพี)

‘โฮเซ มูฮิกา’ อดีตประธานาธิบดีอุรุกวัย ผู้ได้ฉายา ปธน.ที่ยากจนที่สุดในโลก สิ้นลมสงบ สิริอายุ 89 ปี

อดีตประธานาธิบดีโฮเซ มูฮิกา ของอุรุกวัย ที่เรียกกันติดปากว่า “เปเป” ผู้ได้การยกย่องว่าเป็นประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 89 ปี โดยนายยามานดู ออร์ซี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอุรุกวัยได้ประกาศข่าวที่น่าเศร้าเสียใจนี้ด้วยการโพสต์บน X ถึงมูฮิกา ระบุว่า “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่คุณมอบให้แก่เราและสำหรับความรักอันลึกซึ้งที่คุณมีต่อประชาชนของคุณ”

อย่างไรก็ดีไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดของมูฮิกา แต่เป็นที่รับรู้ว่าเขาป่วยเป็นมะเร็งหลอดอาหารมานาน

มูฮิกา เป็นอดีตผู้นำกลุ่มกองโจรที่ปกครองอุรุกวัยระหว่างปี 2010-2015 เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “ประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก” จากการมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของเขา

จากการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแม้ในฐานะประธานาธิบดี การวิพากษ์วิจารณ์การบริโภคนิยมและการปฏิรูปสังคมที่เขาผลักดันซึ่งทำให้อุรุกวัยกลายเป็นประเทศแรกที่ทำให้การใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการเป็นสิ่งถูกกฎหมายนั้น ทำให้มูฮิกากลายเป็นบุคคลทางการเมืองที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในภูมิภาคลาตินอเมริกาและที่อื่นๆ ซึ่งความนิยมในตัวของเขาถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับประธานาธิบดีของอุรุกวัย ประเทศที่มีประชากรเพียง 3.4 ล้านคนเท่านั้น โดยผลงานที่เป็นมรดกตกทอดเขาก็ยังสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในประเทศเช่นกัน

มูฮิกาเคยบอกว่าความหลงใหลในการเมือง ตลอดจนการรักหนังสือและการทำไร่นานั้นได้รับการถ่ายทอดมาจากแม่ของเขาซึ่งเลี้ยงเขามาในครอบครัวชนชั้นกลางในมอนเตวิเดโอ อันเป็นเมืองหลวง

ในวัยหนุ่ม มูฮิกา เป็นสมาชิกพรรคเนชั่นแนล ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองแบบดั้งเดิมของอุรุกวัย ซึ่งต่อมากลายเป็นฝ่ายค้านแนวทางกลางขวา ในช่วงทศวรรษ 1960 มูฮิกาด้ร่วมจัดตั้งขบวนการปลดปล่อยแห่งชาติทูปามารอส (MLN-T) กลุ่มกองโจรฝ่ายซ้ายที่ก่อเหตุโจมตี ลักพาตัวและการประหัตประหารผู้คน แม้ว่าเขาจะยืนกรานเสมอว่าตัวเองไม่ได้ก่อการฆาตกรรมใดๆ

ภายใต้อิทธิพลของการปฏิวัติคิวบาและแนวคิดสังคมนิยมนานาชาติ กลุ่ม MLN-T ได้เริ่มรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลอุรุกวัยอย่างลับๆ ในช่วงเวลานี้เอง มูฮิกาถูกทางการจับกุม 4 ครั้ง หนึ่งในนั้นเกิดขึ้นในปี 1970 ที่เขาถูกยิง 6 นัดจนเกือบปางตาย

มูฮิกา ยังมีวีรกรรมแหกคุกถึง 2 ครั้ง หนึ่งในนั้นเป็นการหลบหนีทางอุโมงค์พร้อมกับนักโทษ MLN-T อีก 105 คน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเหตุการณ์แหกคุกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุรุกวัยเลยทีเดียว

ในระหว่างติดคุกนานกว่า 14 ปี ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 เขาถูกทรมานและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย กระทั่งได้รับการปล่อยตัวในปี 1985 เมื่ออุรุกวัยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย

ไม่กี่ปีหลังจากมูฮิกาได้รับอิสรภาพก็ได้เข้าสู่การเมืองในระบบ ทั้งเป็นส.ส.และสมาชิกวุฒิสภา ในปี 2005 มูฮิกาได้กลายเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล Frente Amplio ซึ่งเป็นแนวร่วมฝ่ายซ้ายอุรุกวัย ก่อนที่มูฮิกาจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีในปี 2010 ขณะมีอายุ 74 ปี และ มูฮิกาได้กลายมาเป็นผู้นำเคียงข้างกับประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายนิยมของประเทศอื่นๆ เช่น หลุยส์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ของบราซิล และนายฮูโก ชาเวซ อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘โฮเซ มูฮิกา’ อดีตประธานาธิบดีอุรุกวัย ผู้ได้ฉายา ปธน.ที่ยากจนที่สุดในโลก สิ้นลมสงบ สิริอายุ 89 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...