โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สคร.สั่งวายุภักษ์ลุยหุ้น รัฐวิสาหกิจเข้ายุคเทคAI

ทันหุ้น

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 00.40 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 00.20 น.

#สคร. #ทันหุ้น – ผอ.สคร. ให้กองทุนวายุภักษ์เน้นพอร์ตหุ้นสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ชี้เป็นผลดีต่อตลาดทุน ตั้งเป้ารัฐวิสาหกิจเบิกจ่าย 2.6 แสนล้านบาท เปิดนโยบายเน้นรัฐวิสาหกิจรับมือแข่งขัน มุ่งเน้นนำเทคโนโลยี และ AI ช่วยดำเนินงาน ควบคู่ ESG มั่นใจปีนี้รัฐวิสาหกิจส่งเงินเข้าคลังดีต่อเนื่อง ชูสลาก ท่องเที่ยว แบงก์ ดี เปิดแผนขายหุ้นเฉพาะที่ไม่จำเป็น ย้ำกอด 16 หุ้นใหญ่ยุทธศาสตร์

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้สัมภาษณ์ “ทันหุ้น” ว่า นโยบายและทิศทางการดำเนินงานของ สคร. เน้นบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายให้รัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายงบลงทุน 260,000 ล้านบาท ให้ได้ 95% และให้รัฐวิสาหกิจปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะต้องมุ่งเน้น การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และ AI มาช่วยในการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน โดยเฉพาะในสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ต้องใช้ AI และ Data ในการประเมินความเสี่ยงและให้สินเชื่อ ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และไม่ถูกกีดกันทางการค้าในอนาคต

สคร.ได้หารือกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และปรับตัวให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล โดยการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าให้มีต้นทุนที่ถูกลง นอกจากนี้ยังสนับสนุนการลงทุนโครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมในการลงทุน เช่น โครงการจัดซื้อน้ำประปาของ อบจ. ภูเก็ต และปทุมธานี ส่วนโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยมีขั้นตอนและรายละเอียดที่ต้องดำเนินการต่อไป

@วายุภักษ์ลุยหุ้นเพิ่ม

สำหรับการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ เป็นหนึ่งในหลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ มองว่า กองทุนจะต้องเพิ่มความเสี่ยงในการลงทุน โดยหันมาลงทุนในตราสารทุนเพิ่มขึ้น เพื่อให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า จากเดิมช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนการลงทุนเฉลี่ยที่ 3.75% เนื่องจากลงทุนในตราสารประเภทหุ้นกู้เป็นหลัก อย่างไรก็ดีกองทุนจะต้องให้น้ำหนักระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่จะมีต่อกองทุนให้อยู่ในจุดสมดุลด้วย

“ใน 10 ปีที่ผ่านมา การบริหารกองทุนวายุภักษ์ของบลจ.ค่อนข้างอนุรักษนิยม คือ มีหุ้นกู้เยอะหน่อย แต่ต่อไป เมื่อเรามีเป้าหมายที่สูง เราอาจลงทุนในหุ้นทุนสามัญที่มีผลตอบแทนมากขึ้น แต่ต้องให้น้ำหนักระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยงที่จะเยอะขึ้น แต่ต้องอยู่ในจุดสมดุล เรามีการันตีผลตอบแทนที่ 3% สูงสุดที่ 9% คิดว่า 3% ไม่น่าห่วง แต่ถ้าเอาเป็น 9% ต้องบริหารความเสี่ยงให้มากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดทุนด้วย”

@ท่องเที่ยว-แบงก์ไปได้ดี

นายธิบดี ประเมิน ทิศทางรัฐวิสาหกิจปีนี้ว่า กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะได้อานิสงส์จากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องฮับการบินจะดีต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ส่วนกลุ่มสถาบันการเงินนั้น แม้ทิศทางของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะต่ำลง แต่อัตราการเติบโตของธุรกิจยังไปได้ดี โดยเฉพาะได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายแก้หนี้ “คุณสู้ เราช่วย” ของรัฐบาลที่จะทำให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้มากขึ้น

“ปีที่แล้ว กลุ่มแบงก์ส่วนต่างดอกเบี้ยลด แต่ก็ยังกำไรมาก เช่น ออมสิน, ธอส. ส่วนสลากกินแบ่งก็นำส่งรายได้สูงสุด ส่วนภาคพลังงาน เช่น ปตท. ไฟฟ้า ก็นำส่งรายได้สูงหมด ส่วนผลการนำส่งรายได้ในปีนี้นั้น คิดว่า ไม่ต่ำกว่าเดิม แต่ต้องบอกว่า เรามีเงินบางส่วนที่นำไปใช้ในการเพิ่มทุนการบินไทย 2.1 หมื่นล้านบาท ก็คาดว่า จะนำส่งคลัง 1.7-1.8 แสนล้านบาท”

@ ย้ำไม่ขาย 16 หุ้นใหญ่

สำหรับนโยบายการขายหุ้นที่คลังถือหุ้นอยู่ สคร. ยืนยันว่า ไม่ได้มีนโยบายขายหุ้นรัฐวิสาหกิจทั้งหมด แต่จะพิจารณาจำหน่ายหุ้นในส่วนที่ไม่จำเป็นต่อภารกิจและไม่มีผลตอบแทนเชิงกลยุทธ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การขายหุ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากความต้องการใช้เงินของกระทรวงการคลัง แต่เป็นไปเพื่อการบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหลักทรัพย์ประมาณ 115 แห่ง ในจำนวนนี้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 33 แห่ง ไม่นับรวมรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก 16 แห่ง เช่น AOT หรือ PTT ซึ่งในส่วนนี้จะไม่ถูกขาย เพราะเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง และเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้

“อยากให้สบายใจว่า คลังไม่ได้ทำธุรกิจ เราเป็นลงทุนระยะยาว ก็มาดูว่า ส่วนไหนมีภารกิจลงทุนเพื่อกลยุทธ์ ส่วนไหนที่ไม่ใช่เราไม่จำเป็นก็จะจำหน่ายออกไป ไม่ใช่ว่า คลังอยากจำหน่ายเพราะต้องการใช้เงิน ไม่จริง จะเห็นว่า ในปีที่แล้ว เรานำส่งคลังสูงสุดในรอบกว่า 20 ปี จำนวน 2.2 แสนล้านบาท”

ทั้งนี้ สำหรับกลยุทธ์ในการตัดขายหลักทรัพย์นั้น สิ่งสำคัญ คือ ดูราคาและระยะเวลาที่เหมาะสม โดยเราอาจใช้เทคนิคการเข้าไปเสนอขายรวมกับผู้ถือหุ้นรายอื่น เพื่อให้มีสัดส่วนการขายหุ้นที่ใหญ่มากขึ้น เช่น รวมแล้วสามารถขายหุ้นออกไปได้ราว 10-15% ก็จะสามารถทำราคาได้ดีขึ้น เป็นต้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...