AWC ทุ่ม1.4 พันลบ.ปั้น “Jurassic World: The Experience” เติมทราฟฟิก “เอเชียทีค”
AWC เพิ่มลูกเล่นใหม่ “Jurassic World: The Experience” เติมพื้นที่ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” เคาะราคาต่ำกว่า “พัน” ดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเติมทราฟฟิก 10-20% คาดเปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2568
นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AWC มีเป้าหมายสร้างโมเดลการท่องเที่ยวระยะยาว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญดิสนีย์เข้ามาจัด“Disney100 Village at Asiatique” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมาก
จากความสำเร็จนั้น AWC มองว่า เอเชียทีค ต้องสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นจากคาแรกเตอร์ที่มีแฟนคลับครอบคลุมทั่วโลกและทุกช่วงอายุนั่นก็คือ“Jurassic World” ที่มีฐานแฟนคลับกว้างเข้ามาเติม เอเชียทีค เพื่อโปรโมทท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา
โดยร่วมงานกับ Universal Destinations & Experiences และ NEON ผู้ถือไลเซนส์ Jurassic World และเป็นคนสร้างJurassic World: The Experience Show ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แต่ครั้งนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นครั้งแรกที่ Jurassic World ออกนอก “ธีมพาร์ค”
สำหรับโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ระยะยาว 5 ปีซึ่งจะต่อเนื่องไปอีก 3 เฟส โดยในเฟสแรกมีพื้นที่การพัฒนารวมทั้งหมดกว่า 10,000 ตารางเมตร โดยมีJurassic World: The Experience ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ที่เหลือเป็นพื้นที่ร้านอาหาร รีเทล และพื้นที่ sustainable Journey เพื่อไปสู่ Better future และจะต่อเนื่องไปถึง“ไข่ไดโนเสาร์” ที่จะเป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยา งบลงทุน1,400 ล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี2568
“หลังจากเฟสแรกเราเตรียมตัวขยายต่อในส่วนของ Extension เราอยากสร้างโมเดลท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เป็นประสบการณ์พิเศษๆให้กับคนจากทั่วโลก ตอนนี้เราพยายามทำแพกเกจตั๋วให้มีราคาที่หลากหลายและพยายามทำราคาให้ต่ำกว่า 1000 บาทเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และทำให้เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมา”
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าในช่วงก่อนโควิด เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีทราฟฟิกช่วงวีคเดย์ราว ๆ 3 หมื่นคน และวีคเอนด์ราว ๆ 5หมื่นคน ซึ่งปัจจุบัน เอเชียทีค มีทราฟฟิกราว ๆ 80% จากช่วงก่อนโควิดและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจาก Jurassic World เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มทราฟฟิกราวๆ10-20%
“เราเชื่อว่าต่อไป Jurassic World จะเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ไม่ใช่แค่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียแต่เป็นทั่วโลกอยากเดินทางมาเมืองไทย ที่นี่จะเป็นโมเดลที่ AWC จะใช้สร้าง Commercial Properties เพื่อให้ AWC เป็น Lifestyle destination ที่แตกต่างจากรีเทลทั่วไปที่เน้น Shop แต่ของเราเป็นการBuild community ที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเยี่ยมและมา Enjoy F&b และเอนเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ
ตามแผนที่วางไว้ของเอเชียทีคที่นี่เราจะมีหลายๆเฟสของเอเชียทีคอยู่แล้วมูลค่าการลงทุนอาจจะเป็นหมื่นล้านบาทภายใน 5 ปี และเราก็จะยังมีอีก 2 โครงการใหญ่ในบริเวณใกล้ๆกัน ซึ่งในอนาคตเราก็จะมีการ Build community ให้เป็น destination ที่แตกต่างและหลากหลาย”