โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AWC ทุ่ม1.4 พันลบ.ปั้น “Jurassic World: The Experience” เติมทราฟฟิก “เอเชียทีค”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 10.37 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 03.37 น.

AWC เพิ่มลูกเล่นใหม่ “Jurassic World: The Experience” เติมพื้นที่ “เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” เคาะราคาต่ำกว่า “พัน” ดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเติมทราฟฟิก 10-20% คาดเปิดบริการไตรมาส 2 ปี 2568

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า AWC มีเป้าหมายสร้างโมเดลการท่องเที่ยวระยะยาว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เชิญดิสนีย์เข้ามาจัด“Disney100 Village at Asiatique” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างมาก

จากความสำเร็จนั้น AWC มองว่า เอเชียทีค ต้องสร้างประสบการณ์ที่ตื่นเต้นจากคาแรกเตอร์ที่มีแฟนคลับครอบคลุมทั่วโลกและทุกช่วงอายุนั่นก็คือ“Jurassic World” ที่มีฐานแฟนคลับกว้างเข้ามาเติม เอเชียทีค เพื่อโปรโมทท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา

โดยร่วมงานกับ Universal Destinations & Experiences และ NEON ผู้ถือไลเซนส์ Jurassic World และเป็นคนสร้างJurassic World: The Experience Show ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก แต่ครั้งนี้เป็นเวอร์ชั่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นครั้งแรกที่ Jurassic World ออกนอก “ธีมพาร์ค”

สำหรับโปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ระยะยาว 5 ปีซึ่งจะต่อเนื่องไปอีก 3 เฟส โดยในเฟสแรกมีพื้นที่การพัฒนารวมทั้งหมดกว่า 10,000 ตารางเมตร โดยมีJurassic World: The Experience ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ที่เหลือเป็นพื้นที่ร้านอาหาร รีเทล และพื้นที่ sustainable Journey เพื่อไปสู่ Better future และจะต่อเนื่องไปถึง“ไข่ไดโนเสาร์” ที่จะเป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำเจ้าพระยา งบลงทุน1,400 ล้านบาท เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 2 ปี2568

“หลังจากเฟสแรกเราเตรียมตัวขยายต่อในส่วนของ Extension เราอยากสร้างโมเดลท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่เป็นประสบการณ์พิเศษๆให้กับคนจากทั่วโลก ตอนนี้เราพยายามทำแพกเกจตั๋วให้มีราคาที่หลากหลายและพยายามทำราคาให้ต่ำกว่า 1000 บาทเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และทำให้เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพที่นักท่องเที่ยวต่างชาติอยากมา”

Jurassic World: The Experience

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่าในช่วงก่อนโควิด เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น มีทราฟฟิกช่วงวีคเดย์ราว ๆ 3 หมื่นคน และวีคเอนด์ราว ๆ 5หมื่นคน ซึ่งปัจจุบัน เอเชียทีค มีทราฟฟิกราว ๆ 80% จากช่วงก่อนโควิดและเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังจาก Jurassic World เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มทราฟฟิกราวๆ10-20%

“เราเชื่อว่าต่อไป Jurassic World จะเป็นประสบการณ์หนึ่งที่ไม่ใช่แค่ทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียแต่เป็นทั่วโลกอยากเดินทางมาเมืองไทย ที่นี่จะเป็นโมเดลที่ AWC จะใช้สร้าง Commercial Properties เพื่อให้ AWC เป็น Lifestyle destination ที่แตกต่างจากรีเทลทั่วไปที่เน้น Shop แต่ของเราเป็นการBuild community ที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเยี่ยมและมา Enjoy F&b และเอนเตอร์เทนเมนต์ต่างๆ

ตามแผนที่วางไว้ของเอเชียทีคที่นี่เราจะมีหลายๆเฟสของเอเชียทีคอยู่แล้วมูลค่าการลงทุนอาจจะเป็นหมื่นล้านบาทภายใน 5 ปี และเราก็จะยังมีอีก 2 โครงการใหญ่ในบริเวณใกล้ๆกัน ซึ่งในอนาคตเราก็จะมีการ Build community ให้เป็น destination ที่แตกต่างและหลากหลาย”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...