โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปีทองกลุ่ม SAMART พลิกโฉมธุรกิจปั๊มรายได้ใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 07.22 น.
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์

หลังจากขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี จากสารพัดปัจจัยทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ การแข่งขัน วิกฤตโควิด และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รุนแรงตลอด 10 ปีมานี้ ดูเหมือนว่าในปี 2568 กลุ่ม SAMART จะกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง พร้อมกับเดินหน้าสะสม Backlog งานโครงการต่าง ๆ และขยายขอบเขตธุรกิจจับกลุ่มงานใหม่สร้างรายได้แบบใหม่ที่อาจเปลี่ยนตนเองจากผู้วางระบบโครงสร้างไอซีทีไปสู่การ Outsource ดูแลระบบเทคโนโลยีให้องค์กรต่าง ๆ

วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น ประกาศว่า ปี 2568 นี้จะเป็นปีแห่งการ Reinvention ปรับตัวเกิดใหม่ ที่อาจเรียกได้ว่าจะเป็นปีทอง สำคัญของบริษัทในรอบทศวรรษอีกด้วย

ปิดความเสี่ยง พลิกทำกำไร

“หลายคนอาจเห็นว่าช่วงสิบปีมานี้กลุ่มสามารถไม่ค่อยเคลื่อนไหวอะไร แต่จริง ๆ ที่ผ่านมา เราไม่ได้หยุดนิ่ง โดยมีการปรับตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ยุค Digital อย่างเต็มรูปแบบ”

เขายังโชว์กราฟแสดงความสัมพันธ์ของหุ้นบริษัทกับสถานการณ์ความเป็นไปของประเทศนับตั้งแต่รัฐประหารเป็นต้นมา ก็มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย สำหรับบริษัทเองก็เลิกธุรกิจขายโทรศัพท์มือถือ และหันกลับไปโฟกัสการเข้าไปทำโครงการที่สร้างรายได้ประจำ 5 ปีขึ้นไป เพราะมองว่าหากเกิดผลกระทบกับการเบิกจ่ายงบประมาณ หรือการเซ็นโครงการใหม่ ๆ ก็ยังมีรายได้เข้ามา

นอกจากนี้ ยังรุกเข้าสู่ธุรกิจใหม่และพยายามรักษาการเติบโตในธุรกิจเดิมควบคู่กันไป สร้างรายได้ผ่านโมเดลธุรกิจ B2G2C มากขึ้น ด้วยการศึกษาความต้องการของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพัฒนาด้านการให้บริการที่มีประสิทธิภาพสูงสุด แล้วเข้าไปลงทุนพัฒนาและติดตั้งระบบให้ก่อน

และในปี 2567 มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการเซ็นสัญญาในหลายโครงการ มีมูลค่าถึง 4.8 พันล้านบาท และคาดว่าในปี 2568 มีโอกาสเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท

“ปีนี้จะเป็นปีทองของกลุ่มสามารถในรอบ 10 ปี เน้นสร้างพอร์ตในหลากหลายธุรกิจ เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงและสร้างโอกาสทางธุรกิจ ปีนี้จึงตั้งเป้ารายได้รวมไว้ที่ 13,500 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยพุ่งเป้าในการสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่งด้วยการเพิ่มรายได้ประจำประมาณ 25%”

Outsourcing 2.5 หมื่นล้าน

“แม่ทัพกลุ่มสามารถ” กล่าวว่า นอกจากมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เซ็นโครงการใหญ่ถึง 10,000 ล้านบาทแล้ว อีกหนึ่งในโอกาสคือ การที่ภาครัฐได้สร้างบริการพื้นฐานที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ต้องใช้งบประมาณเพื่อดูแลระบบบริการแต่ใช้งบฯลงทุนสูง จึงมีช่องว่างให้กลุ่มสามารถใช้ความเชี่ยวชาญเข้าไปเป็นเอาต์ซอร์ซ ดูแลจัดการ เช่น เรื่องของระบบตรวจรักษาความปลอดภัย (Security Screening) กล้องซีซีทีวี และสมาร์ทซิตี้ต่าง ๆ รวมถึงระบบ Security Printing สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องจัดเก็บภาษี และค่าธรรมเนียม (Tax & Fees) และระบบขนส่ง (Transportation)

“เมื่อถามว่าหากได้งานเอาต์ซอร์ซตามเป้างบฯลงทุนจะอยู่ที่เท่าใด ทางกลุ่มสามารถกล่าวว่า อาจสูงถึง 7 พันล้านบาทในขณะที่งานโครงการอื่น ๆ ลงทุนไม่มาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องอยู่แล้ว”

“คาดว่างานในกลุ่มนี้จะมีมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับโปรเจ็กต์ศักยภาพสูง ก็คาดว่าจะมีงานในมือถึง 3 หมื่นล้านบาท”

ขยายธุรกิจสู่พลังงานสะอาด

แผนการใหญ่อีกประการ คือ ผลักดันบริษัทในเครืออย่าง “เทด้า” ที่เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบ จัดหาสายส่งไฟฟ้าแรงสูง และก่อสร้างสถานีไฟฟ้า เป็นหัวหอกในการวางโมเดลธุรกิจสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมเรื่องพลังงานสะอาด และการซื้อขายคาร์บอนเครดิต โดยกำลังอยู่ระหว่างศึกษา และหวังว่าธุรกิจใหม่จะสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสามารถต่อไป

“การขยายธุรกิจใหม่นี้ต้องดูความเป็นไปได้ว่าจะรวมเอาธุรกิจภายในของกลุ่มสามารถที่เกี่ยวข้องกัน แยกมาตั้งสายธุรกิจใหม่ หรือจะเป็นการซื้อควบรวม หรือลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเหล่านี้”

สำหรับสายธุรกิจ Digital Communications ที่ผ่านมา เป็นธุรกิจที่ขาดทุนมากมาหลายปี นำโดย บมจ.สามารถดิจิตอล เน้นธุรกิจให้บริการ Trunk Radio แต่จากนี้ไปมีโอกาสพลิกกลับมาทำกำไรได้ และในปีนี้ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนมากกว่า 50% และจะเป็นปีแรกในรอบ 10 ปี ที่จะหยุดการขาดทุน กลับมามีผลการดำเนินงานเป็น “บวก”

โครงการ DTRS (วิทยุ Trunk Radio) มีการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายเครื่องวิทยุลูกข่ายและค่าใช้บริการ Air Time ประมาณ 800 ล้านบาท และพุ่งเป้าขยายจำนวนผู้ใช้บริการไปยังหน่วยงานผู้ให้บริการประชาชน ทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น การปกครองส่วนท้องถิ่น, บรรเทาสาธารณภัย และการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นต้น โดยตั้งเป้าจะมี Subscriber ถึง 9 หมื่นรายในปีนี้ และ 1.2 แสนราย ในปี 2026

ส่วนธุรกิจสายมูโดย บ.ลัคกี้เฮงเฮง ได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาประยุกต์ใช้กับศาสตร์สายมู เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัล โดยการนำเสนอบริการ AI Horo ผ่านพันธมิตรธุรกิจต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ดี ๆ ใหม่ ๆ ของสายมู รวมถึงการรุกตลาดธุรกิจของบริการทำบุญของ Thai Merit อีกด้วย

ธุรกิจวิทยุการบินติดลมบน

สำหรับสัมปทานโครงข่ายควบคุมจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา นำโดย บมจ.สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่น ก็ฟื้นตัวกลับมาเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว ทั้งได้อานิสงส์ในการสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาลกัมพูชา และการสร้างสนามบินใหม่ที่เกาะกง

“สัมปทานในลาว ก็จะเป็นอีกหนึ่งรายได้ต่อเนื่องที่จะเข้ามาในอนาคต และปี 2568 ตั้งเป้ารายได้กลุ่มธุรกิจนี้ที่ 6,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 9%”

และในปีนี้จะมีการเปิดสนามบินนานาชาติพนมเปญแห่งใหม่ คาดว่าจำนวนผู้โดยสารอาจมีมากถึง 7 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเที่ยวบินโดยรวมเพิ่มขึ้นถึงกว่า 1 แสนเที่ยวบิน ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างโดดเด่น

ปักธง “ใหม่ ใหญ่ ยาว”

สายธุรกิจ Digital ICT Solutions มีส่วนสำคัญในการเดินหน้าประมูลงานภาครัฐ และจะขยายฐานสู่เอกชนมากขึ้นด้วยบริการใหม่ ที่เป็น Tailored-Made Software กับลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งในปีนี้ก็จะมีการทำระบบ Core Bank มี Data Exchange ให้ภาคเอกชน

“ที่สำคัญคือต้องเป็นงานที่มีสัญญายาว 5 ปีขึ้นจะดีมาก เพราะเราต้องการเพิ่มรายได้ประจำเป็น 25% และป้องกันความเสี่ยงอื่น ๆ ปีนี้มุ่งเน้นการสร้างโครงการใหญ่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดภาระด้านงบประมาณ ด้วยรูปแบบ Outsource Services สร้างรายได้ประจำระยะยาว เพื่อความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ”

สำหรับเป้ารายได้ปี 2568 อยู่ที่ 6,500 ล้านบาท มั่นใจว่าสายธุรกิจ ICT จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% ด้วยโอกาสจากหลายโครงการที่เลื่อนมาจากปีที่แล้ว ประกอบกับโครงการใหม่จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ จากภาครัฐ คาดว่าในปีนี้จะมีโครงการใหม่ ๆ ที่จะเข้าร่วมประมูล ทั้งโครงการรูปแบบ Outsource Services ขนาดใหญ่หลักหมื่นล้านบาท มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท ทั้งในส่วนที่เป็น Network Solutions, Enhanced Technology Solutions และ Business Applications ซอฟต์แวร์ธุรกิจ

บริการโซลูชั่นที่ออกแบบเฉพาะธุรกิจที่ได้มีการเซ็นโครงการไปแล้ว เช่น โซลูชั่นด้านสาธารณูปโภคไฟฟ้า เช่น AMR, AMI และ Smart Meter, ระบบการเงิน Core Banking Solutions และ e-Payment Solutions, บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการในธุรกิจภาคการขนส่ง เช่น Electronic Data Interchange (EDI) และ Supply Chain Management

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปีทองกลุ่ม SAMART พลิกโฉมธุรกิจปั๊มรายได้ใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...