ทรัมป์ อาจไม่พับ กฎหมาย CHIPS คาดแก้ไขใหม่ มุ่งเอื้อภาคเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ โดนัลด์ ทรัมป์ อาจไม่ยกเลิก กฎหมาย CHIPS แม้เคยโจมตี เชื่ออาจแก้ไขใหม่ หนุนภาคเซมิคอนดักเตอร์สหรัฐ และลดการให้เงินอุดหนุน
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่น่าจะยกเลิกกฎหมายชิปและวิทยาศาสตร์ (CHIPS and Science Act) ของรัฐบาลนายโจ ไบเดน แม้ว่าจะเคยกล่าวโจมตีในการหาเสียงเลือกตั้งก็ตาม
กฎหมายดังกล่าว ซึ่งให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตชิปในการสร้างโรงงานในสหรัฐ กลายมาเป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันในช่วงปลายรอบการเลือกตั้ง โดยนายทรัมป์วิพากษ์วิจารณ์ถึงต้นทุนของกฎหมายดังกล่าว และนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวในตอนแรกว่าพรรครีพับลิกันอาจตั้งเป้าที่จะยกเลิกกฎหมายดังกล่าว แต่ต่อมานายจอห์นสันได้ผ่อนปรนจุดยืนนี้ลง
นักวิเคราะห์มองว่านโยบายดังกล่าวซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเอเชีย เช่น ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง โค หรือ TSMC และซัมซุง (Samsung) ดูเหมือนจะยังคงไม่การเปลี่ยนแปลงในระยะใกล้นี้
นายพอล ทริโอโล รองประธานอาวุโสของ Albright Stonebridge กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า แม้ว่านายทรัมป์อาจไม่สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างเต็มที่ แต่เป้าหมายโดยรวมในการนำการผลิตชิปขั้นสูงกลับมาที่สหรัฐ ได้รับการสนับสนุนอย่างมาก ทำให้ไม่น่าจะมีการยกเลิก
ฝ่ายบริหารของนายไบเดนได้ประกาศใช้กฎหมายชิปและวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้รับการลงนามเห็นชอบจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน ในเดือนส.ค. 2565 โดยจัดสรรเงินเกือบ 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมสร้างการผลิตและการวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีกับจีน
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายดังกล่าวอย่างเปิดเผยในเดือนต.ค. โดยเรียกกฎหมายดังกล่าวว่าเป็นข้อตกลงที่แย่ และกล่าวว่าว่าการจัดสรรเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัทที่ร่ำรวยเพื่อสร้างโรงงานชิปในสหรัฐ จะไม่ช่วยดึงดูดผู้ผลิตที่ดีที่สุดโดยเสนอแนะว่าข้อเสนอการปรับขึ้นภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นของเขา จะเป็นแรงจูงใจให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาตั้งโรงงานในสหรัฐฯ โดยไม่ต้องได้รับเงินอุดหนุน
อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวได้ดึงดูดผู้ผลิตชิปรายใหญ่ในเอเชียเข้ามาสร้างโรงงานสหรัฐ โดย TSMC ได้รับเงินสนับสนุน 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Samsung ได้รับเงินสนับสนุน 6.4 พันล้านดอลลาร์ ด้าน อินเทล (Intel) ซึ่งเป็นบริษัทชิปของสหรัฐ ได้รับเงินสนับสนุนมากที่สุดที่ 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่านายทรัมป์อาจพยายามปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของร่างกฎหมายและการจัดสรรเงินทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเขาน่าจะยังคงใช้โครงสร้างโดยรวมเดิม
ทั้งนี้ นายอดัม โพเซน ประธานสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า นายทรัมป์อาจตีความร่างกฎหมายใหม่เพื่อจัดสรรเงินทุนในลักษณะที่แตกต่างออกไป แทนที่จะยกเลิกไปเสียทั้งหมด
อ้างอิง : cnbc.com