ร้อยใจรักษ์ ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สวนดอกไม้สวย อัพรายได้ชุมชน
เที่ยวโครงการร้อยใจรักษ์ ชมไม้ดอก เช็กอินความงดงามจากฝีมือนักพัฒนา นักเรียน และชาวบ้าน ช็อปปิ้งสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ในพื้นที่ที่เคยสะพรั่งไปด้วยพืชเสพติด
ม.ล.ดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งบริหารโครงการร้อยใจรักษ์ ในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ อัพเดตการขับเคลื่อนโครงการในปี 2568 ว่า โครงการมีระยะเวลาในการดำเนินงานด้านการพัฒนารวมทั้งสิ้น 12 ปี ตั้งแต่ปี 2561-2572 ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยส้านและลุ่มน้ำห้วยเมืองงาม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
“ขณะนี้การพัฒนาผ่านครึ่งแผนแล้ว การพัฒนาในขั้นต่อไปเราต้องมั่นใจว่าพื้นที่นี้มีกิจกรรมและขนาดของแต่ละโครงการย่อย สามารถสร้างรายได้ให้ชุมชนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ห่วงว่าถ้าเราไม่สามารถจัดการเรื่องรายได้ให้ชุมชนยั่งยืนได้ จะเกิดการค้ายากันรอบใหม่” ม.ล.ดิศปนัดดา กล่าวและว่า การสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยชาวบ้านมีส่วนร่วม เป็นหัวใจของการพัฒนาโคงการร้อยใจรักษ์
ม.ล.ดิศปนัดดา ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า คงต้องพิจารณาว่า ระยะเวลา 12 ปีของโครงการ สำหรับการแก้ปัญหายาเสพติด หรือการใช้พืชเสพติด แก้ปัญหายาเสพติดสังเคราะห์ (กลุ่มยาบ้า) รวมทั้งต้องแก้ปัญหาความยากจน การขาดโอกาส ระยะเวลาที่ตั้งไว้เพียงพอหรือไม่ ระยะต่อไปต้องพิจารณากันอย่างไร
ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทุกวัน นักท่องเที่ยว นักเดินทาง สามารถแวะชมตลาดร้อยใจรักษ์ ที่มีสินค้าชุมชนพื้นเมือง สินค้าเกษตรคุณภาพ กว่า 20 ชนิด ในพื้นที่ สวนร้อยใจรักษ์ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สวนร้อยใจรักษ์ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่
ในปีนี้สวนร้อยใจรักษ์ เนรมิตสวนดอกไม้หลากสีสัน ดอกไม้-ไม้ดอก สวยงามสดใสทุกต้น ภายใต้แนวคิด “ร้อยเรียงรักษ์” โดยใช้นกยูงและดอกไม้ เป็นตัวแทนสื่อถึงความรัก
แลนด์มาร์กใหม่ ด้วยการสร้างตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ที่โดดเด่นมองเห็นตั้งแต่ใกล ชื่อ “น้องก๊อบแก๊บ” ภายในสวนยังมีมุมถ่ายรูปนับ 100 จุด มีดอกไม้นานาพันธุ์ และกิจกรรมในพื้นที่ จุดพักผ่อนร้านกาแฟที่สัญญลักษณ์ “หมีน้อยสีขาว” เป็นเมนูซิกเนเจอร์
“ตุ๊กตาหมี” ที่เป็นเลนด์มาร์กใหม่ ชื่อ “หมีน้องก๊อบแก๊บ” เป็นตุ๊กตาหมีทำจากถุงพลาสติกที่ใช้แล้ว (ถุงก๊อบแก๊บ) กลับมาใช้ใหม่ จำนวน 296,444 ใบ เป็นงานคราฟต์ที่เต็มไปด้วยความประณีต และความตั้งใจของเด็ก ๆ และชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์พื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ในการรังสรรค์ขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของการมอบความรักและความอบอุ่นให้กับนักเดินทาง
เจ้าหน้าที่ในโครงการร้อยใจรักษ์ เล่าว่า หลังจากหมดเทศกาลท่องเที่ยวแล้ว น้องหมีก๊อบแก๊บจะถูกนำกลับไปทำเป็นน้ำมันกลับมาใช้ที่ร้อยใจรักษ์อีกครั้ง
ในพื้นที่เดียวกัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิวสวนร้อยใจรักษ์ แบบพานอรามา โดยมีการจัดพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวหลากสีสันสลับกันบนเนินเขาเล็ก ๆ โดยมีจุดกึ่งกลางเป็นทางเดินไปยังนกยูงตัว 2 ตัวใหญ่ พร้อมจุดชุมวิวและจุดถ่ายรูปบนเมฆและดวงจันทร์เสี้ยว ซึ่งพื้นด้านล่างเต็มไปด้วยดอกเก๊กฮวยสด สีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมอ่อนไปทั่วทั้งสวน
“สวนร้อยใจรักษ์” เปิดให้บริการครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เดิมพื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นไร่ข้าวโพด แต่การปลูกข้าวโพดสร้างรายได้ให้ชาวบ้านเพียงปีละครั้ง
ต่อมาชาวบ้านได้นำกาแฟมาปลูกแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากชาวบ้านไม่มีความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟ โครงการร้อยใจรักษ์ จึงได้วางแผนปรับภูมิทัศน์พื้นที่โครงการให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจากการดูแลต้นไม้ดอกบริเวณ 2 ฝั่งถนนทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน-ฝาง) บริเวณกาดหลวงร้อยใจรักษ์ ติดตั้งตุงประดับ และสร้างจุดถ่ายรูปบริเวณแปลงไม้ดอกไว้หลายจุด
ขณะเดียวกันโครงการยังได้ปรับภูมิทัศน์บริเวณเนินหลังบ่อพวงสันเขาในแปลงเกษตร 75 ไร่ โดยจัดสร้างทางเดิน ลานชมวิว และเนินไม้ดอกหลากชนิด เพื่อเป็นจุดเด่นที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว การปลูกพันธุ์ไม้ที่พบได้ในสภาพแวดล้อมป่าชายเลน เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย
โครงการร้อยใจรักษ์ ดำเนินการโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 37,119 ไร่ 4 หมู่บ้านหลัก 20 หมู่บ้านย่อย โดย 4 หมู่บ้านหลัก ได้แก่ บ้านห้วยส้าน บ้านเมืองงามเหนือ บ้านหัวเมืองงามและบ้านเมืองงามใต้ ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 1,132 ครัวเรือน 4,709 คน
พื้นที่ตำบลท่าตอน เป็นพื้นที่เปราะบางและมีผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นที่รู้จักว่ามีปัญหาการค้าและลำเลียงยาเสพติดข้ามแดนอย่างรุนแรง เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ นายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตราชายาเสพติดทางภาคเหนือ
ภายหลังการจับกุมและดำเนินคดีเล่าต๋าแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเล็งเห็นว่าควรนำการพัฒนาเข้ามาเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตให้ประชาชนในพื้นที่ให้ชุมชนมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ สร้างรายได้อย่างสุจริต ถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่อย่างยั่งยืน
โครงการ “ร้อยใจรักษ์” เริ่มต้นเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 เป็นการบูรณาการ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคท้องที่ท้องถิ่น จำนวน 263 คน และชาวบ้าน 208 คน รวมผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 471 คน รวม 64 หน่วยงาน
โครงการร้อยใจรักษ์เป็นโครงการเพื่อร้อยใจทุกคนเข้ามาร่วมกัน ทำงานเพื่อความผาสุก มั่นคงและยั่งยืนของชุมชนและสังคม โดยมีมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน ด้วยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงาน ป.ป.ส. มีเป้าหมายในการน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาทางเลือก (Alternative Development) มาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมีส่วนร่วม ในทุกมิติตามศาสตร์พระราชาและตำราแม่ฟ้าหลวง
ทั้งนี้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชุมชน สร้างอาชีพทางเลือกที่สุจริตและหลากหลาย ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ระยะสั้น และวางรากฐานสู่รายได้ที่มั่นคงในระยะยาว พัฒนาด้านการศึกษา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดความเสี่ยงในการกลับไปค้ายาเสพติดของคนในชุมชน นั่นคือ ด้านอุปทาน ควบคู่ไปกับกิจกรรมส่งเสริมด้านสุขภาพ ลดจำนวนผู้เสพผู้ติดยาเสพติด นั่นคือ ด้านอุปสงค์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน
ร้อยใจรักษ์ทำอะไรไปแล้วบ้าง
- ส่งเสริมชุมชนให้ด้านการเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี โดยใช้สารชีวภัณฑ์และน้ำส้มควันไม้เพื่อควบคุมแมลงและโรคพืช ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรด้วย
- เน้นการส่งเสริมพืชระยะสั้น เช่น ฟักทองมินิ-ญี่ปุ่น ข้าวอิโต เสาวรส เคพกูสเบอรี่ และเก๊กฮวย ส่งเสริมให้เกิดรายได้ 11.8 ล้านบาท
- ส่งเสริมงานหัตถกรรมชุมชน สร้างรายได้ 1.3 ล้านบาท และแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรในพื้นที่ระยะเริ่มต้น สร้างรายได้ 2.3 ล้านบาท อีกทั้งยังส่งเสริมการท่องเที่ยวและกาดชุมชน สร้างรายได้ 5.5 ล้านบาท
- จัดตั้งน้ำสะอาดในชุมชนราคาย่อมเยา ลดรายจ่ายชาวบ้าน 3,106 บาทต่อครัวเรือน
- ให้บริการคัดกรองและรักษาผู้ป่วยตาต้อกระจก เพื่อเฉลิพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินธรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
- รายได้รวม ปี 2565 จำนวน 212,207,105 บาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 45,064 บาท/คน/ปี
- รายได้รวม ปี 2566 จำนวน 274,900,000 บาท คิดเป็นรายได้เฉลี่ย 61,293 บาท/คน/ปี
ตลาดร้อยใจรักษ์ ขายอะไรบ้าง
พืชที่มีการส่งเสริมการปลูกเพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้ชุมชนในโครงการ
- ปลูกข้าวนาปรัง
- ฟักทองมินิ
- ฟักทองญี่ปุ่น
- ข้าวโพดหวาน
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
- ฟักทองคางคก
- ฟักแฟง
- ข้าวไร่
- ข้าวนา
- เก๊กฮวย
- .เงาะ
- มะม่วง
- มะม่วงหิมะพานต์
- โกโก้
- อะโวคาโด
- ก๋ง
- ชาอัสสัม
- แปลงฝรั่ง พุทรา
- แปลงลิ้นจี่หลวงปู่จันทร์
- ข้าวอิโต
- เห็ด
- สตรอว์เบอรี่
- ทุเรียน
- ส้ม
- เบญจมาศ
- เสาวรส
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ร้อยใจรักษ์ ตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพสูง สวนดอกไม้สวย อัพรายได้ชุมชน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net