โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร้อง เจ้าของห้องเช่า พังประตู ไล่ลูกสาว 14 กับ 3 ขวบออกห้อง หลังจ่ายช้า

Khaosod

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2568 เวลา 21.56 น.

แม่ร้อง เจ้าของห้องเช่า พังประตู ไล่ลูกสาว 14 กับ 3 ขวบออกห้อง แถมผลักเด็ก หลังจ่ายช้า เผยค่ามัดจำยังมี ขอเวลาหาที่ใหม่ 3 วันก็ไม่ได้

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 7 ม.ค. 2568 เพจสายไหมต้องรอด พาแม่และลูกสาวมาแจ้งความกับพ.ต.ต.สุระ เลิศไธสง สารวัตรสอบสวน สภ.คูคต จ.ปทุมธานี หลังถูกเจ้าของห้องเช่าบุกเข้าไปในห้อง ทำร้ายลูกสาว อายุ 14 ปี และลูกชาย อายุ 3 ขวบ

ด.ญ.แอนนา อายุ 14 ปี กล่าวว่า ตนได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายอยู่หน้าห้อง จึงไม่กล้าเปิดประตู เพราะตอนนั้นอยู่กับน้องชาย 2 คน ไม่รู้ว่าเปิดไปจะโดนอะไรหรือไม่ จนกระทั่งประตูด้านนอกถูกพังเข้ามา พบว่าเป็นเจ้าของห้องเช่า ตอนนั้นตนก็กลัว เพราะเขามาด้วยท่าทีที่โมโห พร้อมกับด่าทอ

ด.ญ.แอนนา กล่าวต่อว่า เขาพยายามมาเปิดประตูเข้าห้องนอน ตนก็พยายามดันออก ซึ่งสู้แรงของผู้ใหญ่ไม่ไหว พอประตูเปิด ตนก็ถูกสามีของเจ้าของห้องเช่าผลัก ก่อนจะถูกตบเข้าที่ใบหน้า 2 ครั้ง ด้วยจังหวะชุลมุน ตนจึงไม่รู้ว่าน้องชายโดนอะไรหรือไม่ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงน้องชายร้องไห้เสียงดัง ฝั่งเจ้าของห้องเช่าก็มีการด่าทอพร้อมกับข่มขู่ ก่อนให้ตนขนข้าวของออกมาข้างนอก

เจ้าของห้องเช่า (ซ้าย) พังประตู ไล่เด็กออกจากห้อง

ด้าน น.ส.แนน อายุ 30 ปี แม่ของเด็ก เปิดเผยว่า ตนได้เช่าห้องพักเอื้ออาทร แถวลำลูกกาคลอง 2 เมื่อเดือน ต.ค. 2567 มีการตกลงจ่ายค่ามัดจำห้องจำนวน 6,000 บาท ส่วนค่าเช่าห้องเดือนละ 2,500 บาท แต่การทำงานของตนจะได้เงินเดือนออกล่าช้า ตนจึงแจ้งไปกับทางเจ้าของห้องว่าจะขอจ่ายล่าช้าสุดไม่เกินวันที่ 5 ของเดือนที่จะจ่ายชำระเงินค่าห้อง

น.ส.แนน กล่าวต่อว่า หลังจากเข้าอยู่ ตนได้ทวงถามสัญญาเช่าห้องไป แต่เจ้าของห้องก็บอกว่ายังไม่สะดวก เพราะติดธุระ ตนจึงไม่ได้ทวงถามอีก แต่หลังจากนั้นตอนที่เขาโทรมา ตนก็ไปทำธุระต่างจังหวัด จึงยังไม่ได้มีโอกาสทำสัญญาเช่า ยืนยันว่าตั้งแต่อยู่มาได้ชำระค่าห้องทุกเดือน ของเดือน ต.ค. เขาคำนวณตามวันที่ตนย้ายเข้ามาอยู่ ตนก็จ่ายในวันที่ 4 พ.ย. 67 และล่าสุดจ่ายวันที่ 30 พ.ย. 67 เหลือแค่ของเดือน ธ.ค. 67 ที่ตนจ่ายช้า

น.ส.แนน กล่าวอีกว่า ช่วงเดือน พ.ย. 67 ตนพยายามติดต่อหาเจ้าของห้องเช่าเรื่องจะขอย้ายออก แล้วถามว่าถ้าย้ายออกจะได้เงินมัดจำคืนหรือไม่ เขาก็ไม่ตอบ ตนจึงอยู่ต่อ เพราะคิดว่าหากย้ายออกแล้วได้เงินมัดจำคืน ตนจะได้เอาไปเช่าห้องใหม่ ระหว่างนั้นตนก็หาห้องเช่าไปด้วย

น.ส.แนน กล่าวต่อว่า กระทั่งวันที่ 2 ม.ค. 68 เขาทักมาถามเรื่องค่าเช่าห้อง แต่ตนทำงานอยู่ จึงไม่ได้ตอบ และไม่ได้โทรกลับ เพราะตนทำงานกลางคืน แล้วต้องหลับพักผ่อนช่วงกลางวัน ตื่นมาตอนเย็นก็ต้องแต่งตัวไปทำงานต่อ ช่วงปีใหม่ตนก็ไม่ได้กลับมาหาลูกเลย เพราะต้องทำงานส่งเงินให้ลูก เนื่องจากตนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว

น.ส.แนน กล่าวอีกว่า ต่อมาวันที่ 3 ม.ค. เขาก็ส่งข้อความมาบอกให้ย้ายออก แฟนของตนก็เจรจาขออยู่อีก 2-3 วัน เพื่อหาห้องเช่าใหม่ แต่เขาก็ไม่ยอม ตนไม่เคยค้างจ่ายสักเดือน มีเดือนนี้ล่าช้า 3 วัน เขาไล่ตนออก ตนก็จะออก แต่ขอเวลาหาห้องแค่ 3 วัน เขาก็ไม่ให้ ทั้งที่ตนยังมีค่ามัดจำอยู่ 6,000 บาท ตนโทรหาเขาก็ไม่รับ

น.ส.แนน กล่าวต่อว่า กระทั่งวันนี้ลูกสาวโทรมาแจ้งว่า ถูกเจ้าของห้องเช่ามาทำร้ายร่างกายและไล่ออกจากห้อง และสั่งให้ขนของออกจากห้องนอน ทำให้ตนรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะลูกสาวของตนเพิ่งอายุ 14 ปี และลูกชายคนเล็กอายุเพียงแค่ 3 ขวบ จึงประสานทางเพจสายไหมต้องรอดเข้ามาช่วย ยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด เพราะทำเกินไปมาก

นายพิศาล อายุ 47 ปี และน.ส.นรารัตน์ อายุ 45 ปี สามีและภรรยา เจ้าของห้องเช่า กล่าวว่า น.ส.แนน มาเช่าห้องพักของตนในเดือน ต.ค. 67 ตอนที่จะเข้าอยู่ตนก็พูดคุยและอธิบายเรื่องของการชำระเงินค่าเช่าคือต้องชำระในทุกสิ้นเดือน น.ส.แนน ก็บอกว่าเงินเดือนออกล่าช้าและสามารถจ่ายไม่เกินในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ตอนนั้นพวกตนก็บอกว่าไม่สามารถโอนล่าช้าได้ เพราะต้องไปปิดยอดของธนาคารเหมือนกัน พวกตนทำแบบนี้กับทุกห้องเช่า

เจ้าของห้องเช่า กล่าวต่อว่า พวกตนพยายามที่จะติดต่อหา น.ส.แนน เพื่อจะทำสัญญาเช่าห้อง แต่ทุกครั้งที่ติดต่อไป เขาก็อ้างว่าอยู่ต่างจังหวัด และยังไม่สะดวกให้ตนเข้าไปทำสัญญา ลักษณะพยายามมีการบ่ายเบี่ยง ตั้งแต่เข้าอยู่ น.ส.แนน ก็จ่ายค่าห้องล่าช้ากว่าทุกห้อง ต้องคอยตามทุกเดือน

เจ้าของห้องเช่า เผยอีกมุม จ่ายช้าตลอด ยันไม่ได้ทำร้ายเด็ก แค่ผลัก

เจ้าของห้องเช่า กล่าวอีกว่า กระทั่งวันที่ 3 ม.ค. ตนพยายามติดต่อไปหา น.ส.แนน แต่เจ้าตัวไม่รับสาย และยังไม่ชำระค่าห้อง อีกทั้งไม่มีการติดต่อกลับ วันนี้จึงตัดสินใจไปที่ห้องพัก พวกตนพยายามเคาะประตูหน้าห้องเรียกผู้เช่าให้ออกมา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ ด้วยความโมโหจึงพังประตูเข้าไป

เจ้าของห้องเช่า กล่าวต่อว่า พอไปถึงก็พบว่ามีคนอยู่ภายในห้องนอน และมีการล็อกประตู จึงพยายามตะโกนเรียก แต่ไม่ได้รับเสียงตอบกลับ จึงอยู่นิ่งสักพัก ปรากฏว่ามีเด็กหญิงวัย 14 ปี เปิดประตูออกมา พอเห็นตนก็รีบปิดประตูหนี จึงพยายามผลักประตูออกไป

เจ้าของห้องเช่า กล่าวอีกว่า ยืนยันว่าภาพที่ปรากฏในคลิป ตนไม่ได้ทำร้ายเด็ก แค่พยายามผลักตัวเด็กให้ออกจากห้อง แล้วมือไปผลักโดนหัวทำให้เด็กเซ แต่ไม่มีการทำร้ายหรือตบ ส่วนเด็ก 3 ขวบก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง ที่ร้องไห้เพราะน่าจะตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เจ้าของห้องเช่า กล่าวต่อว่า ให้เด็กไปตรวจร่างกายได้เลย หากเด็กมีรอยแผลถูกทำร้ายร่างกายก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ หลังจากนี้ตนจะให้ น.ส.แนน ออกจากห้องพักด้วย แต่ให้เวลาอยู่ในห้องพัก 2 วัน

เอก สายไหมต้องรอด ช่วยไกล่เกลี่ยทั้งสองฝ่าย ผู้เช่า(ซ้าย) - ผู้ให้เช่า(ขวา)

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากแม่ของเด็ก จึงมีการเชิญทั้งสองฝ่ายมายัง สภ.คูคต จากการดูเอกสารเบื้องต้นยังไม่มีการทำสัญญาเช่าห้อง แต่มีการจ่ายเงินค่ามัดจำห้องไปเรียบร้อยแล้วจำนวน 6,000 บาท

นายเอกภพ กล่าวต่อว่า กระทั่งมีการจ่ายค่าห้องล่าช้า ทางฝั่งของตัวผู้เช่าเองก็มีการพูดว่าสามารถจ่ายให้ได้ก่อนวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ทางผู้ให้เช่าก็ยืนยันว่าจะต้องจ่ายก่อนสิ้นเดือนจนเกิดเรื่อง

นายเอกภพ กล่าวอีกว่า การที่จะให้ผู้เช่าย้ายออกจากห้องนั้นต้องมีการแจ้งย้ายออกก่อนล่วงหน้าประมาณ 2 เดือน เนื่องจากมีการเก็บเงินไปล่วงหน้าแล้วจำนวน 6,000 บาท การบุกเข้าไปในห้องแบบนี้ถือว่าผิด

ด้านพ.ต.ต.สุระ เลิศไธสง สารวัตรสอบสวนสภ.คูคต หลังจากรับแจ้งความแล้วได้แจ้งข้อหากับสองสามีภรรยาเจ้าของห้อง 1.ร่วมกันบุกรุกโดยทำลายสิ่งกีดขวาง 2.ร่วมกันทำร้ายร่างกาย 3.ร่วมงานทำให้เสียทรัพย์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ร้อง เจ้าของห้องเช่า พังประตู ไล่ลูกสาว 14 กับ 3 ขวบออกห้อง หลังจ่ายช้า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...