โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก ‘Luxury Shaming’ อับอายที่จะอวดว่ารวย

TODAY Bizview

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 13.04 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 04.12 น. • workpointTODAY

เราคงเคยเห็นเทรนด์รวยแบบไม่อวดรวยอย่าง Quiet Luxury การซื้อของคุณภาพดี แต่มีความเรียบโก้ดูดีแบบไม่ตะโกนอวดแบรนด์กันไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอีกเทรนด์ที่ไปไกลกว่านั้น คือ เทรนด์อับอายที่จะอวดรวย ทั้งที่ยังไม่ได้ใช้จ่ายเงินเลยด้วยซ้ำ นั่นคือ ‘Luxury Shaming’

[ ‘Luxury Shaming’ รวยแบบลับ เพราะกลัวถูกนินทา ]

Luxury Shaming คือความรู้สึกที่ว่าการใช้เงินอวดความมั่งคั่ง หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนั้น เป็นเรื่อง ‘รู้สึกผิด’ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สังคมกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ ความไม่เท่าเทียมทางสังคม หลายคนกำลังเผชิญความกดดันทางการเงิน อธิบายให้เห็นภาพชัดๆ คือการที่คนรวยไม่ได้แสดงตัวเองออกมาว่ารวย เพราะกลัวคนภายนอกนินทาว่าอวดรวย

กระแสของ Luxury Shaming เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน ‘จีน’ มากที่สุด เพราะจีนกำลังเจอสถานการณ์เศรษฐกิจกำลังอ่อนแอ ที่สำคัญรัฐบาลจีนวางนโยบายประเทศที่มุ่งเน้นให้ผู้คนเกิดความสมถะ ประหยัดมากขึ้น ไม่สนับสนุนแนวคิดการใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย อวดวิถีติดแกลม ส่งผลให้ผู้คนในสังคมเริ่มหันไปเลือกซื้อสินค้าที่เรียบง่ายและมีคุณค่ามากขึ้น ขณะที่การใช้จ่ายเพื่อโอ้อวดสถานะทางสังคมลดลงอย่างชัดเจน

อย่างที่ทราบกันดีว่าจีนเป็นตลาดหลักของสินค้าแบรนด์หรู เมื่อสภาพสังคมจีนเปลี่ยนไปทั้งเรื่องเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้อสินค้าแบรนด์เนมลดลง และสังคมที่ผู้คนเริ่มหันมาไกลห่างจากสินค้าฟุ่มเฟือย ผลคือ ยอดขายแบรนด์หรูในจีนตกลงกว่า 35% และตกลงเรื่อยๆ

ส่วนผู้คนที่ยังมีกำลังซื้ออยู่ ถ้ายังอยากช้อปปิ้งก็จะใช้วิธีเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมในเทรนด์ Quiet Luxury แทน คือใส่ของแพงแบบเงียบๆ ไม่ตะโกน แต่ขณะเดียวกันก็มีคนรวย หรือชนชั้นกลางที่ยังมีกำลังซื้อบางกลุ่มกังวลกระแสอวดรวยมาก จึงเกิดเทรนด์ Luxury Shaming คืออายที่จะใส่ของแพง เพราะดูอวดรวยสวนกระแสเศรษฐกิจในประเทศจนสุดท้ายคนกลุ่มนี้เลยกลัวจนไม่ช้อปปิ้งซื้อของแพงอะไรเลย

‘Claudia D’Arpizio’ หัวหน้าฝ่ายแฟชั่นและลักชัวรีของ Bain & Company อธิบายว่า แม้คนรวยยังคงมีกำลังซื้อสินค้าแบรนด์เนม แต่พวกเขาไม่ต้องการถูกมองว่าฟุ่มเฟือยหรือโอ้อวดความมั่งคั่ง

“เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Luxury Shame’ ซึ่งคล้ายกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯ ช่วงปี 2008-2009 เมื่อผู้คนที่มีกำลังซื้อเลือกที่จะไม่แสดงความมั่งคั่งอย่างชัดเจนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์”

อย่างไรก็ตาม แม้ในจีนจะเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ ทำให้แบรนด์หรูยังไม่ฟื้น และยังคงมีกระแสของ Luxury Shame อีก แต่ในภาพรวมโลกกระแส Luxury Shame ยังไม่ไปถึงขนาดนั้น และตลาดสินค้าหรูทั่วโลกคาดว่าจะเติบโตประมาณ 4% หรือแตะมูลค่า 420 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 15.33 ล้านล้านบาท) แต่ตลาดในจีนยังคง “หดตัว” และมีแนวโน้มฟื้นตัวช้า ซึ่งคาดว่าในจีนกระแส Luxury Shaming จะยังมีอยู่ไปอีกสักพัก

สรุปง่ายๆ ว่า Luxury Shaming คือการที่ผู้คนหลีกเลี่ยงการแสดงออกถึงความร่ำรวยผ่านการบริโภคสินค้าหรูหราอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจและค่านิยมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

จากนี้มาดูกันว่า การที่ผู้บริโภคหันมาเน้นความเรียบง่ายและความคุ้มค่าแทนการโอ้อวดความมั่งคั่ง จะเป็นพฤติกรรมระยะสั้นไม่กี่ปี หรืออาจเป็นจุดเริ่มต้นในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...