ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีอันดับหนึ่ง
<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p style="text-align:center;" class="indent-a"><u>"ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีอันดับหนึ่ง"</u></p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><img alt="sds" src="https://cdn.readawrite.com/publicassets/2324094/images/8269558951image.jpg" style="width:222px;" class="image_resized"></p><p style="text-align:center;" class="indent-a">นิยายรักจีนโบราณ แนวแก้แค้นฉ่ำ ๆ เฉือนคมเน้น ๆ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><u>คำโปรย</u></p><p style="text-align:center;" class="indent-a">ตำรวจสาวจากโลกอนาคต หวนกลับมาเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองในอดีตชาติ </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">อดีตที่เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นสตรีอันดันหนึ่ง</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">สตรีที่มารดาถูกบิดาและเมียน้อยวางแผนฆ่า พี่ชายแท้ๆ กลายเป็นสิ่งขัดเคืองนัยน์จนต้องถูกฆ่าทิ้ง </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">ถูกคนวางแผนร้ายทำลายชื่อเสียงจนไม่อาจสู้หน้าผู้คน</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">สามีที่คิดว่าจริงใจกลับแผนวางฆ่า ถูกชู้รักสตรีสูงศักดิ์ส่งคนมาขืนใจ </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">เพราะพวกนางสองแม่ลูกกลายเป็นเสี้ยนหนามขวางทางรักจึงต้องถูกกำจัด นางจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเองในชาติที่แล้ว</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">บัดนี้นางได้หวนกลับมาใหม่ นางจึงใช้มันเพื่อทวงแค้น!จะคืนสนองกลับไปให้สาสมเป็นร้อยเป็นพันเท่า</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">จื่อรั่วเคยเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง<br>นางจะยังต้องการแก้แค้นอยู่หรือไม่?</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">คำตอบที่ผุดขึ้นมาแทบจะในทันที หากพวกมันหยุดข้าก็จะหยุดแต่โชคดีเหลือเกินที่คนพวกนั้น…. ไม่ยอมหยุด!</p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>บทนำ</h2><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><strong>บนเส้นทางชีวิตที่ได้ย้อนกลับมาใหม่ </strong>นางใช้มันเพื่อทวงแค้นกับคนที่เคยฝากรอยแค้นเอาไว้ จะสนองคืนกลับไปให้สาสมเป็นร้อยเป็นพันเท่า</p><p class="indent-a">จื่อรั่วเคยเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป นางจะยังต้องการแก้แค้นอยู่หรือไม่?</p><p class="indent-a">คำตอบที่ผุดขึ้นมาแทบจะในทันที หากพวกมันหยุดข้าก็จะหยุด แต่โชคดีเหลือเกินที่คนพวกนั้น…. ไม่ยอมหยุด!’</p><p class="indent-a">แต่เส้นทางของจื่อรั่วหาได้ราบรื่นนัก หลายครั้งติดขัดสับสน แม้จะรู้ล่วงหน้าแต่กลับไร้กำลัง</p><p class="indent-a">ในตอนที่กำลังเข้าตาจนชีวิตพลิกผัน ก็มีคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิต… เขาคือตัวอันตรายที่ผู้คนพากันหลีกเลี่ยงสุดชีวิต หวาดกลัวยิ่งกว่าภูติผีปีศาจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้</p><p class="indent-a">เขาก้าวย่างไปที่ใดล้วนต้องมีคนตาย ซากศพของคนที่พ่ายแพ้ต่อเขาสูงกองท่วมหัว</p><p class="indent-a">แม้รูปโฉมของเขาจะหล่อเหลาดั่งเทพเซียน แต่กลับโหดเหี้ยมยิ่งกว่าพญามาร แม้จะงดงามเพียงใดก็ไม่มีใครอาจหาญจ้องมอง</p><p class="indent-a"><strong>“ปีศาจตัวนี้จะเชื่อฟังเจ้า จะเชื่องแค่กับเจ้า ไม่ดีหรือ…”</strong></p><p class="indent-a">ปีศาจที่งดงามและแข็งแกร่งที่ผู้คนต่างหวาดกลัวตนนี้… กำลังบอกว่าจะเชื่อฟังนางแต่เพียงผู้เดียว!!!</p><p class="indent-a">“นายท่าน” จื่อรั่วได้แต่สองตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก หัวใจทั้งดวงกระหน่ำเต้นจนปวดไปทั้งหน้าอก นางได้แต่จ้องมองใบหน้าที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะอันตราย</p><p class="indent-a">จนหน้าผากแทบจะแนบชิดติดกัน ปลายจมูกของเขาคลอเคลียอยู่กับปลายจมูกของนาง จนต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน น่าแปลกที่นางไม่คิดผลักเขาออก</p><p class="indent-a">ดวงตาคู่นั้นหลุบลงจับจ้องริมฝีปากของนางที่เผยอค้างด้วยความตระหนก เขาจ้องมองมันราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง</p><p class="indent-a">จื่อรั่วกลืนน้ำลายที่ฝืดเหนียวลงคอ รู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่ดูเหมือนเขากำลังอ้อนวอนขออะไรบางอย่างจากนาง</p><p class="indent-a">แววตาของเฮ่อเหอตี้สะท้อนความลุ่มหลงอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งริมฝีปากได้รูปฉกจุมพิตลงมาแผ่วเบาก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหยั่งเชิง</p><p class="indent-a">นางก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าที่เขาทำตัวแปลกประหลาดเพราะอะไร เดาว่าเขาคงติดใจรสจุมพิตเมื่อคืนวาน</p><p class="indent-a">บุรุษรูปงามปานล่มเมืองเช่นนี้กำลังขอความรักจากนาง!แล้วจื่อรั่วก็ดันแพ้ทางคนหล่อเสียด้วย!</p><p class="indent-a">‘ทำไมเขาต้องทำตัวน่ารักขนาดนี้!’</p><p class="indent-a">นางพยายามหักห้ามใจแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายประคองใบหน้านั้นไว้ ดึงเขาเข้าหาตัวก่อนจะหลับตาลงพร้อม ๆ กับที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นประทับลงมา</p><p class="indent-a">จุมพิตเร่าร้อนผ่านไปอย่างพอดี เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบเบา ๆ ข้างหูราวกับคำมั่นสัญญา</p><p class="indent-a">“หนี้รัก หนี้แค้นอะไรทั้งหลายเหล่านั้น หากมันหนักหนาสาหัสหรือทำให้เจ้าทุกข์ทรมานเกินไปนัก ก็ให้โอกาสข้าได้แบ่งเบาให้เจ้าบ้าง ข้ายินดีแบกรับทั้งหมดแทนเจ้า… จำเอาไว้”</p><p class="indent-a"></p><hr/>
จะไม่ซ้ำรอยเดิม
ยุคปัจจุบัน…
จางจื่อรั่ว ตำรวจสาวอนาคตไกลกำลังทำคดีสามีจ้างวานฆ่าภรรยาและลูกเพราะต้องการไปอยู่กับชู้รัก เธอชิงชังผู้ต้องหาที่เป็นสามีมากจนถึงกับเก็บโทสะเอาไว้ไม่อยู่
เธอตีคนร้ายจนบาดเจ็บสาหัสราวกับต้องการระบายแค้น จากนั้นจึงสลบไปทันที
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทุก ๆ คืนเธอจะฝันถึงแต่เรื่องของสตรีผู้หนึ่ง ฝันถึงสิ่งที่นางถูกกระทำอย่างไร้ความเป็นธรรม
นานวันเข้าภาพฝันนั้นก็เริ่มเข้ามารบกวนการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ จิตใต้สำนึกยังรู้สึกได้ถึงความบีบคั้นจากความเคียดแค้นชิงชังรุนแรงราวกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องของตัวเอง
ทุกครั้งที่คิดขึ้นมาอาการปวดศีรษะก็กำเริบจนเริ่มไม่เป็นอันทำงาน
ตอนแรกจื่อรั่วยังคิดว่าเป็นเรื่องของวิญญาณหรือพลังงานของใครบางคนที่นางบังเอิญสื่อถึงกันได้ แต่ความรู้สึกเคียดแค้นรุนแรงเกินรับไหวจนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป
จุดพลิกผันของชีวิตก็มาถึงในวันหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังพาผู้กระทำผิดไปสถานที่คุมขังห่างไกลผู้คน
ฟ้าแลบฟ้าร้องตลอดเส้นทางที่รถเคลื่อนผ่าน กลุ่มเมฆสีดำทมึนหมุนวนเป็นคลื่นวงกลม ฟ้าร้องฟ้าผ่าแลบแปลบปลาบ ผ่าเปรี้ยงปร้างลงมาเป็นบางครั้งบางคราว
เส้นทางยาวเหยียดสองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบมืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่คอยส่องนำทาง ราวกับรถบัสคันนี้กำลังพาเธอไปยังโลกอีกใบหนึ่ง
จนกระทั่งมาถึงเส้นทางร้างไกลผู้คน ถนนถูกตัดขาดออกจากกันด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยปีที่ล้มลงมาเพราะฟ้าผ่าราวกับเป็นลางร้าย ขวางทางเอาไว้จนต้องหยุดรถไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้
จื่อรั่วเดินลงมาสำรวจรอบด้านที่มีเพียงความมืดโอบล้อม ไฟหน้ารถเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้
เธอเอื้อมมือไปจับเชือกสีขาวเก่าขาดที่พันอยู่รอบต้นไม้นั้น แต่ทันทีที่แตะต้องมันฟ้าก็ผ่าลงอย่างแรงลงมาอีกครั้งทำเอาสองหูอื้ออึง กระแสบางอย่างไหลบ่าเข้าสู่สมอง
คล้ายกับเป็นความทรงจำของใครบางคนที่มาพร้อมกับรู้สึกอึดอัด กดทับแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก ความอัดอั้นราวกับไม่ได้รับความยุติธรรม เสียงใครบางคนแล่นตรงเข้ามาในโสตประสาท
‘เจ้าพวกสารเลว!’
เฮือก!
จื่อรั่วหมดสติไปทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ระหว่างที่กำลังล่องลอยในห้วงฝัน ตำรวจสาวได้เห็นชีวิตอันแสนรันทดผ่านสายตาของสตรีผู้หนึ่ง มองเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านสายตาของโฉมงามที่มีชื่อเดียวกับนาง
สตรีที่มีใบหน้างดงามแต่กลับดูเศร้าสร้อย รัศมีที่แผ่ออกมาโอบล้อมรอบกายสูงส่งดั่งราชนิกูล… เจียงจื่อรั่ว
ผู้คนที่รายล้อมมากมายต่างเรียกขานนางว่าสตรีอันดับหนึ่ง… แต่นางกลับร่ำไห้อย่างน่าสงสาร ปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมาราวกับเป็นสายธาราที่ไม่มีวันแห้งเหือด
ตำรวจสาวได้แต่สงสัยว่าเหตุใดสตรีที่ดีพร้อมเช่นนี้ถึงไม่มีความสุข แต่ต่อมาไม่นานนางก็ได้รับรู้เมื่อความทรงจำทุกอย่างถูกถ่ายทอดมาที่นาง
โฉมสะคราญถูกคนรักหักหลัง ถูกคนใกล้ตัวคิดปองร้าย แม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกชู้ เด็กน้อยถูกคนจับแขวนคอ
บุรุษผู้เป็นพ่อเด็กขอหย่าขาดกับนาง เพื่อไปแต่งงานกับชู้รักคนใหม่ระดับองค์หญิง
ทั้งยังถูกกล่าวหาด้วยเรื่องที่ไม่ได้ทำ ถูกส่งให้บุรุษอื่นย่ำยี โดนจับลงโทษต่อหน้าชาวเมืองที่เคยชื่นชมในฐานะสตรีแพศยาด้วยวิธีการอันแสนน่าอาย
ก่อนที่ชีวิตจะสูญสิ้น สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นคือแววตาอันแสนเย็นชาดำมืดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
ตำรวจสาวครุ่นคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่าชีวิตของสตรีผู้นี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
หากสตรีผู้นี้ได้รับโอกาสให้กลับไปเริ่มต้นใหม่หรือแก้ไขทุกอย่างได้อีกครั้ง นางจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่?
หรือหากนางจะเลือกเส้นทางสายดำมืด เลือกที่จะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้เกิดเคราะห์กรรมเหล่านั้น นางจะทำสำเร็จราบรื่นหรือไม่?
ถ้านางเป็นเจียงจื่อรั่ว… ก็คงต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางหายนะสุดชีวิต รวมถึงการไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้นั้นอีกอย่างแน่นอน!
แต่ถ้าพวกมันยังไม่ยอมหยุดนางก็พร้อมจะสู้ยิบตา!
ทันทีที่ความคิดนี้จบลง เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังใกล้เข้ามาในห้วงคำนึง ราวกับว่ามีบางสิ่งที่ตอบรับคำของนาง จากนั้นทุกสิ่งพลันรอบตัวพลันมืดมิด สติดับวูบไปโดยพลัน
หลังจากที่ได้สติคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ทำให้จนถึงตอนนี้ตำรวจสาวก็ได้รู้แล้วว่าโฉมงามที่เห็นในฝันแท้จริงแล้วคืออดีตชาติของนางเอง
อดีตตำรวจสาวก้มลงมองนิ้วมือทั้งสิบที่ทั้งเล็กและสั้นป้อม บ่งบอกได้ว่าตัวนางตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง นางย้อนเวลากลับมาในช่วงอายุราวสิบขวบปี
สิ่งที่อธิบายสถานการณ์ของนางได้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดก็คงเป็น ‘ระลึกชาติ’ และ ‘ย้อนอดีต’ นางก็ได้โอกาสย้อนเวลากลับมาในตอนที่ยังเด็ก ตอนที่อะไร ๆ ยังไม่สายเกินไป
โอกาสอันมีค่าที่ได้รับมานี้ นางตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้ซ้ำรอยเดิม หนี้แค้นทั้งหมดจะคืนกลับไปทุกหยาดหยด คนที่คิดร้ายจะต้องไม่ได้ตายดี
ตอนนี้คือช่วงที่มารดาของเจียงจื่อรั่วเพิ่งสิ้นลม ตัวนางถูกแม่เลี้ยงส่งมาไว้ทุกข์เป็นเวลาสามปีในอารามหลวงซึ่งตั้งอยู่ชายแดนแคว้นหลินอัน นางจะใช้โอกาสนี้เตรียมการทุกอย่างเท่าที่ทำได้
เจียงจื่อรัว คือชื่อของนางในชาตินี้ มีบิดาเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้าย นางเป็นบุตรีคนแรกของเขาจากในบรรดาบุตรีทั้งสี่คน คุณหนูใหญ่เจียงจื่อรัวมีพี่ชายแท้ ๆ หนึ่งคนที่ตอนนี้กำลังรับราชการเป็นทหารไปประจำการอยู่ทางเหนือที่กำลังสู้รบ
เจียงจื่อเยียน พี่ชายที่ไร้ตัวตนในสายตาของบิดา หลายปีก่อนเขาปฏิเสธความต้องการของบิดาที่อยากให้บุตรชายคนโต สอบเข้ารับราชการเป็นขุนนาง แต่พี่ชายของนางอยากจะเป็นทหาร จึงติดตามกองทัพไปออกรบได้หลายปีแล้ว
บิดาของนางที่ได้ชื่อว่าเห็นการสืบทอดตระกูลสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด นั่นจึงทำให้ครั้งหนึ่งเมืองหลวงเกิดข่าวลือว่าผู้นำตระกูลเจียงผิดใจกับบุตรชายคนโตจนถึงขั้นเกือบตัดพ่อตัดลูกกัน
โชคยังดีที่ได้ฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามาเตือนสติ เพราะทายาทผู้สืบทอดตระกูลน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ตระกูลเจียงในตอนนี้มีบุตรชายแค่คนเดียว
พี่น้องคนอื่น ๆ ของจื่อรั่วเป็นบุตรีที่เกิดจากฮูหยินรองตระกูลหลี่ที่ตอนนี้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่แทนที่มารดาที่เสียไปของนาง
เจียงเจียลี่ เจียงเจียอี เจียงเจียฮุ่ย สามดรุณีอสรพิษหน้าเนื้อใจเสือที่ทำลายชีวิตของเจียงจื่อรั่ว คนหนึ่งทำลายชื่อเสียง คนหนึ่งช่วยผู้อื่นแย่งชิงคนรัก ส่วนอีกคนผลักนางไปสู่หุบเหวแห่งความตาย แต่ครั้งนี้นางจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว!
เสียงเรียกแผ่วเบาหน้าประตูดังขัดความคิดของจื่อรั่ว ประตูค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกจนเห็นเงาร่างของเด็กสาวใบหน้าเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่ง
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ? ฮูหยินรอง… เอ๊ย! ฮูหยินใหญ่ให้บ่าวมาเรียกออกไปรับมื้อเช้าด้วยกันเจ้าค่ะ”
เซียวหลัน สาวใช้ที่เคยอยู่ข้างกายมารดาของนางมาหลายปี ซื่อสัตย์จงรักภักดีจวบจนวินาทีที่สิ้นใจ เพราะนางเข้ามารับโทษแทนจื่อรั่ว ไม่ว่าจะถูกทุบตีอย่างไรก็ไม่หลีกทาง ท้ายที่สุดถูกจับลงทัณฑ์ด้วยม้าไม้ชำเรา[1]
จื่อรั่วทนมองสาวใช้ผู้ภักดีที่เป็นเพียงแค่เด็กสาวธรรมดาถูกพาไปยังม้าไม้ลงทัณฑ์ทั้งน้ำตา เสียงตะโกนร้องขอชีวิตที่แหบแห้งไปพร้อมกับลมหายใจของเซียวหลันที่ถูกพรากลงไปทุกขณะ ร่างกายส่วนล่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาไม่หยุดท่วมหลังม้าจนไม่อาจใช้ต่อไปได้
ม้าไม้ที่เอาไว้ลงโทษสตรีคบชู้สู่ชายแต่กลับถูกเอามาใช้กับสตรีบริสุทธิ์ ทั้งโหดเหี้ยมและทารุณจนจิตวิญญาณของนางฉีกกระชาก
ทั้งหมดก็เพื่อเหตุผลอันชอบธรรมในการหย่าขาดกับนาง เพื่อที่จะได้แต่งงานใหม่กับองค์หญิงผู้นั้น โดยที่ตัวเองไม่ต้องโดนคำครหาจากผู้คน บุรุษผู้นั้นถึงกับยัดเยียดข้อหาคบชู้สู่ชายให้กับนาง
หลังจากมีข่าวลือออกมาไม่หยุดหย่อน เลวร้ายถึงขั้นที่ว่าแม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและนางก็ไม่อาจเก็บเอาไว้ได้เพราะความสงสัยในชาติกำเนิด
นางยังจำเสียงกรีดร้องของตนเองได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ อ้อนวอนให้ผู้เป็นสามีไว้ชีวิตลูกของนาง
“ท่านพี่! ได้โปรด เซียวเออร์เป็นลูกของท่านนะเจ้าคะ”
ร่างทั้งร่างถึงกับสั่นสะท้านไปกับสายตาของเขาที่คล้ายบ่อน้ำลึกดำมืดไร้ก้นบึ้ง แววตาอันแสนน่ากลัวคู่นั้นปรากฏความเคลือบแคลง
จื่อรั่วลำคอตีบตันจนไม่อาจพูดคำใดออกมาได้ รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวจนร่างกายสั่นสะท้าน
“ได้โปรดเถิดท่านพี่… หากไม่ต้องการพวกเราแล้ว ท่านก็แค่ปล่อยข้าสองแม่ลูกไป ชาตินี้ข้าสาบานว่าจะไม่มาเกะกะเส้นทางรักของท่าน จะไม่โผล่มาให้เห็นขัดเคืองนัยน์ตา”
นางอ้อนวอนเขาแทบตาย ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดแต่สิ่งได้มีเพียงภาพร่างของเด็กน้อยถูกจับแขวนคออยู่กับต้นไม้แน่นิ่งไม่ไหวติง
จื่อรั่วเสียใจจนสติหลุด นางเหม่อมองยาพิษที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นความเมตตาสุดท้ายของอดีตสามีที่ปรารถนาจะให้นางตายอย่างสงบ… ปราศจากความทรมาน
แต่ทว่าในตอนนั้นนางชิงชังเขาเสียจนไม่ยอมรับความปรารถนาดีนั้น นางเลือกตายด้วยการใช้ปิ่นดอกโบตั๋นที่เขาให้แทงคอตัวเอง ปิ่นหยกอาบไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจนชุ่ม จบชีวิตที่เต็มไปด้วยความแค้นไว้แค่นั้น
ก่อนสิ้นใจตายนางมองแววตาตื่นตระหนกของเขาด้วยความเคียดแค้นชิงชิง ด้วยความปรารถนาแรงกล้าที่ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกกี่ครั้งก็จะไม่ขออยู่ร่วมโลก
“คุณหนู…? ยังเสียใจเรื่องฮูหยินใหญ่อยู่หรือเจ้าคะ” เสียงเรียกของสาวใช้คนสนิททำให้นางตื่นจากภวังค์
จื่อรั่วเพิ่งรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลพราก แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน นัยน์ตาแดงฉานไปด้วยเส้นเลือดจนต้องปิดเปลือกตาลงเพื่อสงบจิตใจ สองมือยกขึ้นปาดน้ำออกจากหางตาอย่างลวก ๆ
“เซียวหลันฟังข้าให้ดี นับจากนี้อีกไม่กี่ปีพวกเราจะถูกคนชั่วให้ร้าย ข้ากับเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ ดังนั้นก่อนที่เวลานั้นจะมาถึงข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”
“ทราบแล้วเจ้าค่ะ!” แม้จะยังงุนงงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่นางก็เลือกที่จะทำตามที่คุณหนูต้องการแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเซียวหลันก็พร้อมยอมทำและเชื่อเด็กน้อยอย่างสนิทใจ
สตรีสองวิญญาณผู้ย้อนกาลเวลามาเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเองในอดีตชาติ หญิงสาวไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วโลกใบนี้เป็นโลกคู่ขนานหรือว่าเป็นอดีตชาติที่เคยเกิดขึ้นจริง แต่… ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ใครก็ตามที่คิดร้ายกับนางจะต้องไม่ได้ตายดี!
‘ลองมาเจอข้าหน่อยเป็นอย่างไร! เจ้าพวกคนชั่วช้าสารเลวทั้งหลาย ครั้งนี้จุดจบจะต้องต่างออกไป’
[1] กฎหมายอาญาประเภทนี้เป็นหนึ่งใน 4 บทลงโทษที่โหดเหี้ยมที่สุดสำหรับผู้หญิงในสมัยโบราณ ที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับทุกคน เครื่องมือทรมานคือม้าไม้มีเสาสั้นๆ คล้ายอวัยวะเพศชายในการบังคับใช้กฎหมายอาญา เสาสั้นๆ นี้จะถูกแทรกเข้าไปในอวัยวะเพศของนักโทษหญิง จากนั้นนักโทษหญิงก็ถูกตรึงบนนั้นและแห่ไปตามถนน เป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจที่โหดเหี้ยมมาก
ทางเลือกของเจียงจื่อรั่ว
เจียงจื่อรั่วในชุดไว้ทุกข์สีขาว เดินตามเซียวหลันไปยังห้องโถงรับรองของอารามหลวง ทางเดินที่ทอดยาวตรง ทำให้นางเห็นได้จากที่ไกล ๆ ว่าในห้องนั้นเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนที่นางต้องทวงแค้นนั่งกันหน้าสลอน ไม่เว้นแม้แต่บุรุษที่จะมาเป็นสามีของนางในอนาคต
เฉินซีซวน ในวัยเด็กเฉกเช่นเดียวกับนาง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาฉายแววหล่อเหลาคมคาย ท่วงท่าสง่างาม อายุเขาตอนนี้น่าจะราว ๆ สิบห้าขวบปี
เขาเป็นบุตรชายสหายขุนนางของบิดาที่มีตำแหน่งไม่สูงนักแต่สิ้นบุญไปก่อน จึงถูกรับมาดูแลเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จื่อรั่วก็ยังไม่เคยเคลือบแคลงใจในความชั่วร้ายของเขาแม้แต่น้อย
ตัวเขาได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค สามารถสอบผ่านการสอบยาก ๆ ระดับจิ้นซื่อจนได้เป็นขุนนางอย่างง่ายดาย ในตอนนี้เขาเพิ่งเริ่มเข้ารับราชการได้ไม่นาน จึงได้ไปมาหาสู่ที่จวนเสนาบดีอยู่บ่อยครั้ง
ชาติที่แล้วตอนจื่อรั่วอายุได้ห้าขวบพี่ชายแท้ ๆ ของนางก็เข้ากองทัพไปแล้ว นางที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพี่น้องคนละแม่ จึงมีเฉินซีซวนที่เปรียบเสมือนเป็นพี่ชายคนที่สองคอยดูแลใกล้ชิดสนิทสนม
จื่อรั่วจึงมักจ้องมองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและเสน่หา ความรู้สึกลึกซึ้งที่มีให้กับเขาเปิดเปลือยออกมาทางสีหน้าและแววตาจนหมดเปลือก
เฉินซีซวนเสมือนเป็นผืนฟ้ากว้างภูผาแข็งแกร่ง เป็นที่พึ่งพิงทุกอย่างในชีวิต แม้แต่ตอนที่นางถูกคนใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงจนป่นปี้ เขาก็ยังยินดีรับนางเป็นภรรยาเอก
ชีวิตแต่งงานราบเรียบแสนสงบสุข เขากับนางมีบุตรชายด้วยกันชื่อซูเซียว ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี จนเป็นที่อิจฉาของผู้คน แต่แล้วก็มีวันที่เทพบุตรได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงเมื่อเขาได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น
ได้เข้าร่วมประชุมท้องพระโรงในตอนเช้าที่มีองค์หญิงเอ้ออี้จ่างกุมอำนาจเป็นผู้สำเร็จราชการในขณะนั้น จึงทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาได้ไปถูกตาต้องใจผู้สูงศักดิ์เข้า จากนั้นเรื่องทั้งหมดก็เข้าสู่ปฐมบทของความเลวร้าย
องค์หญิงสารเลวนั่นส่งคนมาขืนใจนาง ใส่ความว่านางคบชู้สู่ชาย ปล่อยข่าวลือว่าบุตรชายของนางเป็นลูกที่เกิดจากชู้รัก วางแผนกับคนตระกูลหลี่พิพากษานางต่อหน้าผู้คน เหยียบย่ำนางจนไม่อาจทวงความยุติธรรมให้ตัวเองได้ แม้แต่เซียวหลันที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่เพราะปกป้องนางก็ยังโดนคนพวกนั้นทำร้ายจนตาย
จื่อรั่วในวัยเก้าขวบสองมือกำหมัดแน่น แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจับจ้องพวกมันไม่วางตา จนถึงตอนนี้แล้วก็เพิ่งมานึกได้ว่า นางคงตกอยู่ในแผนร้ายของพวกมันนานแล้ว เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นหลังจากมารดาของนางได้จากไป
ใช่แล้ว… เป็นช่วงนี้พอดี!
เสียงโอบอ้อมอารีของมารดาเลี้ยงลอยกระทบเข้าโสตประสาทของคนที่กำลังเหม่อลอย เสียงนั้นดังพอที่จะเรียกความสนใจจากคนในห้องโถงให้หันมามองที่นางเป็นตาเดียว
“จื่อรั่ว… ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโศกเศร้าเสียใจ แต่ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานเช่นนี้ไม่ดีเลยนะ”
คนพูดเป็นสตรีวัยยี่สิบปลายที่ยังดูเหมือนสตรีวัยแรกแย้ม หันมาพูดกับนางด้วยน้ำเสียงกึ่งตำหนิ สตรีผู้นี้อยู่ในชุดสีขาวไว้ทุกข์เช่นเดียวกัน เสื้อผ้าทรงผมเรียบง่าย แต่งหน้าบางเบาไม่ฉูดฉาด เด็กน้อยหน้าตางดงามอีกสามคนที่เหลือก็เช่นกัน ทุกคนต่างมองมาที่นางยกเว้นบุรุษสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง
จื่อรั่วไม่แม้แต่จะเปิดปากเสวนา นางเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะตรงตำแหน่ง ‘คุณหนูใหญ่’ ของบ้านท่ามกลางสายตาทิ่มแทงของพี่น้องสตรีทั้งสามคน
เมื่อก่อนไม่รู้ก็ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ให้กับพวกนางอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พอได้รู้ถึงเหตุผลที่มารดาของพวกนางกดดันให้จื่อรั่วต้องมาอยู่ที่นี่ก็ยิ่งชิงชังพวกมันเข้ากระดูกดำ
หลังจากนั่งลงแล้วจื่อรั่วก็ไม่ได้มองไปที่ใครอีก แต่ก็รู้ได้จากทางหางตาว่าบิดาและเฉินซีซวนพากันเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว รอจนกระทั่งพวกบ่าวยกโจ๊กร้อน ๆ เข้ามาให้ จื่อรั่วจึงตั้งหน้าตั้งตากินราวกับว่าอาหารจืด ๆ ของอารามนั้นอร่อยเสียเต็มประดา
เสียงพูดคุยเบา ๆ บนโต๊ะอาหารดังขึ้น จื่อรั่วจึงใช้โอกาสนี้นึกทบทวนเรื่องราวที่ในอดีตให้มากที่สุดเพื่อหาทางรับมือและขัดขวางพวกนางไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน
จื่อรั่วเคยสงสัยว่าเหตุใดพี่น้องทั้งสามของนางจึงไม่มีสนใจการมีตัวตนของเฉินซีซวนที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร ถึงแม้ตอนนี้จะยังเป็นขุนนางไร้อำนาจ แต่อีกไม่นานเขาจะเปล่งประกายเจิดจรัสในราชสำนัก
ผ่านมาชาติหนึ่ง จนมาถึงตอนนี้จื่อรั่วก็ได้เข้าใจแล้วว่าสายตาที่พวกนั้นมักใช้มองนางเวลาอยู่กับเฉินซีซวนมีแต่ความเหยียดหยาม ราวกับมองสิ่งต่ำต้อยนั่นก็เพราะชาติกำเนิดของเขาไม่สูงส่งพอที่จะดึงดูดความสนใจของพวกนางได้นั่นเอง
เจียงเจียลี่และเจียอี เป็นฝาแฝดที่มีความต่างอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งสุขุมเยือกเย็น ถนัดบรรเลงเพลงพิณ อีกหนึ่งน่ารักสดใส ถนัดการร่ายรำ ทั้งสองเกิดในปีและเดือนเดียวกันกับจื่อรั่วแต่ต่างกันแค่ไม่กี่วัน อายุของพวกนางจึงไล่เลี่ยกัน
จื่อรั่วเคยได้ยินว่าเจียงหลี่ซื่อซึ่งเป็นฮูหยินรองในตอนนั้นถึงกับหัวเสียที่บุตรสาวของตนเองไม่ได้เป็นคุณหนูใหญ่ นางถึงขนาดจะกินยาให้คลอดก่อนกำหนดเพื่อการนี้ แต่ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าที่รู้เรื่องเสียก่อนจึงห้ามเอาไว้
เจียงเจียฮุ่ย น้องเล็กของจวนถือกำเนิดในปีถัดมา นางเดินหมากเก่ง วาดภาพงดงามอีกทั้งยังมีความรู้และสนใจในวิชาแพทย์ ถือได้ว่าฉลาดเฉลียว มากแผนการที่สุดในบรรดาพวกนาง
คำว่าสามีของพวกนางมีไว้สำหรับบุรุษที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ตำแหน่งในราชสำนักสำคัญกว่าความสุขในชีวิตหลังแต่งงาน หากได้เจอบุรุษที่มีคุณสมบัติครบพร้อมรูปงามก็นับว่าเป็นผลพลอยได้
สายตาของพวกนางมีเอาไว้มองผู้มีอำนาจเท่านั้น ความทะเยอทะยานปีนป่ายขึ้นที่สูงถูกฝังหัวกันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้แม้กระทั่งในหมู่พี่น้องกันก็ยังมีการชิงดีชิงเด่นกันอยู่เงียบ ๆ
แต่ก็มีสตรีบางประเภทที่ไม่สนใจคุณสมบัติเหล่านั้น องค์หญิงเอ้ออี้จ่างผู้ที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับนางได้ เมื่อใดก็ตามที่จัดการกับสามพี่น้องนั่นได้ เป้าหมายสุดท้ายของนางก็คือองค์หญิงผู้นี้!
องค์หญิงเอ้ออี้จ่างถูกใจเฉินซีซวนตั้งแต่แรกพบ แม้จะรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวอีกทั้งยังมีบุตรด้วยกันแล้วหนึ่งคนก็ไม่มีความคิดที่ล้มเลิกแต่อย่างใด แผนร้ายจึงเริ่มขึ้นโดยมีสามพี่น้องและตระกูลเจียงคอยช่วยเหลือ
เหตุผลที่นางต้องมาอยู่ที่นี่ถึงสามปีก็คงเป็นเพราะว่า… นางเคยได้รับการทำนายว่าจะได้เป็นพระแม่ของแผ่นดิน ยามนั้นหูตาของแม่เลี้ยงกว้างขวาง จึงรู้เรื่องนี้เข้าโดยไม่ยาก
เจียงจื่อรั่วมีความสามารถโดดเด่นทุกด้าน ซ้ำยังเป็นบุตรีคนโตของขุนนางใหญ่ในราชสำนัก นางจึงเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นฮองเฮาของแคว้นอันดับต้น ๆ
ครอบครัวของนางยกเว้นพี่ใหญ่ ไม่มีใครสักคนที่อยากจะเห็นนางได้ดี มารดาผู้วายชนม์ของนางเป็นพระญาติห่าง ๆ ของไทเฮา ตั้งแต่เล็กจึงถูกเรียกเข้าวังเป็นสหายร่วมเรียนของสตรีชั้นสูงอยู่บ่อย ๆ
ดังนั้นตั้งแต่เล็กจื่อรั่วจึงได้รับการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ที่สตรีควรมีจากมารดาเอาไว้ทั้งหมด นางเชี่ยวชาญทุกแขนงเข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ บรรดาฮูหยินตราตั้งทั้งหลายเห็นนางแล้วก็สองตาลุกวาวถึงขั้นอยากได้เกี่ยวดองเป็นลูกสะใภ้
รั่วซีหลันฮูหยินของขุนนางฝ่ายพิธีการ เป็นฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้ อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงมามากมาย ยังกล่าวถึงจื่อรั่วในวัยสิบขวบว่าเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักคน เป็นสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงจนเป็นที่กล่าวขานกันอยู่พักใหญ่
แต่คำนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมสำหรับจื่อรั่ว…
ฮูหยินรองเจียงหลี่ซื่อหรือแม่เลี้ยงของนางคงเล็งเห็นแล้วว่าหากนางยังอยู่ บุตรีทั้งสามของนางคงจะไม่มีโอกาสได้โดดเด่นเฉิดฉาย จึงออกอุบายให้นางมาไว้ทุกข์ในหัวเมืองติดชายแดนห่างไกลซึ่งความเจริญแห่งนี้ทุกอย่างก็เพื่อซื้อเวลา
สามปีหลังจากนี้จื่อรั่วรู้ว่าสามพี่น้องจะกลายเป็นคนดังของเมืองหลวง มีผู้คนชื่นชมให้ความสนใจพวกนางมากมาย แต่ละคนจะได้รับการหมั้นหมายกับบุรุษที่เพียบพร้อมเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติสมดั่งตั้งใจ
ส่วนแม่เลี้ยงของนางเองก็จะได้ตั้งท้องครั้งที่สามและครั้งนี้นางจะได้บุตรชายสมใจ แต่จื่อรั่วมีหรือจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น….
ในสามปีนี้นางก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน!
หลังมื้ออาหารทุกคนต่างแยกย้ายไปทำธุระบ้าง นั่งสวดมนต์บ้าง ส่วนจื่อรั่วเลือกที่จะออกมานั่งรับลมที่ศาลาเพื่อสงบจิตสงบใจ เมืองที่อยู่ชายแดนแห่งนี้แม้ไม่เจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ถือว่าเงียบเหงา เป็นเมืองที่มีพ่อค้าต่างเมืองผ่านเข้าออกมากมาย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เอาไว้สำหรับผู้ที่กระทำความผิดถูกเนรเทศมาใช้แรงงาน
ในบรรดาคนเหล่านี้จะมีสองครอบครัวที่ลือกันว่าถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมเพราะไปล่วงเกินองค์หญิงชั่วนั่นเข้า
“รั่วเออร์….” ในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ มีเพียงคนเดียวที่เรียกนางเช่นนี้ เมื่อหันไปตามเสียงเรียกก็พบเข้ากับ เด็กหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีขาวท่วงท่าสุภาพดั่งปัญญาชน ในมือถือผลไม้ของโปรดของนางมาหนึ่งจาน
“พี่ซีซวน”
“เห็นเจ้าซึมเศร้า ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบลูกพลับ เลยเอามาให้เผื่อเจ้าจะอารมณ์ดีขึ้น” เฉินซีซวนยอมรับว่าตกใจกับแววตาที่เปลี่ยนไปของน้องสาวตัวน้อย มันทั้งราบเรียบและแสนจะเย็นชาต่างไปจากเมื่อก่อน ปราศจากความรักความชื่นชอบในตัวเขาอย่างสิ้นเชิง
เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยสนใจแววตาของนางสักเท่าไหร่ ทั้งยังทำเป็นมองข้ามอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้พอไม่ได้เห็นมันแล้วกลับรู้สึกใจหาย
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือที่กำลังยื่นมาลูบศีรษะ ทำเอาเจ้าตัวต้องดึงมือกลับไปด้วยความเก้อเขิน
“เจ้าไม่ต้องห่วงว่าจะเหงา ข้าจะหาเวลามาเยี่ยมเจ้าบ่อย ๆ” ใบหน้าของอดีตสามีที่ยังเยาว์เผยรอยยิ้มจริงใจ มันช่างดูไร้เดียงสาและไร้พิษภัย
แสนดีเช่นนี้นี่เอง เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างนางถึงได้ตกหลุมพรางได้อย่างง่ายดาย จื่อรั่วรู้ว่าเขาจะมาหานางเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงปีแรก จากนั้นด้วยข้ออ้างว่างานรัดตัวจนไม่อาจปลีกตัว เขาจึงทำเพียงส่งของขวัญ ของกินของใช้มาให้เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น
นางในตอนนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรล้วนเชื่อถือไปหมด เพียงแค่เขามาทำดีด้วยไม่กี่ครั้งก็สามารถลบล้างความหมางใจของนางได้หมดจด
จื่อรั่วหลุบตามองต่ำ รีบเก็บซ่อนประกายอาฆาตในแววตาเอาไว้อย่างมิดชิด