โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีอันดับหนึ่ง

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 01 พ.ย. 2567 เวลา 06.30 น. • Oneam
จื่อรั่วเคยเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง นางจะยังต้องการแก้แค้นอยู่หรือไม่? หากพวกมันหยุดข้าก็จะหยุดแต่โชคดีเหลือเกินที่คนพวกนั้น… ไม่ยอมหยุด!

<h2 style='display: flex; justify-content: center;'>ข้อมูลเบื้องต้น</h2><p style="text-align:center;" class="indent-a"><u>"ชาตินี้ไม่ขอเป็นสตรีอันดับหนึ่ง"</u></p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><img alt="sds" src="https://cdn.readawrite.com/publicassets/2324094/images/8269558951image.jpg" style="width:222px;" class="image_resized"></p><p style="text-align:center;" class="indent-a">นิยายรักจีนโบราณ แนวแก้แค้นฉ่ำ ๆ เฉือนคมเน้น ๆ</p><p style="text-align:center;" class="indent-a"><u>คำโปรย</u></p><p style="text-align:center;" class="indent-a">ตำรวจสาวจากโลกอนาคต หวนกลับมาเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองในอดีตชาติ </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">อดีตที่เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นสตรีอันดันหนึ่ง</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">สตรีที่มารดาถูกบิดาและเมียน้อยวางแผนฆ่า พี่ชายแท้ๆ กลายเป็นสิ่งขัดเคืองนัยน์จนต้องถูกฆ่าทิ้ง </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">ถูกคนวางแผนร้ายทำลายชื่อเสียงจนไม่อาจสู้หน้าผู้คน</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">สามีที่คิดว่าจริงใจกลับแผนวางฆ่า ถูกชู้รักสตรีสูงศักดิ์ส่งคนมาขืนใจ </p><p style="text-align:center;" class="indent-a">เพราะพวกนางสองแม่ลูกกลายเป็นเสี้ยนหนามขวางทางรักจึงต้องถูกกำจัด นางจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยตัวเองในชาติที่แล้ว</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">บัดนี้นางได้หวนกลับมาใหม่ นางจึงใช้มันเพื่อทวงแค้น!จะคืนสนองกลับไปให้สาสมเป็นร้อยเป็นพันเท่า</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">จื่อรั่วเคยเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง<br>นางจะยังต้องการแก้แค้นอยู่หรือไม่?</p><p style="text-align:center;" class="indent-a">คำตอบที่ผุดขึ้นมาแทบจะในทันที หากพวกมันหยุดข้าก็จะหยุดแต่โชคดีเหลือเกินที่คนพวกนั้น…. ไม่ยอมหยุด!</p><hr/><h2 style='display: flex; justify-content: center;'>บทนำ</h2><p class="indent-a"> </p><p class="indent-a"><strong>บนเส้นทางชีวิตที่ได้ย้อนกลับมาใหม่ </strong>นางใช้มันเพื่อทวงแค้นกับคนที่เคยฝากรอยแค้นเอาไว้ จะสนองคืนกลับไปให้สาสมเป็นร้อยเป็นพันเท่า</p><p class="indent-a">จื่อรั่วเคยเฝ้าตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากได้ย้อนเวลากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ตอนที่ทุกอย่างยังไม่สายเกินไป นางจะยังต้องการแก้แค้นอยู่หรือไม่?</p><p class="indent-a">คำตอบที่ผุดขึ้นมาแทบจะในทันที หากพวกมันหยุดข้าก็จะหยุด แต่โชคดีเหลือเกินที่คนพวกนั้น…. ไม่ยอมหยุด!’</p><p class="indent-a">แต่เส้นทางของจื่อรั่วหาได้ราบรื่นนัก หลายครั้งติดขัดสับสน แม้จะรู้ล่วงหน้าแต่กลับไร้กำลัง</p><p class="indent-a">ในตอนที่กำลังเข้าตาจนชีวิตพลิกผัน ก็มีคนผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิต… เขาคือตัวอันตรายที่ผู้คนพากันหลีกเลี่ยงสุดชีวิต หวาดกลัวยิ่งกว่าภูติผีปีศาจจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้</p><p class="indent-a">เขาก้าวย่างไปที่ใดล้วนต้องมีคนตาย ซากศพของคนที่พ่ายแพ้ต่อเขาสูงกองท่วมหัว</p><p class="indent-a">แม้รูปโฉมของเขาจะหล่อเหลาดั่งเทพเซียน แต่กลับโหดเหี้ยมยิ่งกว่าพญามาร แม้จะงดงามเพียงใดก็ไม่มีใครอาจหาญจ้องมอง</p><p class="indent-a"><strong>“ปีศาจตัวนี้จะเชื่อฟังเจ้า จะเชื่องแค่กับเจ้า ไม่ดีหรือ…”</strong></p><p class="indent-a">ปีศาจที่งดงามและแข็งแกร่งที่ผู้คนต่างหวาดกลัวตนนี้… กำลังบอกว่าจะเชื่อฟังนางแต่เพียงผู้เดียว!!!</p><p class="indent-a">“นายท่าน” จื่อรั่วได้แต่สองตาเบิกโพลงด้วยความตระหนก หัวใจทั้งดวงกระหน่ำเต้นจนปวดไปทั้งหน้าอก นางได้แต่จ้องมองใบหน้าที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ในระยะอันตราย</p><p class="indent-a">จนหน้าผากแทบจะแนบชิดติดกัน ปลายจมูกของเขาคลอเคลียอยู่กับปลายจมูกของนาง จนต่างฝ่ายต่างสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน น่าแปลกที่นางไม่คิดผลักเขาออก</p><p class="indent-a">ดวงตาคู่นั้นหลุบลงจับจ้องริมฝีปากของนางที่เผยอค้างด้วยความตระหนก เขาจ้องมองมันราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง</p><p class="indent-a">จื่อรั่วกลืนน้ำลายที่ฝืดเหนียวลงคอ รู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเย้ายวนใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่ดูเหมือนเขากำลังอ้อนวอนขออะไรบางอย่างจากนาง</p><p class="indent-a">แววตาของเฮ่อเหอตี้สะท้อนความลุ่มหลงอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งริมฝีปากได้รูปฉกจุมพิตลงมาแผ่วเบาก่อนจะผละออกอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหยั่งเชิง</p><p class="indent-a">นางก็เริ่มแน่ใจแล้วว่าที่เขาทำตัวแปลกประหลาดเพราะอะไร เดาว่าเขาคงติดใจรสจุมพิตเมื่อคืนวาน</p><p class="indent-a">บุรุษรูปงามปานล่มเมืองเช่นนี้กำลังขอความรักจากนาง!แล้วจื่อรั่วก็ดันแพ้ทางคนหล่อเสียด้วย!</p><p class="indent-a">‘ทำไมเขาต้องทำตัวน่ารักขนาดนี้!’</p><p class="indent-a">นางพยายามหักห้ามใจแล้วแต่ก็ไม่เป็นผล ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นฝ่ายประคองใบหน้านั้นไว้ ดึงเขาเข้าหาตัวก่อนจะหลับตาลงพร้อม ๆ กับที่ริมฝีปากนุ่มหยุ่นประทับลงมา</p><p class="indent-a">จุมพิตเร่าร้อนผ่านไปอย่างพอดี เสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบเบา ๆ ข้างหูราวกับคำมั่นสัญญา</p><p class="indent-a">“หนี้รัก หนี้แค้นอะไรทั้งหลายเหล่านั้น หากมันหนักหนาสาหัสหรือทำให้เจ้าทุกข์ทรมานเกินไปนัก ก็ให้โอกาสข้าได้แบ่งเบาให้เจ้าบ้าง ข้ายินดีแบกรับทั้งหมดแทนเจ้า… จำเอาไว้”</p><p class="indent-a"></p><hr/>

จะไม่ซ้ำรอยเดิม

ยุคปัจจุบัน

จางจื่อรั่ว ตำรวจสาวอนาคตไกลกำลังทำคดีสามีจ้างวานฆ่าภรรยาและลูกเพราะต้องการไปอยู่กับชู้รัก เธอชิงชังผู้ต้องหาที่เป็นสามีมากจนถึงกับเก็บโทสะเอาไว้ไม่อยู่

เธอตีคนร้ายจนบาดเจ็บสาหัสราวกับต้องการระบายแค้น จากนั้นจึงสลบไปทันที

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ทุก ๆ คืนเธอจะฝันถึงแต่เรื่องของสตรีผู้หนึ่ง ฝันถึงสิ่งที่นางถูกกระทำอย่างไร้ความเป็นธรรม

นานวันเข้าภาพฝันนั้นก็เริ่มเข้ามารบกวนการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ จิตใต้สำนึกยังรู้สึกได้ถึงความบีบคั้นจากความเคียดแค้นชิงชังรุนแรงราวกับว่าเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่องของตัวเอง

ทุกครั้งที่คิดขึ้นมาอาการปวดศีรษะก็กำเริบจนเริ่มไม่เป็นอันทำงาน

ตอนแรกจื่อรั่วยังคิดว่าเป็นเรื่องของวิญญาณหรือพลังงานของใครบางคนที่นางบังเอิญสื่อถึงกันได้ แต่ความรู้สึกเคียดแค้นรุนแรงเกินรับไหวจนไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

จุดพลิกผันของชีวิตก็มาถึงในวันหนึ่ง ระหว่างที่เธอกำลังพาผู้กระทำผิดไปสถานที่คุมขังห่างไกลผู้คน

ฟ้าแลบฟ้าร้องตลอดเส้นทางที่รถเคลื่อนผ่าน กลุ่มเมฆสีดำทมึนหมุนวนเป็นคลื่นวงกลม ฟ้าร้องฟ้าผ่าแลบแปลบปลาบ ผ่าเปรี้ยงปร้างลงมาเป็นบางครั้งบางคราว

เส้นทางยาวเหยียดสองข้างทางเต็มไปด้วยป่ารกทึบมืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถที่คอยส่องนำทาง ราวกับรถบัสคันนี้กำลังพาเธอไปยังโลกอีกใบหนึ่ง

จนกระทั่งมาถึงเส้นทางร้างไกลผู้คน ถนนถูกตัดขาดออกจากกันด้วยต้นไม้ใหญ่หลายร้อยปีที่ล้มลงมาเพราะฟ้าผ่าราวกับเป็นลางร้าย ขวางทางเอาไว้จนต้องหยุดรถไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้

จื่อรั่วเดินลงมาสำรวจรอบด้านที่มีเพียงความมืดโอบล้อม ไฟหน้ารถเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้

เธอเอื้อมมือไปจับเชือกสีขาวเก่าขาดที่พันอยู่รอบต้นไม้นั้น แต่ทันทีที่แตะต้องมันฟ้าก็ผ่าลงอย่างแรงลงมาอีกครั้งทำเอาสองหูอื้ออึง กระแสบางอย่างไหลบ่าเข้าสู่สมอง

คล้ายกับเป็นความทรงจำของใครบางคนที่มาพร้อมกับรู้สึกอึดอัด กดทับแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก ความอัดอั้นราวกับไม่ได้รับความยุติธรรม เสียงใครบางคนแล่นตรงเข้ามาในโสตประสาท

‘เจ้าพวกสารเลว!’

เฮือก!

จื่อรั่วหมดสติไปทันทีที่สิ้นเสียงนั้น ระหว่างที่กำลังล่องลอยในห้วงฝัน ตำรวจสาวได้เห็นชีวิตอันแสนรันทดผ่านสายตาของสตรีผู้หนึ่ง มองเหตุการณ์ทุกอย่างผ่านสายตาของโฉมงามที่มีชื่อเดียวกับนาง

สตรีที่มีใบหน้างดงามแต่กลับดูเศร้าสร้อย รัศมีที่แผ่ออกมาโอบล้อมรอบกายสูงส่งดั่งราชนิกูล… เจียงจื่อรั่ว

ผู้คนที่รายล้อมมากมายต่างเรียกขานนางว่าสตรีอันดับหนึ่ง… แต่นางกลับร่ำไห้อย่างน่าสงสาร ปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลรินลงมาราวกับเป็นสายธาราที่ไม่มีวันแห้งเหือด

ตำรวจสาวได้แต่สงสัยว่าเหตุใดสตรีที่ดีพร้อมเช่นนี้ถึงไม่มีความสุข แต่ต่อมาไม่นานนางก็ได้รับรู้เมื่อความทรงจำทุกอย่างถูกถ่ายทอดมาที่นาง

โฉมสะคราญถูกคนรักหักหลัง ถูกคนใกล้ตัวคิดปองร้าย แม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขที่ยังอยู่ในวัยเยาว์ก็ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกชู้ เด็กน้อยถูกคนจับแขวนคอ

บุรุษผู้เป็นพ่อเด็กขอหย่าขาดกับนาง เพื่อไปแต่งงานกับชู้รักคนใหม่ระดับองค์หญิง

ทั้งยังถูกกล่าวหาด้วยเรื่องที่ไม่ได้ทำ ถูกส่งให้บุรุษอื่นย่ำยี โดนจับลงโทษต่อหน้าชาวเมืองที่เคยชื่นชมในฐานะสตรีแพศยาด้วยวิธีการอันแสนน่าอาย

ก่อนที่ชีวิตจะสูญสิ้น สิ่งสุดท้ายที่ได้เห็นคือแววตาอันแสนเย็นชาดำมืดของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี

ตำรวจสาวครุ่นคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจว่าชีวิตของสตรีผู้นี้มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

หากสตรีผู้นี้ได้รับโอกาสให้กลับไปเริ่มต้นใหม่หรือแก้ไขทุกอย่างได้อีกครั้ง นางจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่?

หรือหากนางจะเลือกเส้นทางสายดำมืด เลือกที่จะแก้แค้นทุกคนที่ทำให้เกิดเคราะห์กรรมเหล่านั้น นางจะทำสำเร็จราบรื่นหรือไม่?

ถ้านางเป็นเจียงจื่อรั่ว… ก็คงต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางหายนะสุดชีวิต รวมถึงการไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับบุรุษผู้นั้นอีกอย่างแน่นอน!

แต่ถ้าพวกมันยังไม่ยอมหยุดนางก็พร้อมจะสู้ยิบตา!

ทันทีที่ความคิดนี้จบลง เสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าดังใกล้เข้ามาในห้วงคำนึง ราวกับว่ามีบางสิ่งที่ตอบรับคำของนาง จากนั้นทุกสิ่งพลันรอบตัวพลันมืดมิด สติดับวูบไปโดยพลัน


หลังจากที่ได้สติคืนมาอีกครั้ง พร้อมกับความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาในสมอง ทำให้จนถึงตอนนี้ตำรวจสาวก็ได้รู้แล้วว่าโฉมงามที่เห็นในฝันแท้จริงแล้วคืออดีตชาติของนางเอง

อดีตตำรวจสาวก้มลงมองนิ้วมือทั้งสิบที่ทั้งเล็กและสั้นป้อม บ่งบอกได้ว่าตัวนางตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง นางย้อนเวลากลับมาในช่วงอายุราวสิบขวบปี

สิ่งที่อธิบายสถานการณ์ของนางได้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดก็คงเป็น ‘ระลึกชาติ’ และ ‘ย้อนอดีต’ นางก็ได้โอกาสย้อนเวลากลับมาในตอนที่ยังเด็ก ตอนที่อะไร ๆ ยังไม่สายเกินไป

โอกาสอันมีค่าที่ได้รับมานี้ นางตั้งใจว่าจะทำทุกวิถีทางไม่ให้ซ้ำรอยเดิม หนี้แค้นทั้งหมดจะคืนกลับไปทุกหยาดหยด คนที่คิดร้ายจะต้องไม่ได้ตายดี

ตอนนี้คือช่วงที่มารดาของเจียงจื่อรั่วเพิ่งสิ้นลม ตัวนางถูกแม่เลี้ยงส่งมาไว้ทุกข์เป็นเวลาสามปีในอารามหลวงซึ่งตั้งอยู่ชายแดนแคว้นหลินอัน นางจะใช้โอกาสนี้เตรียมการทุกอย่างเท่าที่ทำได้

เจียงจื่อรัว คือชื่อของนางในชาตินี้ มีบิดาเป็นเสนาบดีฝ่ายซ้าย นางเป็นบุตรีคนแรกของเขาจากในบรรดาบุตรีทั้งสี่คน คุณหนูใหญ่เจียงจื่อรัวมีพี่ชายแท้ ๆ หนึ่งคนที่ตอนนี้กำลังรับราชการเป็นทหารไปประจำการอยู่ทางเหนือที่กำลังสู้รบ

เจียงจื่อเยียน พี่ชายที่ไร้ตัวตนในสายตาของบิดา หลายปีก่อนเขาปฏิเสธความต้องการของบิดาที่อยากให้บุตรชายคนโต สอบเข้ารับราชการเป็นขุนนาง แต่พี่ชายของนางอยากจะเป็นทหาร จึงติดตามกองทัพไปออกรบได้หลายปีแล้ว

บิดาของนางที่ได้ชื่อว่าเห็นการสืบทอดตระกูลสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด นั่นจึงทำให้ครั้งหนึ่งเมืองหลวงเกิดข่าวลือว่าผู้นำตระกูลเจียงผิดใจกับบุตรชายคนโตจนถึงขั้นเกือบตัดพ่อตัดลูกกัน

โชคยังดีที่ได้ฮูหยินผู้เฒ่าเข้ามาเตือนสติ เพราะทายาทผู้สืบทอดตระกูลน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ตระกูลเจียงในตอนนี้มีบุตรชายแค่คนเดียว

พี่น้องคนอื่น ๆ ของจื่อรั่วเป็นบุตรีที่เกิดจากฮูหยินรองตระกูลหลี่ที่ตอนนี้เลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่แทนที่มารดาที่เสียไปของนาง

เจียงเจียลี่ เจียงเจียอี เจียงเจียฮุ่ย สามดรุณีอสรพิษหน้าเนื้อใจเสือที่ทำลายชีวิตของเจียงจื่อรั่ว คนหนึ่งทำลายชื่อเสียง คนหนึ่งช่วยผู้อื่นแย่งชิงคนรัก ส่วนอีกคนผลักนางไปสู่หุบเหวแห่งความตาย แต่ครั้งนี้นางจะไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนั้นอีกต่อไปแล้ว!

เสียงเรียกแผ่วเบาหน้าประตูดังขัดความคิดของจื่อรั่ว ประตูค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกจนเห็นเงาร่างของเด็กสาวใบหน้าเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่ง

“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ? ฮูหยินรอง… เอ๊ย! ฮูหยินใหญ่ให้บ่าวมาเรียกออกไปรับมื้อเช้าด้วยกันเจ้าค่ะ”

เซียวหลัน สาวใช้ที่เคยอยู่ข้างกายมารดาของนางมาหลายปี ซื่อสัตย์จงรักภักดีจวบจนวินาทีที่สิ้นใจ เพราะนางเข้ามารับโทษแทนจื่อรั่ว ไม่ว่าจะถูกทุบตีอย่างไรก็ไม่หลีกทาง ท้ายที่สุดถูกจับลงทัณฑ์ด้วยม้าไม้ชำเรา[1]

จื่อรั่วทนมองสาวใช้ผู้ภักดีที่เป็นเพียงแค่เด็กสาวธรรมดาถูกพาไปยังม้าไม้ลงทัณฑ์ทั้งน้ำตา เสียงตะโกนร้องขอชีวิตที่แหบแห้งไปพร้อมกับลมหายใจของเซียวหลันที่ถูกพรากลงไปทุกขณะ ร่างกายส่วนล่างเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสด ๆ ไหลทะลักออกมาไม่หยุดท่วมหลังม้าจนไม่อาจใช้ต่อไปได้

ม้าไม้ที่เอาไว้ลงโทษสตรีคบชู้สู่ชายแต่กลับถูกเอามาใช้กับสตรีบริสุทธิ์ ทั้งโหดเหี้ยมและทารุณจนจิตวิญญาณของนางฉีกกระชาก

ทั้งหมดก็เพื่อเหตุผลอันชอบธรรมในการหย่าขาดกับนาง เพื่อที่จะได้แต่งงานใหม่กับองค์หญิงผู้นั้น โดยที่ตัวเองไม่ต้องโดนคำครหาจากผู้คน บุรุษผู้นั้นถึงกับยัดเยียดข้อหาคบชู้สู่ชายให้กับนาง

หลังจากมีข่าวลือออกมาไม่หยุดหย่อน เลวร้ายถึงขั้นที่ว่าแม้แต่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาและนางก็ไม่อาจเก็บเอาไว้ได้เพราะความสงสัยในชาติกำเนิด

นางยังจำเสียงกรีดร้องของตนเองได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ อ้อนวอนให้ผู้เป็นสามีไว้ชีวิตลูกของนาง

“ท่านพี่! ได้โปรด เซียวเออร์เป็นลูกของท่านนะเจ้าคะ”

ร่างทั้งร่างถึงกับสั่นสะท้านไปกับสายตาของเขาที่คล้ายบ่อน้ำลึกดำมืดไร้ก้นบึ้ง แววตาอันแสนน่ากลัวคู่นั้นปรากฏความเคลือบแคลง

จื่อรั่วลำคอตีบตันจนไม่อาจพูดคำใดออกมาได้ รู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวจนร่างกายสั่นสะท้าน

“ได้โปรดเถิดท่านพี่… หากไม่ต้องการพวกเราแล้ว ท่านก็แค่ปล่อยข้าสองแม่ลูกไป ชาตินี้ข้าสาบานว่าจะไม่มาเกะกะเส้นทางรักของท่าน จะไม่โผล่มาให้เห็นขัดเคืองนัยน์ตา”

นางอ้อนวอนเขาแทบตาย ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดแต่สิ่งได้มีเพียงภาพร่างของเด็กน้อยถูกจับแขวนคออยู่กับต้นไม้แน่นิ่งไม่ไหวติง

จื่อรั่วเสียใจจนสติหลุด นางเหม่อมองยาพิษที่วางอยู่ตรงหน้า เป็นความเมตตาสุดท้ายของอดีตสามีที่ปรารถนาจะให้นางตายอย่างสงบ… ปราศจากความทรมาน

แต่ทว่าในตอนนั้นนางชิงชังเขาเสียจนไม่ยอมรับความปรารถนาดีนั้น นางเลือกตายด้วยการใช้ปิ่นดอกโบตั๋นที่เขาให้แทงคอตัวเอง ปิ่นหยกอาบไปด้วยเลือดที่ไหลออกมาจนชุ่ม จบชีวิตที่เต็มไปด้วยความแค้นไว้แค่นั้น

ก่อนสิ้นใจตายนางมองแววตาตื่นตระหนกของเขาด้วยความเคียดแค้นชิงชิง ด้วยความปรารถนาแรงกล้าที่ไม่ว่าจะเกิดใหม่อีกกี่ครั้งก็จะไม่ขออยู่ร่วมโลก

“คุณหนู…? ยังเสียใจเรื่องฮูหยินใหญ่อยู่หรือเจ้าคะ” เสียงเรียกของสาวใช้คนสนิททำให้นางตื่นจากภวังค์

จื่อรั่วเพิ่งรู้สึกตัวว่าน้ำตาไหลพราก แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน นัยน์ตาแดงฉานไปด้วยเส้นเลือดจนต้องปิดเปลือกตาลงเพื่อสงบจิตใจ สองมือยกขึ้นปาดน้ำออกจากหางตาอย่างลวก ๆ

“เซียวหลันฟังข้าให้ดี นับจากนี้อีกไม่กี่ปีพวกเราจะถูกคนชั่วให้ร้าย ข้ากับเจ้าจะต้องตายอย่างอนาถ ดังนั้นก่อนที่เวลานั้นจะมาถึงข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า”

“ทราบแล้วเจ้าค่ะ!” แม้จะยังงุนงงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่นางก็เลือกที่จะทำตามที่คุณหนูต้องการแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรเซียวหลันก็พร้อมยอมทำและเชื่อเด็กน้อยอย่างสนิทใจ

สตรีสองวิญญาณผู้ย้อนกาลเวลามาเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเองในอดีตชาติ หญิงสาวไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วโลกใบนี้เป็นโลกคู่ขนานหรือว่าเป็นอดีตชาติที่เคยเกิดขึ้นจริง แต่… ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ใครก็ตามที่คิดร้ายกับนางจะต้องไม่ได้ตายดี!

‘ลองมาเจอข้าหน่อยเป็นอย่างไร! เจ้าพวกคนชั่วช้าสารเลวทั้งหลาย ครั้งนี้จุดจบจะต้องต่างออกไป’


[1] กฎหมายอาญาประเภทนี้เป็นหนึ่งใน 4 บทลงโทษที่โหดเหี้ยมที่สุดสำหรับผู้หญิงในสมัยโบราณ ที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับทุกคน เครื่องมือทรมานคือม้าไม้มีเสาสั้นๆ คล้ายอวัยวะเพศชายในการบังคับใช้กฎหมายอาญา เสาสั้นๆ นี้จะถูกแทรกเข้าไปในอวัยวะเพศของนักโทษหญิง จากนั้นนักโทษหญิงก็ถูกตรึงบนนั้นและแห่ไปตามถนน เป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจที่โหดเหี้ยมมาก

ทางเลือกของเจียงจื่อรั่ว

เจียงจื่อรั่วในชุดไว้ทุกข์สีขาว เดินตามเซียวหลันไปยังห้องโถงรับรองของอารามหลวง ทางเดินที่ทอดยาวตรง ทำให้นางเห็นได้จากที่ไกล ๆ ว่าในห้องนั้นเต็มไปด้วยเหล่าผู้คนที่นางต้องทวงแค้นนั่งกันหน้าสลอน ไม่เว้นแม้แต่บุรุษที่จะมาเป็นสามีของนางในอนาคต

เฉินซีซวน ในวัยเด็กเฉกเช่นเดียวกับนาง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาฉายแววหล่อเหลาคมคาย ท่วงท่าสง่างาม อายุเขาตอนนี้น่าจะราว ๆ สิบห้าขวบปี

เขาเป็นบุตรชายสหายขุนนางของบิดาที่มีตำแหน่งไม่สูงนักแต่สิ้นบุญไปก่อน จึงถูกรับมาดูแลเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต จื่อรั่วก็ยังไม่เคยเคลือบแคลงใจในความชั่วร้ายของเขาแม้แต่น้อย

ตัวเขาได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค สามารถสอบผ่านการสอบยาก ๆ ระดับจิ้นซื่อจนได้เป็นขุนนางอย่างง่ายดาย ในตอนนี้เขาเพิ่งเริ่มเข้ารับราชการได้ไม่นาน จึงได้ไปมาหาสู่ที่จวนเสนาบดีอยู่บ่อยครั้ง

ชาติที่แล้วตอนจื่อรั่วอายุได้ห้าขวบพี่ชายแท้ ๆ ของนางก็เข้ากองทัพไปแล้ว นางที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางพี่น้องคนละแม่ จึงมีเฉินซีซวนที่เปรียบเสมือนเป็นพี่ชายคนที่สองคอยดูแลใกล้ชิดสนิทสนม

จื่อรั่วจึงมักจ้องมองเขาด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาและเสน่หา ความรู้สึกลึกซึ้งที่มีให้กับเขาเปิดเปลือยออกมาทางสีหน้าและแววตาจนหมดเปลือก

เฉินซีซวนเสมือนเป็นผืนฟ้ากว้างภูผาแข็งแกร่ง เป็นที่พึ่งพิงทุกอย่างในชีวิต แม้แต่ตอนที่นางถูกคนใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงจนป่นปี้ เขาก็ยังยินดีรับนางเป็นภรรยาเอก

ชีวิตแต่งงานราบเรียบแสนสงบสุข เขากับนางมีบุตรชายด้วยกันชื่อซูเซียว ครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวกันดี จนเป็นที่อิจฉาของผู้คน แต่แล้วก็มีวันที่เทพบุตรได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงเมื่อเขาได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น

ได้เข้าร่วมประชุมท้องพระโรงในตอนเช้าที่มีองค์หญิงเอ้ออี้จ่างกุมอำนาจเป็นผู้สำเร็จราชการในขณะนั้น จึงทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาได้ไปถูกตาต้องใจผู้สูงศักดิ์เข้า จากนั้นเรื่องทั้งหมดก็เข้าสู่ปฐมบทของความเลวร้าย

องค์หญิงสารเลวนั่นส่งคนมาขืนใจนาง ใส่ความว่านางคบชู้สู่ชาย ปล่อยข่าวลือว่าบุตรชายของนางเป็นลูกที่เกิดจากชู้รัก วางแผนกับคนตระกูลหลี่พิพากษานางต่อหน้าผู้คน เหยียบย่ำนางจนไม่อาจทวงความยุติธรรมให้ตัวเองได้ แม้แต่เซียวหลันที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่เพราะปกป้องนางก็ยังโดนคนพวกนั้นทำร้ายจนตาย

จื่อรั่วในวัยเก้าขวบสองมือกำหมัดแน่น แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจับจ้องพวกมันไม่วางตา จนถึงตอนนี้แล้วก็เพิ่งมานึกได้ว่า นางคงตกอยู่ในแผนร้ายของพวกมันนานแล้ว เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นหลังจากมารดาของนางได้จากไป

ใช่แล้ว… เป็นช่วงนี้พอดี!

เสียงโอบอ้อมอารีของมารดาเลี้ยงลอยกระทบเข้าโสตประสาทของคนที่กำลังเหม่อลอย เสียงนั้นดังพอที่จะเรียกความสนใจจากคนในห้องโถงให้หันมามองที่นางเป็นตาเดียว

“จื่อรั่ว… ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังโศกเศร้าเสียใจ แต่ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานเช่นนี้ไม่ดีเลยนะ”

คนพูดเป็นสตรีวัยยี่สิบปลายที่ยังดูเหมือนสตรีวัยแรกแย้ม หันมาพูดกับนางด้วยน้ำเสียงกึ่งตำหนิ สตรีผู้นี้อยู่ในชุดสีขาวไว้ทุกข์เช่นเดียวกัน เสื้อผ้าทรงผมเรียบง่าย แต่งหน้าบางเบาไม่ฉูดฉาด เด็กน้อยหน้าตางดงามอีกสามคนที่เหลือก็เช่นกัน ทุกคนต่างมองมาที่นางยกเว้นบุรุษสองคนที่กำลังพูดคุยกันอยู่อีกด้านหนึ่งของห้อง

จื่อรั่วไม่แม้แต่จะเปิดปากเสวนา นางเดินตรงไปนั่งที่โต๊ะตรงตำแหน่ง ‘คุณหนูใหญ่’ ของบ้านท่ามกลางสายตาทิ่มแทงของพี่น้องสตรีทั้งสามคน

เมื่อก่อนไม่รู้ก็ไม่มีความรู้สึกใด ๆ ให้กับพวกนางอยู่แล้ว แต่ตอนนี้พอได้รู้ถึงเหตุผลที่มารดาของพวกนางกดดันให้จื่อรั่วต้องมาอยู่ที่นี่ก็ยิ่งชิงชังพวกมันเข้ากระดูกดำ

หลังจากนั่งลงแล้วจื่อรั่วก็ไม่ได้มองไปที่ใครอีก แต่ก็รู้ได้จากทางหางตาว่าบิดาและเฉินซีซวนพากันเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว รอจนกระทั่งพวกบ่าวยกโจ๊กร้อน ๆ เข้ามาให้ จื่อรั่วจึงตั้งหน้าตั้งตากินราวกับว่าอาหารจืด ๆ ของอารามนั้นอร่อยเสียเต็มประดา

เสียงพูดคุยเบา ๆ บนโต๊ะอาหารดังขึ้น จื่อรั่วจึงใช้โอกาสนี้นึกทบทวนเรื่องราวที่ในอดีตให้มากที่สุดเพื่อหาทางรับมือและขัดขวางพวกนางไม่ให้ไปถึงฝั่งฝัน

จื่อรั่วเคยสงสัยว่าเหตุใดพี่น้องทั้งสามของนางจึงไม่มีสนใจการมีตัวตนของเฉินซีซวนที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตร ถึงแม้ตอนนี้จะยังเป็นขุนนางไร้อำนาจ แต่อีกไม่นานเขาจะเปล่งประกายเจิดจรัสในราชสำนัก

ผ่านมาชาติหนึ่ง จนมาถึงตอนนี้จื่อรั่วก็ได้เข้าใจแล้วว่าสายตาที่พวกนั้นมักใช้มองนางเวลาอยู่กับเฉินซีซวนมีแต่ความเหยียดหยาม ราวกับมองสิ่งต่ำต้อยนั่นก็เพราะชาติกำเนิดของเขาไม่สูงส่งพอที่จะดึงดูดความสนใจของพวกนางได้นั่นเอง

เจียงเจียลี่และเจียอี เป็นฝาแฝดที่มีความต่างอย่างเห็นได้ชัด หนึ่งสุขุมเยือกเย็น ถนัดบรรเลงเพลงพิณ อีกหนึ่งน่ารักสดใส ถนัดการร่ายรำ ทั้งสองเกิดในปีและเดือนเดียวกันกับจื่อรั่วแต่ต่างกันแค่ไม่กี่วัน อายุของพวกนางจึงไล่เลี่ยกัน

จื่อรั่วเคยได้ยินว่าเจียงหลี่ซื่อซึ่งเป็นฮูหยินรองในตอนนั้นถึงกับหัวเสียที่บุตรสาวของตนเองไม่ได้เป็นคุณหนูใหญ่ นางถึงขนาดจะกินยาให้คลอดก่อนกำหนดเพื่อการนี้ แต่ก็ถูกฮูหยินผู้เฒ่าที่รู้เรื่องเสียก่อนจึงห้ามเอาไว้

เจียงเจียฮุ่ย น้องเล็กของจวนถือกำเนิดในปีถัดมา นางเดินหมากเก่ง วาดภาพงดงามอีกทั้งยังมีความรู้และสนใจในวิชาแพทย์ ถือได้ว่าฉลาดเฉลียว มากแผนการที่สุดในบรรดาพวกนาง

คำว่าสามีของพวกนางมีไว้สำหรับบุรุษที่มีชาติกำเนิดสูงส่ง ตำแหน่งในราชสำนักสำคัญกว่าความสุขในชีวิตหลังแต่งงาน หากได้เจอบุรุษที่มีคุณสมบัติครบพร้อมรูปงามก็นับว่าเป็นผลพลอยได้

สายตาของพวกนางมีเอาไว้มองผู้มีอำนาจเท่านั้น ความทะเยอทะยานปีนป่ายขึ้นที่สูงถูกฝังหัวกันมาตั้งแต่เด็ก เรื่องนี้แม้กระทั่งในหมู่พี่น้องกันก็ยังมีการชิงดีชิงเด่นกันอยู่เงียบ ๆ

แต่ก็มีสตรีบางประเภทที่ไม่สนใจคุณสมบัติเหล่านั้น องค์หญิงเอ้ออี้จ่างผู้ที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกับนางได้ เมื่อใดก็ตามที่จัดการกับสามพี่น้องนั่นได้ เป้าหมายสุดท้ายของนางก็คือองค์หญิงผู้นี้!

องค์หญิงเอ้ออี้จ่างถูกใจเฉินซีซวนตั้งแต่แรกพบ แม้จะรู้ว่าเขาแต่งงานมีครอบครัวอีกทั้งยังมีบุตรด้วยกันแล้วหนึ่งคนก็ไม่มีความคิดที่ล้มเลิกแต่อย่างใด แผนร้ายจึงเริ่มขึ้นโดยมีสามพี่น้องและตระกูลเจียงคอยช่วยเหลือ

เหตุผลที่นางต้องมาอยู่ที่นี่ถึงสามปีก็คงเป็นเพราะว่า… นางเคยได้รับการทำนายว่าจะได้เป็นพระแม่ของแผ่นดิน ยามนั้นหูตาของแม่เลี้ยงกว้างขวาง จึงรู้เรื่องนี้เข้าโดยไม่ยาก

เจียงจื่อรั่วมีความสามารถโดดเด่นทุกด้าน ซ้ำยังเป็นบุตรีคนโตของขุนนางใหญ่ในราชสำนัก นางจึงเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกวางตัวเอาไว้ให้เป็นฮองเฮาของแคว้นอันดับต้น ๆ

ครอบครัวของนางยกเว้นพี่ใหญ่ ไม่มีใครสักคนที่อยากจะเห็นนางได้ดี มารดาผู้วายชนม์ของนางเป็นพระญาติห่าง ๆ ของไทเฮา ตั้งแต่เล็กจึงถูกเรียกเข้าวังเป็นสหายร่วมเรียนของสตรีชั้นสูงอยู่บ่อย ๆ

ดังนั้นตั้งแต่เล็กจื่อรั่วจึงได้รับการฝึกฝนศาสตร์ทั้งสี่ที่สตรีควรมีจากมารดาเอาไว้ทั้งหมด นางเชี่ยวชาญทุกแขนงเข้าขั้นเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ บรรดาฮูหยินตราตั้งทั้งหลายเห็นนางแล้วก็สองตาลุกวาวถึงขั้นอยากได้เกี่ยวดองเป็นลูกสะใภ้

รั่วซีหลันฮูหยินของขุนนางฝ่ายพิธีการ เป็นฮูหยินตราตั้งขั้นหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตฮ่องเต้ อีกทั้งยังเป็นผู้ฝึกสอนสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงมามากมาย ยังกล่าวถึงจื่อรั่วในวัยสิบขวบว่าเป็นอัจฉริยะที่ร้อยปีจะมีสักคน เป็นสตรีอันดับหนึ่งของเมืองหลวงจนเป็นที่กล่าวขานกันอยู่พักใหญ่

แต่คำนี้กลับกลายเป็นดาบสองคมสำหรับจื่อรั่ว…

ฮูหยินรองเจียงหลี่ซื่อหรือแม่เลี้ยงของนางคงเล็งเห็นแล้วว่าหากนางยังอยู่ บุตรีทั้งสามของนางคงจะไม่มีโอกาสได้โดดเด่นเฉิดฉาย จึงออกอุบายให้นางมาไว้ทุกข์ในหัวเมืองติดชายแดนห่างไกลซึ่งความเจริญแห่งนี้ทุกอย่างก็เพื่อซื้อเวลา

สามปีหลังจากนี้จื่อรั่วรู้ว่าสามพี่น้องจะกลายเป็นคนดังของเมืองหลวง มีผู้คนชื่นชมให้ความสนใจพวกนางมากมาย แต่ละคนจะได้รับการหมั้นหมายกับบุรุษที่เพียบพร้อมเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติสมดั่งตั้งใจ

ส่วนแม่เลี้ยงของนางเองก็จะได้ตั้งท้องครั้งที่สามและครั้งนี้นางจะได้บุตรชายสมใจ แต่จื่อรั่วมีหรือจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้น….

ในสามปีนี้นางก็ต้องเตรียมตัวเช่นกัน!

หลังมื้ออาหารทุกคนต่างแยกย้ายไปทำธุระบ้าง นั่งสวดมนต์บ้าง ส่วนจื่อรั่วเลือกที่จะออกมานั่งรับลมที่ศาลาเพื่อสงบจิตสงบใจ เมืองที่อยู่ชายแดนแห่งนี้แม้ไม่เจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ถือว่าเงียบเหงา เป็นเมืองที่มีพ่อค้าต่างเมืองผ่านเข้าออกมากมาย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เอาไว้สำหรับผู้ที่กระทำความผิดถูกเนรเทศมาใช้แรงงาน

ในบรรดาคนเหล่านี้จะมีสองครอบครัวที่ลือกันว่าถูกใส่ร้ายอย่างไม่เป็นธรรมเพราะไปล่วงเกินองค์หญิงชั่วนั่นเข้า

“รั่วเออร์….” ในบรรดาคนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ มีเพียงคนเดียวที่เรียกนางเช่นนี้ เมื่อหันไปตามเสียงเรียกก็พบเข้ากับ เด็กหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่งกายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสีขาวท่วงท่าสุภาพดั่งปัญญาชน ในมือถือผลไม้ของโปรดของนางมาหนึ่งจาน

“พี่ซีซวน”

“เห็นเจ้าซึมเศร้า ข้าจำได้ว่าเจ้าชอบลูกพลับ เลยเอามาให้เผื่อเจ้าจะอารมณ์ดีขึ้น” เฉินซีซวนยอมรับว่าตกใจกับแววตาที่เปลี่ยนไปของน้องสาวตัวน้อย มันทั้งราบเรียบและแสนจะเย็นชาต่างไปจากเมื่อก่อน ปราศจากความรักความชื่นชอบในตัวเขาอย่างสิ้นเชิง

เมื่อก่อนเขาไม่ค่อยสนใจแววตาของนางสักเท่าไหร่ ทั้งยังทำเป็นมองข้ามอยู่บ่อย ๆ แต่ตอนนี้พอไม่ได้เห็นมันแล้วกลับรู้สึกใจหาย

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวเบี่ยงตัวหลบฝ่ามือที่กำลังยื่นมาลูบศีรษะ ทำเอาเจ้าตัวต้องดึงมือกลับไปด้วยความเก้อเขิน

“เจ้าไม่ต้องห่วงว่าจะเหงา ข้าจะหาเวลามาเยี่ยมเจ้าบ่อย ๆ” ใบหน้าของอดีตสามีที่ยังเยาว์เผยรอยยิ้มจริงใจ มันช่างดูไร้เดียงสาและไร้พิษภัย

แสนดีเช่นนี้นี่เอง เด็กน้อยไร้เดียงสาอย่างนางถึงได้ตกหลุมพรางได้อย่างง่ายดาย จื่อรั่วรู้ว่าเขาจะมาหานางเพียงไม่กี่ครั้งในช่วงปีแรก จากนั้นด้วยข้ออ้างว่างานรัดตัวจนไม่อาจปลีกตัว เขาจึงทำเพียงส่งของขวัญ ของกินของใช้มาให้เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

นางในตอนนั้น ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรล้วนเชื่อถือไปหมด เพียงแค่เขามาทำดีด้วยไม่กี่ครั้งก็สามารถลบล้างความหมางใจของนางได้หมดจด

จื่อรั่วหลุบตามองต่ำ รีบเก็บซ่อนประกายอาฆาตในแววตาเอาไว้อย่างมิดชิด


อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...