โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินเดือน 20,000 บาท แบ่งใช้-เก็บ ยังไงดี?

Finnomena

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 01.00 น. • Finspace

เคยเจอปัญหานี้กันมั้ยครับ? เงินเดือนออกทีไรก็ใช้ไปเรื่อย ๆ เหลือก็ค่อยเก็บ ไม่พอก็ยืมเงินในอนาคตอย่างใช้บัตรเครดิตรูดไปก่อน วนไปอย่างนี้ทุกเดือน ถ้าอย่างนั้นมาลองปรับการใช้เงินกันใหม่ดีกว่าครับ โดยแอดยกตัวอย่างมาให้ดูเป็น 3 สายด้วยกัน ทั้งสายชิวใช้คนเดียว สายดูแลครอบครัวด้วย และสายประหยัดเน้นเก็บ

สายชิลใช้คนเดียว

Step 1 : เงินเดือน 20,000 บาท Step 2 : หักออมก่อนเลย 10% เท่ากับ 2,000 บาท โดยเราจะตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะสั้น 20% (400 บาท) ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เผื่อเจ็บป่วยหรือตกงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่อง หากจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที เช่น บัญชีออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือซื้อประกันสุขภาพไว้ดูแลตอนเจ็บป่วย
  • ระยะกลาง 50% (1,000 บาท) ไว้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อบ้าน แต่งงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในพอร์ตลงทุนความเสี่ยงปานกลาง เช่น กองทุนรวมผสม พันธบัตรรัฐบาล
  • ระยะยาว 30% (600 บาท) ไว้ใช้ยามเกษียณอายุ แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใน RMF, ประกันบำนาญ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Step 3 : หักค่าใช้จ่าย โดยเราจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ดังนี้
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกเดือน อย่างเช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัย พวกค่าเช่า ค่าน้ำ-ไฟ ค่าของใช้จิปาถะ ประมาณ 9,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร ที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือกำหนดเองได้ อย่างเช่น ค่ากิน ค่าเดือนทาง ตั้งไว้ที่ 9,000 บาท ปล. สามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของรายได้และรายจ่ายของแต่ละคน

สายดูแลพ่อแม่ด้วย

Step 1 : เงินเดือน 20,000 บาท Step 2 : หักออมก่อนเลย 10% เท่ากับ 2,000 บาท โดยเราจะตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะสั้น 20% (400 บาท) ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เผื่อเจ็บป่วยหรือตกงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่อง หากจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที เช่น บัญชีออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือซื้อประกันสุขภาพไว้ดูแลตอนเจ็บป่วย
  • ระยะกลาง 50% (1,000 บาท) ไว้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อบ้าน แต่งงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในพอร์ตลงทุนความเสี่ยงปานกลาง เช่น กองทุนรวมผสม พันธบัตรรัฐบาล
  • ระยะยาว 30% (600 บาท) ไว้ใช้ยามเกษียณอายุ แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใน RMF, ประกันบำนาญ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Step 3 : หักค่าใช้จ่าย โดยเราลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อจะได้มีเพียงพอที่จะดูแลพ่อแม่ร่วมด้วย แต่จะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันเหมือนเดิม ดังนี้
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกเดือน อย่างเช่น ให้เงินพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัย พวกค่าเช่า ค่าน้ำ-ไฟ ค่าของใช้จิปาถะ โดยต้องทำการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงบ้าง อย่างเช่นเปลี่ยนมาใช้เน็ตรายปีที่ตกเดือนละ 200 บาทแทน จะคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินประมาณ 11,000 บาท
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร ที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือกำหนดเองได้ อย่างเช่น ค่ากินที่เน้นทำอาหารทานเองที่บ้าน ค่าเดือนทาง ตั้งไว้ที่ 7,000 บาท ปล. แนะนำหารายได้เสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ให้การเงินไม่ตึงจนเกินไป ดูแลครอบครัวแล้วอย่าลืมดูแลอนาคตตัวเองด้วยครับ และสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของรายได้และรายจ่ายของแต่ละคน

สายเน้นเก็บ

Step 1 : เงินเดือน 20,000 บาท Step 2 : หักออมก่อนเลย 25% เท่ากับ 5,000 บาท เน้นเก็บโดยเฉพาะ โดยเราจะตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ดังนี้

  • ระยะสั้น 20% (1,000 บาท) ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เผื่อเจ็บป่วยหรือตกงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่อง หากจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที เช่น บัญชีออมทรัพย์ กองทุนรวมตลาดเงิน หรือซื้อประกันสุขภาพไว้ดูแลตอนเจ็บป่วย
  • ระยะกลาง 50% (2,500 บาท) ไว้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อบ้าน แต่งงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในพอร์ตลงทุนความเสี่ยงปานกลาง เช่น กองทุนรวมผสม พันธบัตรรัฐบาล
  • ระยะยาว 30% (1,500 บาท) ไว้ใช้ยามเกษียณอายุ แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใน RMF, ประกันบำนาญ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Step 3 : หักค่าใช้จ่าย โดยเราลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เพื่อจะได้มีเงินเก็บมากขึ้น แต่จะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันเหมือนเดิม ดังนี้
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกเดือน อย่างเช่น ให้เงินพ่อแม่ ค่าใช้จ่ายสำหรับที่อยู่อาศัย พวกค่าเช่า ค่าน้ำ-ไฟ ค่าของใช้จิปาถะ โดยต้องทำการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงบ้าง อย่างเช่นเปลี่ยนมาใช้เน็ตรายปีที่ตกเดือนละ 200 บาทแทน จะคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้เกินประมาณ 7,500 บาท
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร ที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือกำหนดเองได้ อย่างเช่น ค่ากินที่เน้นทำอาหารทานเองที่บ้าน ลดค่ากาแฟจากทุกวันเหลือแค่วันเว้นวัน หรือทำเองที่บ้านแทน ตั้งไว้ที่ 7,000 บาท Step 4 : ดูว่าคงเหลือเท่าไหร่ ซึ่งอาจจะให้เป็นรางวัลตัวเองอย่างบุฟเฟต์สักมื้อ หรือจะเก็บเพิ่มก็ได้เช่นกัน
    ปล. ยิ่งเราประหยัดและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้มากเท่าไหร่ ก็จะเหลือเก็บมากขึ้นเท่านั้น และสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมของรายได้และรายจ่ายของแต่ละคน FinSpace

ที่มาบทความ: https://www.facebook.com/finspace.co/posts/pfbid089qurhjxpagncLQAi8m3RzuAxv72W3PhWvW5MLBQRiPxSPxdpe3eZYuFgR5726aYl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...