อะไรกันนี่! นักสนุกเกอร์มือดีของโรงเรียนดัง ลาไปแข่ง คว้าแชมป์กลับมา ครูให้ 0 วิชาพละ
อะไรกันนี่! นักสนุกเกอร์มือดีของโรงเรียนดัง ลาไปแข่ง คว้าแชมป์กลับมา ครูให้ 0 วิชาพละ
หลังจากที่ สมฤกษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดังซึ่งปัจจุบันเปิดเพจ ฟุตบอล 108 ได้โพสต์เรื่องราวของลูกชาย “น้องลมหนาว” ลมหนาว นักสนุกเกอร์ ดาวรุ่ง ที่เพิ่งทำสถิติเป็นนักสอยคิวอายุน้อยที่สุด ในอายุ 14 ปี ที่แทงเซนจูรี่เบรก 105 คะแนน ต้องติด 0 วิชาพลศึกษา และสุขศึกษา หลังจากลาโรงเรียนไปแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญทองแดง เป็นตัวแทนภาค 1 ทั้ง 3 ประเภท
ล่าสุด “พี่ปู” สมฤกษ์ ได้โพสต์อีกข้อความว่า จากโพสต์เมื่อวาน เพื่อนๆ หลายคนเข้ามาเมนต์ให้กำลังใจ บอก สอบตกก็ไปซ่อม สู้ๆ ขอบคุณมาก อันนั้นเข้าใจได้ แต่ไม่ได้สอบแล้วได้ 0 ไม่รู้จะไปสู้กับใคร
แสดงว่าผมเล่าข้อมูลไม่ครอบคลุม เอาให้ละเอียดเลยละกันจะได้ไม่เข้าใจผิด
วันที่ 13-21 ธันวาคม 2566 มีการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ รอบคัดเลือกภาค 1 ที่นครนายก กรุงเทพมหานคร มีหนังสือขอตัว ด.ช.ลมหนาว อิศรางกูร ณ อยุธยา นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนอัสสัมชัญ เพื่อเข้าแข่งขันกีฬาสนุกเกอร์ประเภททีม, คู่ และเดี่ยว 15 แดง
ผู้อำนวยการโรงเรียนได้รับหนังสือเซ็นอนุมัติแล้วส่งเรื่องไปยังฝ่ายวิชาการ ส่งต่อให้หัวหน้าระดับ ครูประจำชั้น ครูประจำวิชา ตามขั้นตอนเพื่อลาเรียน และให้มาสอบย้อนหลังเพราะตรงกับช่วงสอบกลางภาค
แข่งเสร็จ ได้ 2 เหรียญทอง, 1ทองแดง ได้สิทธิเข้าไปเล่น ยช.แห่งชาติทั้ง 3 ประเภท ฝ่ายวิชาการ โทรศัพท์แจ้งว่า ให้มาตามสอบ ระหว่างวันที่ 3-4 มกราคม เพราะจะต้องส่งคะแนนเข้าระบบ
จบปีใหม่ รีบกลับมาสอบ 2 วัน 11 วิชา หนักหนาเอาการแต่ก็สู้เต็มที่ ผลสอบออกมา ผ่านบ้าง ตกบ้าง ไม่มีปัญหาที่ตกก็ไล่ซ่อม
แต่มี 2 วิชา คือ พลศึกษากับสุขศึกษา ที่อาจารย์ไม่นัดหมายให้เข้าสอบทั้งที่เจอกันทุกวัน และไม่ส่งคะแนนให้วิชาการ ผลสอบออกมาเลยเป็น ศูนย์คะแนนเต็ม 20
จึงมีคำถามว่า เพราะอะไรอาจารย์ใน 2 วิชานี้จึงไม่นัดเด็กสอบ ทั้งที่วิชาอื่นซึ่งยากกว่า อย่างภาษาไทย, อังกฤษ, วิทยาศาสตร์ ฯลฯ ก็นัดได้และมีคะแนนปกติ
ถ้าได้สอบ พละศึกษา ตีวอลเลย์ เขาให้อันเดอร์แล้ว เอาเท้าไปเตะนั่นสมควรศูนย์
หรือ สอบสุขศึกษา ไปตอบคำถามว่า ถุงยางควรสวมนิ้วโป้ง ก็ควรสอบตก
อีกคำถามที่ต้องตอบให้ได้คือ ในกรณีเดียวกัน นักกีฬาวอลเลย์ที่ครูทั้ง 2 วิชา ไปเป็นโค้ช และแข่งรายการเดียวกัน อาจารย์สามารถส่งคะแนนได้ก่อนสอบจริงไหม ?
ถ้าจริงก็บ่งบอก ว่าคุณเป็นอาจารย์ที่ขาดจรรยาบรรณแห่งความเป็นธรรมเลือกที่รัก มักที่ชัง ดูแลแต่นักกีฬาที่ตัวเองรับผิดชอบ และละเลยนักเรียนคนอื่นที่เป็นลูกศิษย์เหมือนกัน
ถัาไม่จริงนักกีฬาทุกคน ทุกประเภทได้ 0 เหมือนกันเพราะคุณไม่มีเวลาสอน ไม่มีเวลานัดสอบ ไม่มีเวลาส่งคะแนน โรงเรียนต้องไปทบทวนบทบาทครูด้านวิชาการ และโค้ชกีฬาใหม่ไม่ให้ภาระหนักเกินไป
นี่คือ สิ่งที่ผมรับไม่ได้
ในฐานะผู้ปกครองผมมีสิทธิตั้งคำถามเพราะ
1.เด็กไม่เคยมีปัญหาเรื่องการเรียนเกรดเฉลี่ย 3 กว่าตั้งแต่ ป.1-ม.3 ปัจจุบันเฉลี่ย 3.45 เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนมา 7 ปี และนักสนุกเกอร์ 2 ปี ไปแข่งขันทุกรายการมีหนังสือขอตัวถูกต้อง ชัดเจน วิชาพละกับสุขศึกษาควรจะได้ 0 เต็ม 20 หรือ
2.ไม่ได้เรียนฟรี ไม่ได้เป็นโควต้านักกีฬา จ่ายเงินครบทุกบาท ทุกสตางค์ ปีละแสนกว่ามา 9 ปี สนิทแค่ไหน แป๊ะเจี๊ยะก็ต้องจ่ายเหมือนคนอื่น
3.ทุกงานของโรงเรียนโดยเฉพาะด้านกีฬา เอาตัวเองไปช่วยเกินร้อย ทั้งพิธีกร สื่อ บาทเดียวก็ไม่เคยคิด แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นแบบนี้
โรงเรียนต้องตอบให้ได้ว่า บุคลากร มีประสิทธิภาพเหมาะสมกับที่ ผปค. และนักเรียนเชื่อมั่นหรือไม่
มอ.3 ไม่ให้จบไม่เป็นไร แต่เรื่องนี้ไม่จบไม่ได้
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากสมฤกษ์อีกครั้ง ซึ่ง “ปู ฟุตบอล108” เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวไม่อยากให้ไปต่อว่าโรงเรียน เพราะทางเราทำเรื่องลาถูกต้อง และทางโรงเรียนก็นำผลงานของน้องไปแสดงความยินดีในเพจของโรงเรียน แต่คงเป็นความผิดพลาดของครูผู้สอน ตนอยากแนะนำว่าภาระหน้าที่ของครูผู้สอนมากเกินไปหรือไม่ เพราะต้องสอน และเป็นโค้ชกีฬาด้วย ถึงไม่ยอมส่งข้อมูลให้ฝ่ายวิชาการ ซึ่งได้ทวงถาม เพราะเมื่อไม่ส่งให้ ระบบจะใส่ข้อมูลเป็น 0 อยากให้มีการตรวจสอบคุณภาพของครู ซึ่งตนจะยื่นหนังสือร้องเรียนกับทางโรงเรียนในเรื่องนี้ด้วย เพราะ 12 วิชา น้องก็ได้สอบ ส่วนจะสอบตก หรือผ่านก็ไปว่ากันตามจริง ซึ่งตนไม่ได้มีปัญหา แต่เมื่อไม่ได้สอบ จะได้ 0 ได้อย่างไร เสียใจที่ครูพละแท้ๆ แต่ดันไม่เข้าใจนักกีฬา ปัญหาจึงมาตกที่เด็ก
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาลูกชายเคยติดแข่งแล้วซึ่งตรงกับวิชาเป่าขลุ่ย น้องต้องไปแข่ง กลับมาดึกดื่นก็ต้องซ้อมขลุ่ยเพื่อไปสอบ ตอน 14.00 น.ของวันรุ่งขึ้น แต่พอถึงเวลา ครูผู้สอนไปรับลูกก่อน แล้วกว่าจะได้สอบต้องรอถึง 16.00 น. โดยให้เหตุผลว่า อยากให้เด็กได้ฝึกความอดทน นี่มันเรื่องอะไรกันสำหรับระบบการศึกษา
พอโพสต์ข้อความไปคนมีให้ความเห็นมากมาย เรื่องหนึ่งที่ตกใจคือ วุฒิชัย ทาทอง อดีตนักเตะทีมชาติ ก็มาคอมเมนต์ว่า ตนเคยไปแข่งทีมชาติเหมือนกัน แต่กลับมา ดันตกวิชาฟุตบอล
“ยืนยันว่าไม่ได้โทษโรงเรียน เพราะที่ผ่านมา ผมให้ความร่วมมือกับทางโรงเรียนเสมอ จนคนคิดว่าผมเป็นศิษย์เก่าไปแล้ว หลังจากนี้ไปพอจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็จะพาลูกออกนอกระบบ อาจจะเรียนการศึกษานอกโรงเรียน เพราะเด็กมีแวว สามารถเล่นสนุกเกอร์ได้ดี จนสามารถเป็นนักสนุกเกอร์อายุน้อยที่สุดที่แทงเซนจูรี่เบรกได้ในรายการสะสมคะแนน เพราะสนุกเกอร์ต้องทุ่มเทกับการฝึกซ้อมอย่างหนัก โดยเฉพาะอาจจะต้องส่งน้องไปฝึกซ้อมในต่างประเทศเพื่อทุ่มเทกับสายนี้อย่างจริงจัง เช่นเดียวกัน ระบบการศึกษาไทยควรจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสามารถของเด็กนักเรียน ไม่ใช่มาบั่นทอนกัน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อะไรกันนี่! นักสนุกเกอร์มือดีของโรงเรียนดัง ลาไปแข่ง คว้าแชมป์กลับมา ครูให้ 0 วิชาพละ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th