โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ก.ล.ต. ยก "หลอกลงทุน" วาระแห่งชาติ เปิดสายด่วน ลุยปิดเพจปลอม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2566 เวลา 06.38 น.

ก.ล.ต.ยกเรื่องหลอกลงทุนเป็น “วาระแห่งชาติ” เปิดสายด่วน 1207 กด 22 ผนึกไลน์-เฟซบุ๊ก ปิดเพจปลอมภายใน 48 ชั่วโมง ผนึก ปปง.เอาผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน-ฟลีซบัญชีม้า ตลท.เตรียมต่อท่อ ก.ล.ต. เพื่อความสะดวกให้กับนักลงทุนรายย่อย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2566 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งประชาชนได้รับประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการรับข้อมูลข่าวสารและการใช้งานเพื่อสื่อสาร

ขณะเดียวกันมีประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหลอกให้ลงทุนผ่านรูปแบบและช่องทางใหม่ ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ ก.ล.ต. พบว่าแนวโน้มของการหลอกลงทุนที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยมิจฉาชีพมักใช้ช่องทางออนไลน์ เช่น โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางในการหลอกลวงประชาชนด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้ลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีอยู่จริง ล่อลวงด้วยการเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินจริง หรือการแอบอ้างใช้ภาพ และชื่อ ของผู้บริหารของหน่วยงานในตลาดทุนมาชักชวนให้ลงทุน เป็นต้น

สำนักงาน ก.ล.ต. จึงได้เปิดให้มีช่องทาง “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” เพื่อให้เป็นช่องทางในการรับแจ้งเบาะแสการหลอกลงทุนโดยตรง โทร. 1207 กด 22 หรือแจ้งผ่านระบบรับแจ้งบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) หรืออีเมล์ scamalert@sec.or.th

โดย ก.ล.ต. จะเร่งดำเนินการตรวจสอบเบาะแสที่ได้รับและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปิดกั้นเนื้อหาหรือช่องทางการหลอกลงทุน โดยจะประสานกับ Meta (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram รวมทั้งประสาน LINE (ประเทศไทย) เพื่อปิดกั้นช่องทางของมิจฉาชีพในแพลตฟอร์มดังกล่าว หรือปิดเพลปลอมโดยเร็วภายใน 48 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้นกับประชาชน

ทั้งนี้การเปิดช่องทาง “สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน” ก.ล.ต. ได้ดำเนินการต่อเนื่องจากการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยงานพันธมิตร ภายใต้โครงการร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

ซึ่งมีจุดประสงค์ในการประสานความร่วมมือระหว่างกันเพื่อต่อต้านมิจฉาชีพ ผ่านการจัดทำและเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์เตือนภัยหลอกลงทุนในช่องทางต่าง ๆ ของ ก.ล.ต. และสื่อมวลชน โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนช่วยประชาสัมพันธ์เตือนภัยด้วยดี

ก.ล.ต. ยกเรื่องหลอกลงทุน “วาระแห่งชาติ”

สำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งใจยกเรื่องการหลอกลงทุนเป็น “วาระแห่งชาติ” เพราะต้องการให้ตลาดทุนไทยเป็นช่องทางในเรื่องการออมเงินและลงทุนระยะยาว เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตอยู่ดีกินดี (well-being)

อย่างไรก็ตาม การฉ้อฉลและการหลอกลวงเป็นปัจจัยคุกคามที่ทำให้การดำเนินการด้านอื่น ๆ พบกับอุปสรรค จึงได้ร่วมมือภาคีพันธมิตรในตลาดทุน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ที่ได้บุกเบิกเปิดตัวศูนย์ Anti Online Scam Operation Center หรือศูนย์ AOC 1441 ซึ่งจะเป็น One Stop Service ที่จะดูแลภาคประชาชน

โดยสถิติการรับแจ้งเบาะแสจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ตุลาคม 2566 ก.ล.ต. ได้ดำเนินการเพื่อเป็นการป้องปรามอย่างต่อเนื่องดังนี้

1.ขึ้นเตือนบนหน้าเว็บไซต์ ก.ล.ต. ในหัวข้อ Investor Alert เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อ จำนวน 265 ราย

2.ประสานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) กระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อออกข่าวแจ้งเตือนประชาชน จำนวน 90 กรณี

3.ด้านการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานเกี่ยวกับการหลอกลงทุนที่แอบอ้างชื่อ/โลโก้ หรือภาพผู้บริหารของ ก.ล.ต. มีจำนวน 10 กรณี

4.การดำเนินการส่งเรื่องให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายภายใต้ พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 กรณีอ้างผลตอบแทนสูง จำนวน 163 ราย

5.ดำเนินการส่งเรื่องให้กระทรวงดิจิทัลฯ พิจารณาดำเนินการ จำนวน 85 กรณี

“ที่ผ่านมา ก.ล.ต. ให้ความสำคัญโดยมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน และติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First เพื่อป้องกันความเสียหายจากการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในการหลอกลวงลงทุนในตลาดทุน และเมื่อทำผิดตามกฎหมายก็จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลังหรือหน่วยงานอื่นตามบริบทกฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป”

ฟลีซบัญชีม้า

ขณะเดียวกันกรณีที่มีบัญชีม้าเกี่ยวข้อง จะมีศูนย์ AOC 1441 ที่จะต่อท่อไป เพื่อฟลีซบัญชีม้าได้อย่างน้อย 2 วัน ดังนั้นเมื่อกระบวนการครบลูปเชื่อว่ามิจฉาชีพที่ตั้งใจหลอกลวงจะมีอุปสรรคมากขึ้น และจะเป็นการป้องปรามและทอนความเสียหายได้

หลอกลงทุน ผิดกฎหมายฉ้อโกง

นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า การหลอกให้ลงทุนทางสื่อออนไลน์หรือในตลาดทุน จะเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ผิด พ.ร.ก. การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

โดยในการต่อยอดดำเนินการมีศูนย์ AOC 1441 ที่รับแจ้ง และมีการยับยั้งบัญชีโดยหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายในการดำเนินการกับแพลตฟอร์มหรือกลุ่มบุคคล

“ปปง.จะรับไม้ต่อไปดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน ให้ย้อนไปถึงกลุ่มกระบวนการ หรือวงจรอาชญากรรม ซึ่งจะรับลูก ก.ล.ต.ได้เร็วและทันท่วงที เมื่อประชาชนได้รับความเสียหาย กระบวนการต่อไปก็จะดำเนินการกับทรัพย์สิน หรือเยียวยาตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป คือยึดอายัดทรัพย์มาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย”

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า การเปิดสายด่วนแจ้งหลอกลงทุนในครั้งนี้จะช่วยสกัดกั้นการหลอกลวงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภาคธุรกิจในตลาดทุนพร้อมให้ความร่วมมือกับ ก.ล.ต.

โดยจะร่วมแจ้งเบาะแสทันทีเมื่อพบการแอบอ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพและลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากการถูกหลอกลงทุน และเชื่อว่า เบอร์ 1207 กด 22 จะเป็นเบอร์ที่จดจำได้ง่ายและคุ้นหูให้กับประชาชนได้ในอนาคตแน่นอน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวในฐานะผู้ร่วมริเริ่มโครงการ “ร่วมมือ-จับปลอมหลอกลงทุน” กับพันธมิตร ว่า ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ และพันธมิตรได้บูรณาการความร่วมมือในหลายด้าน รวมทั้งสื่อสารเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การที่ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน จัดให้มีสายด่วนแจ้งหลอกลงทุนจะเป็นช่องทางให้ประชาชน ผู้ลงทุน และองค์กรต่าง ๆ ร่วมกันแจ้งเบาะแสหลอกลงทุนในตลาดทุน เพื่อตัดวงจรการหลอกลวงของมิจฉาชีพเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีเคสที่ถูกรีพอร์ต กว่า 320 เคส ซึ่งมีการดำเนินการเป็นไปตามเวลาที่ผู้ให้บริการทำได้และใช้เวลาที่นาน ทำให้เพจดังกล่าวยังถูกค้างนาน อย่างไรก็ตามในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อกับ ก.ล.ต. จากนักลงทุนรายย่อยให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...