"อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์" หรือ ILM หุ้นค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์สุดเด่น โบรกฯ คาดปีนี้จ่ายปันผลให้ยีลด์ 4%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอหุ้น ILM หรือ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านค้าปลีกจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านภายใต้ชื่อ "Index Living Mall" ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีประวัติการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ในระดับเกิน 3% รวมถึงนักวิเคราะห์ยังคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2566-2567 จะเติบโตดีต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจของ ILM บริษัทประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านครบวงจรในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ร้านค้า "Index Living Mall" และแบรนด์อื่นๆ รวมถึงจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางอื่นๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งครอบคลุมลูกค้าทั้งในไทยและต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังประกอบธุรกิจพื้นที่ให้เช่าในรูปแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้แบรนด์ "The Walk" "Little Walk" และ "Index Mall" รวมถึงพื้นที่เช่าในสาขาของ Index Living Mall อีกด้วย
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน ILM มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 11,615 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 17.23 เท่า (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พ.ย. 66) โดยราคาหุ้นวันที่ 9 พ.ย. 66 อยู่ที่ 23 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 23.66% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 3.48%
โดย ILM ถือเป็นอีกหนึ่งหุ้นปันผลที่น่าสนใจ เพราะมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวมของบริษัท หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาบริษัทจ่ายปันผลเฉลี่ยปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นหากนักลงทุนถือหุ้น ILM ตั้งแต่ปี 2563 มาจนถึงปัจจุบัน จะได้รับเงินปันผลทั้งหมด 8 ครั้ง รวมเป็นเงินรวม 2.48 บาทต่อหุ้น
ขณะที่แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในงวดผลประกอบการปี 2566 – 2567 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่าจะให้ผลตอบแทนในระดับ 3.8-4% โดยคาดการณ์ว่าในปี 2566 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.87 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 3.8% และปี 2567 คาดจะจ่ายเงินปันผลที่ 0.94 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 4.1%
ส่วนทิศทางการเติบโตคาดว่ายังดีต่อเนื่อง นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ผลประกอบการไตรมาส 4/66 จะโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจาก 1) เข้าสู่ช่วง High Season 2) รับรู้รายได้ค่าเช่าเพิ่มหลังเปิดสาขาใหม่ที่กรุงเทพกรีฑา ทำให้มีพื้นที่เช่าเพิ่ม 6% และ 3) ต้นทุนค่าไฟลดลง
พร้อมคาดการณ์ว่าปี 2566 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 717 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากปีก่อน และปี 2567 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 775 ล้านบาท โต 8%
แต่ปัจจุบันราคาหุ้นมี Upside จำกัด จึงคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” ที่ราคาเหมาะสมปี 2567 ที่ 25 บาท แม้จะมีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/66 และปี 2567 จาก SSSG ที่ฟื้นตัวต่อเนื่องและแผนการดำเนินธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น