โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

'บิ๊กอุ้ม' สั่ง สพฐ.-สกร.-สอศ.-สช.ลุยคลอด หลักเกณฑ์-รูปแบบ เครดิตแบงก์ ภายในเทอม 1/67

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 07.38 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ สั่ง สพฐ.-สกร.-สอศ.-สช.ลุยคลอด หลักเกณฑ์-รูปแบบ เครดิตแบงก์ ภายในเทอม 1/67

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวในงานแถลงข่าวการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาด้านจัดทำระบบวัดผล เทียบการศึกษา ประเมินผลการศึกษา และธนาคารเครดิตของ ศธ.ว่า ศธ.ให้ความสำคัญ และตระหนักเรื่องโอกาสทางการศึกษาสำหรับทุกคน มุ่งลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง ให้ผู้เรียน “เรียนดี มีความสุข” ศธ.จึงออกประกาศเรื่องแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ.2567 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา ประกาศฉบับนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวะของไทย สู่การปฏิบัติ และผลักดันไปสู่การดำเนินงานที่เป็นระบบอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ผู้เรียน และประชาชน ได้นำผลการเรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้ ทักษะจากการทำงาน หรือทักษะเฉพาะ มาเทียบโอนสะสม และใช้ประโยชน์เพิ่มคุณวุฒิการทำงาน และการศึกษาต่อ ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาตนเองตามความถนัด และความสนใจของตนเอง เปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้ และการฝึกอบรมใหม่ได้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัดอายุ รวมทั้ง สร้างโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เพิ่มทักษะ และพัฒนาทักษะใหม่ นำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวอีกว่า ธนาคารหน่วยกิต คือระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสะสมหน่วยกิตจากผลการเรียน การฝึกอบรม ประสบการณ์ หรือทักษะ นำไปใช้ต่อยอดในการศึกษาต่อ การเพิ่มคุณวุฒิ หรือการพัฒนาทักษะความสามารถของตน มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ดังนี้ 1.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่จำกัดวัย และคุณวุฒิ การเชื่อมโยงการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยเข้าด้วยกัน 2.สนับสนุนการสะสมหน่วยกิต ทำให้ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตจากแหล่งต่างๆ เช่น การศึกษา การฝึกอบรม ประสบการณ์ หรือทักษะ ไม่มีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาในการสะสม และระยะเวลาในการศึกษา รวมทั้ง สามารถเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างสถานศึกษาได้ และ 3.พัฒนาระบบการศึกษา โดยส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาระบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน ช่วยให้นักเรียน นักศึกษา พัฒนาทักษะ เพิ่มคุณวุฒิ เพื่อสำเร็จการศึกษา หรือการทำงาน ลดเวลาการศึกษาในระบบสำหรับผู้เรียนที่มีความชำนาญอยู่แล้ว ให้ไปเรียนวิชาที่มีความสนใจเพิ่มเติม หรือใช้ร่นระยะเวลาในการเรียน และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
จะเห็นได้ว่าธนาคารหน่วยกิต มุ่งหวังสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กว้างขวาง ส่งเสริมให้ทุกคนสามารถเรียนรู้ พัฒนาตนเอง ตลอดชีวิต เพื่อนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง การศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวที่จะสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัว ซึ่งเป็นยุคที่ต้องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (anywhere anytime) ธนาคารหน่วยกิตจะเป็นส่วนช่วยพัฒนาการศึกษาที่สำคัญ ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน และประชาชน ได้นำผลการเรียน หรือผลลัพธ์การเรียนรู้มาเทียบโอนสะสม และใช้ประโยชน์ในการเพิ่มคุณวุฒิการทำงาน และการศึกษาต่อ ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงได้ผนึกกำลังขับเคลื่อนให้เกิดความสำเร็จภายใต้แนวทางจับมือไว้ แล้วไปด้วยกัน ศธ.ได้บูรณาการการทำงานขับเคลื่อนธนาคารหน่วยกิต โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้จัดทำประกาศ ศธ.เรื่องแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิต ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ.2567 เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระบบธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการอาชีวะ สู่การปฏิบัติ และผลักดันไปสู่การดำเนินงานที่เป็นระบบอย่างชัดเจน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวอีกว่า จากนี้หน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องจะได้จัดทำประกาศหลักเกณฑ์ตามระดับการศึกษา และรูปแบบการศึกษา ดังนี้ 1.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษาในระบบ 2.กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย 3.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดทำเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตระดับอาชีวะ รูปแบบการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาระบบทวิภาคี และ 4.สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ส่งเสริมการทำความร่วมมือกับหน่วยงาน จัดทำหลักสูตรโรงเรียนนอกระบบ หลักสูตรระยะสั้น เพื่อการสะสม และใช้ในระบบธนาคารหน่วยกิต รวมทั้ง จัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานธนาคารหน่วยกิตโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ซึ่งประกาศทั้ง 4 ฉบับนี้ จะออกภายในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567

“ขณะเดียวกัน ศธ.ยังมุ่งเน้นถึงความต้องการของผู้เรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศ ที่ต้องการลดเวลาเรียนในระบบ ประหยัดเวลา และประหยัดค่าใช้จ่าย ด้วยวิธีการสอบเทียบวัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งรับผิดชอบโดย สกร.เป็นการดำเนินงานที่ส่งเสริม และเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และมีความเป็นเลิศทางปัญญาให้เข้ารับการทดสอบ และประเมินวัดระดับ เพื่อให้ได้รับวุฒิการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 สำหรับเครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ) จะเป็นผู้จัดทำ โดยโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาเด็กตกหล่น หรือเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือ เด็ก Drop out นั้น ได้มอบให้ สกร.เร่งสำรวจจำนวน เพื่อเป็นมาตรการณ์ในเชิงรุก เพราะระบบเดิมของ สพฐ.จะติดตามได้ในวันที่ 10 มิถุนายน โดยจะนำข้อมูลจาก สกร.มาใช้ร่วมกับระบบเดิม หากพบเด็กที่ตกหล่นจะประสานกับ สพฐ.เพื่อหาแนวทางเพื่อทำให้ประชากรไทยจบการศึกษาภาคบังคับทุกคน

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า ส่วนการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA ระหว่างสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับ สพฐ.มีความก้าวหน้าในการจัดหลักสูตรอบรมการใช้ระบบออนไลน์ข้อสอบ PISA ในสถานศึกษา รุ่นที่ 1 ปัจจุบันมีเป้าหมายผู้เข้าร่วมลงทะเบียน รวม 21,000 คน โดยได้ฝากให้ผู้บริหารของสถานศึกษาติดตาม และตรวจสอบ เพื่อให้ผู้เรียนจากทุกโรงเรียนในแต่ละสังกัด ได้ร่วมลงทะเบียนโดยพร้อมเพรียง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘บิ๊กอุ้ม’ สั่ง สพฐ.-สกร.-สอศ.-สช.ลุยคลอด หลักเกณฑ์-รูปแบบ เครดิตแบงก์ ภายในเทอม 1/67

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...