โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'เขมรเสียเมือง'? ตระกูลฮุนยกสี่จังหวัดกัมพูชาให้เวียดนามจริงหรือ

The Better

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 06.00 น. • THE BETTER

ช่วงนี้การเมืองกัมพูชาสั่นคลอนอีกครั้ง เพราะมีข่าว (ลือ?) ว่ารัฐบาล (ที่บัญชาโดยคนตระกูลฮุนสองพ่อลูก) ได้ยก 4 จังวัดทางภาคตะวันออกให้กับเวียดนามไปแล้ว นั่นคือ รัตนคีรี, มณฑลคีรี, กระแจะ และสตึงเตรง

จังหวัดพวกนี้เป็นพื้นที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์และยังขาดการพัฒนา และขาดการตั้งถิ่นฐานของประชากร บางส่วนของจังหวัดพวกนี้เคยเป็นดินแดนของประเทศสยามมาก่อน และเราเรียกว่า 'เขมรป่าดง' ซึ่งก็สมชื่อเพราะเต็มไปด้วยป่าดง มีแม่น้ำโขงส่วนที่ไหลเชี่ยวและเต็มไปด้วยเกาะแก่ง และมีประชากรเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่อาศัยในป่าและภูเขา

ข่าว (ลือ) ที่ว่านี้ทำให้คนกัมพูชาตื่นตัวกันใหญ่ว่ารัฐบาลจะขายชาติเสียแล้วกระมัง ในหมู่พวกที่ต่อต้านรัฐบาลยิ่งกระพือเรื่องนี้กันใหญ่ เพราะเห็นว่าตระกูลฮุนกุมอำนาจมานาน และมักจะหากินกับบ้านเมืองตามใจชอบ พอมีข่าวนี้มาจึงปั่นกันใหญ่

ฟากรัฐบาลก็แก้ข่าวว่า ข้อหาเรื่องขายชาติขายแผ่นดินไม่เป็นความจริง เพราะทั้ง 4 จังหวัดเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการพัฒนาร่วมกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ที่เรียกว่า Cambodia-Laos-Vietnam Development Triangle Area (CLV-DTA)

*Phtoto - แผนที่ 'แคต' หรือเขตหรือจังหวัดของกัมพูชา พื้นที่ในสี่เหลี่ยมสีแดง คือ 4 จังหวัดที่มีข่าวลือเรื่องยกให้เวียดนาม*

จากการรายงานของ Khmer Times โฆษกของรัฐบาลกัมพูชาถึงกับออกแถลงการณ์จำนวน 2 หน้ากระดาษ เพื่อยืนยันกับสาธารณชนว่าจะไม่มีการผนวก 4 จังหวัดของกัมพูชาเข้ากับเวียดนาม "ตามที่กลุ่มหัวรุนแรงจำนวนเล็กน้อยกล่าวหา"

และย้ำว่า "ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะแบ่งปันทั้ง 4 จังหวัดกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อก่อตั้งเป็นดินแดนเดียวกัน และไม่มีการแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติ เช่น แร่ธาตุ หรือทรัพยากรป่าไม้ของทั้ง 4 จังหวัดเพื่อร่วมลงทุนดังที่ได้กล่าวมาแล้ว" จากการรายงานของ Khmer Times

ฮุน เซน ในฐานะประธานวุฒิสภานั้นเดือดดาลมากกับการปั่นข่าวเสียแผ่นดิน ถึงกับเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างเข้มงวดกับผู้บิดเบือนข่าวเกี่ยวกับ CLV-DTA พร้อมกับเผยว่าตอนนี้มีการจับตัวคนปล่อยข่าวไปแล้ว 3 คน (ข้อมูลวันที่ 23 กรกฎาคม)

'สมเด็จ ฮุน เซน' กล่าวซึ่งอ้างโดย Khmer Times ว่า “มีข้อตกลงใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนอำนาจอธิปไตยหรือไม่ หากมี เหตุใดจึงจำเป็นที่ทั้งสามประเทศจะต้องแบ่งเขตแดนร่วมกัน ข้อกล่าวหานี้ถือเป็นการดูหมิ่นที่ไม่อาจยอมรับได้ ผมขอให้ศาลลงโทษสูงสุด และขอให้กระทรวงยุติธรรมและเรือนจำอย่านำบุคคลเหล่านี้ไปขึ้นบัญชีดำเพื่อขอผ่อนผันโทษหรืออภัยโทษ พวกเขาควรรับโทษให้ครบถ้วนเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรง”

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ดูหมิ่นประเทศกัมพูชา แต่เป็นการดูหมิ่นผู้มีอำนาจในเมืองเขมรด้วย เพราะผู้อำนาจพวกนั้นกุมชะตากรรมของประเทศแบบไม่ยอมแบ่งใคร มีผลประโยชน์มาก็แบ่งกันในหมู่เหล่า แต่พอมีเรื่องครหาก็ไม่ยอมรับเอาเลย คนพวกนี้คือ 'เครืออำนาจตระกูลฮุน' นั่นเอง

ลองมาฟังข้อความกังวลของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลกันบ้าง จากรายงานของ VOA ภาคภาษาเขมร ได้สัมภาษณ์นักเคลื่อนไหวเพื่อสังคมและการเมืองที่ชื่อ 'โลก สรุน สรอน' (លោក ស្រ៊ុន ស្រ៊ន) ซึ่งที่ผ่านมาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อผลักดันการบังคับใช้ข้อตกลงปารีสปี 2534 (1991 Paris Peace Agreements) ซึ่งว่าด้วยการถอนอิทธิพลเวียดนามอกจากกัมพูชา หลังจากเวียดนามยกทัพมายึดกัมพูชาไว้เพื่อรบกับไล่เขมรแดง และตกลงให้กัมพูชามีอธิปไตยเป็นของตนเอง

แต่คนกัมพูชาจำนวนหนึ่งไม่คิดว่าประเทศตัวเองมีอธิปไตยเต็มร้อยและไม่คิดว่าเวียดนามไม่มีอิทธิพลเหนือกัมพูชาอีกแล้ว ตรงกันขามเวียดนามยังมีหุ่นเชิดในกัมพูชา นั่นคือ ฮุน เซน นั่นเอง

โลก สรุน สรอน บอกกับ VOA ว่าแม้เขาจะเชื่อว่าโครงการ 4 จังหวัดในกลุ่ม CLV-DTA หรือ 'โครงการสามเหลี่ยม CLV' จะช่วยสร้างงานในพื้นที่ดังกล่าวได้ครึ่งล้านตำแหน่ง

แต่เขาเตือนว่า กัมพูชาจะกลายเป็น 'หุ่นเชิด' ของเวียดนาม และอาจสูญเสียดินแดนเหล่านั้นไป เหมือนรัชสมัยของพระไชยเชษฐาที่ 2

พระไชยเชษฐาที่ 2 ที่อ้างถึง คือกษัตริย์กัมพูชาในสมัยศตวรรษที่ 17 ตรงกับสมัยเกือบจะปลายกรุงศรีอยุธยาของไทย ในเวลานั้นอยุธยาเป็นศัตรูกับกัมพูชา กษัตริย์กัมพูชาองค์นี้จึงคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากเวียดนามเพื่อป้องกันการคุกคามของอยุธยา

ในเวลานั้นยังไม่มีประเทศเวียดนาม แต่ดินแดนของเวียดนามในเวลานั้นแบ่งการปกครองเป็นเจ้าตระกูลจิ่ญปกครองทางตอนเหนือ และเจ้าตระกูลเหงียนปกครองตอนใต้ ในเวลานั้นภาคใต้ของเวียดนามยังเป็นดินแดนของกัมพูชา เพื่อที่จะขอกำลังจากพวกเจ้าตระกูลเหงียนมาคุ้มกัน พระไชยเชษฐาที่ 2 จึงเสกสมรสกับเจ้าหญิงตระกูลเหงียน คือ เหงียน ฟุก หง็อก วัน ธิดาของประมุขเจ้าตระกูลเหงียน และมีมารดาเป็นคนตระกูลมั่ค ซึ่งหนึ่งเป็นราชตระกูลเก่าแก่ของเวียดนาม

คนเขมรเชื่อว่า "พระเจ้าแผ่นดินหูเบาเพราะเชื่อมเหสีต่าวด้าว" พระไชยเชษฐาที่ 2 จึงยอมให้เจ้าตระกูลเหงียนมาตั้งด่านภาษีที่เมืองไพรนคร ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นให้คนเวียดนาม หรือ 'ยวน' ตามที่คนเขมรเรียก เริ่มอพยพเข้ามาในตอนใต้ของกัมพูชา จนกระทั่งการอพยพกลายเป็นการตั้งหลักแหล่งถาวร และทำให้ดินแดนตอนใต้ของกัมพูชากลายเป็นดินแดนใต้ของเวียดนามนับแต่นั้น

จนถึงปัจจุบันนี้ คนกัมพูชาก็ยังเสียดายดินแดนพวกนั้น และเรียกดินแดนนั้นว่า 'แขมร์กรอม' หรือเมืองเขมรตอนใต้หรือตอนล่าง ส่วนเมืองไพรนครที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเสียดินแดน ก็คือเมืองไซ่ง่อน หรือนครโฮจิมิญในปัจจุบัน

*Photo - แผนที่ของ 'แขมร์กรอม' หรือดินแดนตอนใต้เดิมของกัมพูชา ที่ตกเป็นของเวียดนามในปัจจุบัน บางครั้งเพราะแนวคิดชาตินิยมที่รุนแรง ชาวเขมรบางคนเรียกดินแดนนี้ว่า 'กัมปูเจียกรอม' หรือกัมพูชาตอนล่าง*

เนื่องจากประวัติศาสตร์มันชอกช้ำแบบนี้ คนกัมพูชาจึงระแวงเวียดนามและระแวงผู้ปกครองที่ใกล้ชิดกับเวียดนามเป็นพิเศษว่าจะ 'ขายชาติ'

โดยเฉพาะฮุน เซน มีความเกี่ยวข้องกับเวียดนามที่แนบแน่นเป็นพิเศษ ที่ฮุน เซน มีอำนาจขึ้นมาได้ในทุกนี้เพราะก็ได้เวียดนามช่วยเบิกทางให้ และเป็นที่ทราบกันว่าฮุน เซน คือ 'หุ่นเชิด' ของเวียดนามหลังจากข้อตกลงปารีสปี 2534

โลก อึม สัมอาน (លោក អ៊ុំ សំអាន) อดีตสมาชิกพรรคสงเคราะห์ชาติ (CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของ สม รังสี อันเป็นศัตรูตัวฉกาจของระบอบฮุน เซน กล่าวกับ VOA ว่าเขาเชื่อว่าโครงการสามเหลี่ยมกัมพูชา-ลาว-เวียดนาม ไม่น่าจะก่อประโยชน์อะไร และรัฐบาลกัมพูชาอ้างเรื่องการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า

เขาบอกว่า "แต่ฮุนเซนเป็นหนี้บุญคุณเวียดนามที่เวียดนามได้สถาปนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ดังนั้นเขาจึงรู้สึกขอบคุณเวียดนาม เขาจึงต้องการรวม 3 จังหวัดนี้ (ที่จริงคือ 4 จังหวัด)เข้าด้วยกันกับเวียดนามเพื่อแสดงความขอบคุณเวียดนามที่เวียดนามช่วยสถาปนาฮุน เซน ขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980"

โลก อึม สัมอาน ยังชี้ให้เห็นด้วยว่าการยกจังหวัดเหล่านี้ขึ้นมาในโครงการที่ว่าก็ "เพื่อรำลึกถึงพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน ซึ่งมี 3 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม และลาว ดินแดนทั้งหมดใน 4 จังหวัดดังกล่าวจะหายไปในเวียดนาม"

เรื่องที่อ้างว่าการผนวกจังหวัดของกัมพูลชาก็เพื่อ "รำลึกถึงพรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีน" เรื่องนี้คล้ายกับทัศนะของ โลก สรุน สรอน ที่บอกว่า "กัมพูชาจะกลายเป็นหุ่นเชิดของเวียดนาม เป็นการบรรลุความฝันของชาวเวียดนามในการก่อตั้งขบวนการคอมมิวนิสต์อินโดจีนในอินโดจีน กัมพูชา เวียดนาม และลาวจะมีรัฐบาลเดียวคือเวียดนาม นี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา"

เป็นความจริงที่พรรคคอมมิวนิสต์อินโดจีนประกอบด้วยสมาชิกจากสามประเทศดังกล่าว เพราะในเวลานั้นทั้งสามประเทศเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส และรวมเป็นองคพายพเดียวกันเรียกว่า 'อินโดจีนของฝรั่งเศส' ในเวลานั้นมีกลุ่มฝ่ายซ้ายและกลุ่มเรียกร้องเอกราชตั้งขบวนการคอมมิวนิสต์ขึ้นมานำโดย 'พวกยวน' แม้จะรวมสามชาติ แต่คนเขมรก็รู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า 'พวกยวน' มีเจตนาตั้งขบวนการรวมสามชาติก็เพื่อหวังจะกลืนสามชาติเป็นหนึ่งเดียวโดยมีตนเองเป็นผู้นำ

นี่คือความระแวงของคนเขมรตั้งแต่ตอนนั้น และจนถึงตอนนี้ก็ยังเชื่อว่าเวียดนามยังไม่ล้มเลิกความคิดที่ว่า ทุกวันนี้ยังมีการ 'ปั่น' เรื่อง 'สมาพันธรัฐอินโดจีน' กันอยู่

ส่วนหนึ่งก็เพราะเวียดนามยังเป็นคอมมิวนิสต์ ลาวก็เป็นคอมมิวนิสต์ (ที่เวียดนามช่วยสถาปนา) และกัมพูชายังมีผู้นำที่เวียดนามช่วยสถปนาอำนาจขึ้นมา คือฮุน เซน

ดังนั้น ถ้าจะมีข่าวลือเรื่องรัฐบาลตระกูลฮุนยก 4 จังหวัดถวายพานให้เวียดนามก็ไม่แปลก เพราะเบื้องหลังของฮุน เซน มีเวียดนามเป็นเงาติดตามอยู่

ป.ล.
มีเรื่องน่าคิดอีกประเด็น เรื่อง 'คลองฟูนันเตโช' โปรเจกต์ใหญ่ของฮุน เซน ที่จะขุดคลองลัดจากแม่น้ำโขงออกทะเลที่อ่าวไทย เพื่อเลี่ยงการพึ่งพาการออกทะเลที่ปากแม่น้ำโขง ซึ่งครอบครอบโดยเวียดนาม (นั่นคือดินแดนแขมร์กรอม ที่กัมพูชายกให้เวียดนามแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง)

แต่ 'คลองฟูนันเตโช' ทำให้เวียดนาม 'กังวลใจ' เพราะคลองนี้อาจมีปัญหาทางยุทธศาสตร์ต่อเวียดนาม เนื่องจากปากทางออกที่อ่าวไทยใกล้กับฐานทัพเรือกัมพูชา ซึ่งอนุญาตให้กองทัพเรือจีนเข้ามาใช้ จึงวิจารณ์กันว่าคลองนี้อาจมีเรือรบจีนเข้าออกได้ หรือถึงขั้นชี้ว่ามันสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายอำนาจของกองทัพจีนในแม่น้ำโขง

ระยะหลังดูเหมือนว่าฮุน เซนและรัฐบาลกัมพูชาจะเอื้ออำนวยให้จีนเป็นพิเศษ อดคิดไม่ได้ว่าจะดึงจีนเข้ามาช่วยสลัดอำนาจเวียดนามหรือไม่? เพราะผู้มีอำนาจกัมพูชามักเล่นเกมส์นี้มาแต่ไหนแต่ไร คือเอามือที่สองและที่สามมาเป็น 'ไม้กันหมา' อำนาจคุกคามอื่น

แต่ฮุน เซน จะทำสำเร็จได้ง่ายๆ หรือ? และโปรดสังเกตว่าข่าวลือเรื่องใส่พาน 4 จังหวัดยกให้เวียดนามนั้นเกิดขึ้นหลังจากที่มีข่าวเรื่องความกังวลของเวียดนามต่อคลองฟูนันเตโชพอดี

หรือว่านี่จะเป็น 'บรรณาการชดเชย' ให้กับเวียดนามเพื่อแลกกับการขุดคลอง?

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการ และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - ฮุน เซน (กลาง) ในฐานะประธานวุฒิสมาชิกกัมพูชา เดินผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเมื่อมาถึงอาคารวุฒิสภาในระหว่างการประชุมวุฒิสภาครั้งแรกในกรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 (ภาพโดย TANG CHHIN SOTHY และ TANG CHHIN SOTHY / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...