โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลจะก้าวทันเทคโนโลยีได้อย่างไรบ้าง? ส่อง GovTech เทคโนโลยีเพื่อภาครัฐ น่าจับตาปี 67

Thairath Money

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 05.27 น.
ภาพไฮไลต์

ความวุ่นวายทั่วโลกทวีความรุนแรง โดยเฉพาะภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกิดต่อเนื่อง อีกทั้งการนำ AI มาใช้งานกำลังเพิ่มความกดดันให้ภาครัฐฯ ที่ต้องหาแนวทางตอบสนองความต้องการของภาคประชาชนที่ต้องการบริการที่มีความรวดเร็วและสร้างสรรค์กว่าเดิม นำไปสู่ความจำเป็นที่ภาครัฐฯ ต้องพิจารณาผลกระทบของแนวโน้มเทคโนโลยี หาวิธีการใหม่ๆ ที่สอดรับกับความต้องการดังกล่าวด้วยบริการที่ทันสมัย เข้าถึงง่ายและยืดหยุ่น โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีที่ยั่งยืนและปรับขนาดได้

Gartner ชวนรู้จัก 'GovTech' (Goverment Technology) หรือเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมมการทำงานของภาครัฐ ลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงานให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำเสนอบริการแก่ประชาชนได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังช่วยให้หน่วยงานรัฐส่งมอบและขยายขีดความสามารถของภารกิจได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย นำไปสู่เป้าหมายรัฐบาลดิจิทัลที่พร้อมสำหรับอนาคต

Digital Platform Agility การปรับใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล

โซลูชันบนแพลตฟอร์ม เช่น เทคโนโลยีคลาวด์สำหรับใช้ในอุตสาหกรรม หรือ Industry Cloud และแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันแบบ Low-Code จะแพร่หลายในหน่วยงานรัฐมากขึ้น โซลูชันแพลตฟอร์มบนคลาวด์จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและกระบวนการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในองค์กรภาครัฐ

ความสามารถของ Cloud-Native ในโซลูชันแพลตฟอร์มเหล่านี้จะช่วยควบคุมต้นทุนและใช้เวลาในการดำเนินการได้รวดเร็วขึ้น ลดความซับซ้อนในการปรับปรุงระบบให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมจัดการความเสี่ยงในการให้บริการที่เกิดจากระบบที่ล้าสมัย และสามารถปรับขนาดตามความต้องการสำหรับบริการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

AI for Decision Intelligence การตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูล

ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐที่มีพื้นฐานในเรื่องดิจิทัลทรานฟอร์เมชันและการประมวลผลด้วยข้อมูลมาประมาณหนึ่ง ถูกกระตุ้นให้ปรับตัวอีกครั้งในช่วงสองปีล่าสุดหลังจากการเปิดตัว Generative AI ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี

ทั้งนี้มีคาดการณ์ว่าในอีกสองปีข้างหน้านี้ เทคโนโลยี Machine learning, Analytics และ Generative AI จะเติบโตก้าวกระโดด และทำงานผสานรวมกันเป็นชุดเครื่องมือสนับสนุนการให้บริการของภาครัฐที่ดียิ่งขึ้น และภายในปี 2569 หน่วยงานภาครัฐมากกว่า 70% จะใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจด้านการบริหารงานของมนุษย์ และภาครัฐฯ สามารถขับเคลื่อนนโยบายการนำ AI มาใช้และกำหนดขอบเขตการกำกับดูแล AI ทั่วทั้งองค์กร โดยจะต้องพัฒนากลยุทธ์ที่รวมเอานโยบายเหล่านี้และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับ จากนั้นใช้แนวทาง Assurance Approach อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าหลังการนำ AI มาใช้แล้วนโยบายเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุง

Programmatic Data Management โปรแกรมจัดการข้อมูลที่เป็นระบบ

ต่อเนื่องจาก AI หน่วยงานรัฐหลายแห่งตื่นตัวเรื่องการใช้สินทรัพย์ข้อมูลทั่วทั้งองค์กรได้ ที่กำลังได้รับการพัฒนาโดยแพลตฟอร์มอัตโนมัติและรวมความสามารถของ AI ไว้ ตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลที่จะยังคงเป็นพื้นฐานในการตัดสินใจและการวางแผนในรัฐบาล

ทั้งนี้มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2569 ภาครัฐฯ มากกว่า 60% จะให้ความสำคัญกับการลงทุนพัฒนากระบวนการทางธุรกิจแบบอัตโนมัติเพิ่มขึ้นจาก 35% ในปี 2565

โดย Programmatic Data Management เป็นแนวทางที่เป็นระบบและมีความสามารถในการปรับขนาด การเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพของข้อมูลวงกว้าง ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างต่างๆ ที่ควบคุมข้อมูลอยู่

Multiagent AI รับมือสถานการณ์หลายประเภท

AI จะเข้ามาสร้างการปรับเปลี่ยนและข้อกำหนดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขึ้นใหม่ นำเสนอระบบความปลอดภัยที่มีความยืดหยุ่น (Adaptive Security) ที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน สร้างระบบการทำงานที่ผสานพร้อมปรับเปลี่ยนเครื่องมือ เทคนิค รวมถึงกำหนดผู้มีทักษะความสามารถด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้เหมาะสมกับภูมิทัศน์ภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ Multiagent AI หรือระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ขั้นสูงที่สามารถเข้าใจและทำงานกับข้อมูลหลายประเภทในเวลาเดียวกัน ไม่ได้นำมาแทนที่พนักงานที่เป็นมนุษย์ แต่จะถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับและรับมือต่อเหตุการณ์ภัยคุกคามตามสถานการณ์ โดยมีการคาดการณ์ว่าอัตราการปรับใช้ Multiagent AI จะเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 70% ในปี 2571

Digital Identity Ecosystems การระบุและยืนยันตัวตนทางดิจิทัลที่เป็นระบบ

เมื่อกล่าวถึง Digital Identity หรือการระบุและยืนยันอัตลักษณ์ประชากรด้วยระบบดิจิทัลที่ดำเนินการโดยภาครัฐ จะเห็นว่าปัจจุบันมีการดำเนินการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่ค่อยๆ ขยายความครอบคลุมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การตรวจสอบอัตลักษณ์ของผู้ใช้ การระบุตัวตนของพลเมืองหรือองค์กร และการตรวจสอบข้อมูลรับรอง หรือ Credential Verification เช่น การยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet)

ทั้งนี้ภาครัฐฯ สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์การระบุอัตลักษณ์ดิจิทัลได้โดยการสร้างยูสเคสและเพิ่มความร่วมมือที่แยกอิสระจากภาคส่วนดั้งเดิมเพื่อเพิ่มมูลค่ายิ่งขึ้นให้กับประชาชน รัฐบาล และธุรกิจ อีกทั้งสามารถกำหนดรูปแบบระบบนิเวศใหม่เหล่านี้ขึ้นได้ด้วยการตอกย้ำบทบาทของรัฐฯ ที่เป็นผู้เชื่อมโยง ผู้อำนวยความสะดวก และผู้กำกับดูแลอัตลักษณ์ดิจิทัลที่มีศักยภาพ

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2569 ผู้ใช้สมาร์ทโฟนอย่างน้อย 500 ล้านรายจะใช้สิทธิ์ยืนยันตัวตนเป็นประจำผ่านการใช้กระเป๋าเงินระบุตัวตนดิจิทัลที่สร้างขึ้นจาก Distributed Ledger Technology หรือเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการต่อยอดไปสู่ระบบ Blockchain

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...