ทริปไอเดีย 3 วัน 3 เมือง เที่ยวเบลเยียม ณ ใจกลางยุโรป มีที่ไหนน่าสนใจบ้าง?
LSA Thailand
อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2567 เวลา 01.00 น. • Lifestyle Asia Thailandเบลเยียม (Belgium) ดินแดนแห่งความงามอันหลากหลายที่รอการมาเยือนของคุณ ประเทศแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของยุโรปตะวันตก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งผสมผสานอิทธิพลจากทั้งฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว วันนี้ LSA Guide! ช่วยคุณบินไป เที่ยวเบลเยียม ด้วยกัน
จากเมืองที่มีเสน่ห์อย่างบรูจส์และเกนต์ ไปจนถึงเมืองหลวงอันคึกคักอย่างบรัสเซลส์ เบลเยียม มีอะไรให้สำรวจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงาม พิพิธภัณฑ์ระดับโลก และอาหารเลิศรสที่ขึ้นชื่อ ในบทความนี้ เราจะพาคุณเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดในเบลเยียม พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเดินทางและข้อมูลน่ารู้ของสถานที่ต่างๆ เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ
Top 5 of Belgium
- ช็อกโกแลต: เบลเยี่ยมมีชื่อเสียงในด้านช็อกโกแลตคุณภาพเยี่ยม มีทั้งช็อกโกแลตนม ดาร์กช็อกโกแลต และไวท์ช็อกโกแลตหลากหลายยี่ห้อให้เลือกชิม
- วาฟเฟิล: วาฟเฟิลเป็นขนมหวานยอดนิยมของเบลเยี่ยม มีทั้งแบบวาฟเฟิลกรอบและวาฟเฟิลนุ่มเสิร์ฟพร้อมผลไม้ วิปครีม หรือช็อกโกแลตเยิ้มๆ ฉ่ำๆ
- เบียร์: เบลเยี่ยมเป็นหนึ่งในประเทศที่มีวัฒนธรรมการดื่มเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีเบียร์หลากหลายชนิดให้เลือกชิม เช่น เบียร์ลาเกอร์ เบียร์เฮลส์ และเบียร์แอบบีย์
- เมืองประวัติศาสตร์: เบลเยี่ยมมีเมืองประวัติศาสตร์ที่สวยงามหลายแห่ง เช่น บรูจส์ เกนต์ และแอนต์เวิร์ป ซึ่งมีสถาปัตยกรรมยุคกลางและยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี
- เพชร: เบลเยี่ยมเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรที่สำคัญของโลก มีร้านค้าและพิพิธภัณฑ์เพชรมากมายในเมืองแอนต์เวิร์ป
Best Time
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไป เที่ยวเบลเยียม คือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) ในช่วงเวลานี้ อากาศจะอบอุ่นและมีแดดเหมาะสำหรับการเดินเล่นสำรวจเมืองและชนบท
แต่หากคุณท่านต้องการสัมผัสบรรยากาศครึกครื้นและเทศกาลต่างๆ ฤดูร้อน (มิถุนายน-สิงหาคม) ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีเช่นกัน ซึ่งจะมีอากาศอาจร้อนและมีฝนตกเป็นบางครั้ง
ฤดูหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อาจมีอากาศหนาวเย็นและมีฝนตก แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบของตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสเมื่อเมืองต่างๆ จะประดับประดาไปด้วยไฟและของตกแต่งอย่างสวยงาม
Trip Idea
Day 1: จัตุรัส Grand Place – พิพิธภัณฑ์ Royal Museums of Fine Arts – พระราชวัง Royal Palace of Brussels
เช้า: ทริป เที่ยวเบลเยียม ของเราเริ่มต้นกันที่เมือง Brussels (บรัสเซลส์) เช็คอินที่โรงแรม Sofitel Brussels Europe เสร็จแล้วเดินชมจัตุรัส Grand Place (กรองด์ปลาส) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในจัตุรัสที่สวยที่สุดในโลก อันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และเป็นหัวใจสำคัญของเมืองบรัสเซลส์มาโดยตลอด แวดล้อมด้วยอาคารกิลด์อันวิจิตรตระการตาเรียงรายอยู่โดยรอบ ซึ่งแต่ละหลังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีหน้าจั่วที่ประดับประดาอย่างวิจิตรบรรจง อาคารที่โดดเด่นที่สุดในจัตุรัสคือศาลากลางเมืองบรัสเซลส์ (Brussels Town Hall) ซึ่งเป็นอาคารสไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 หอคอยของศาลากลางเมืองมีความสูง 96 เมตร และประดับด้วยรูปปั้นของนักบุญไมเคิลที่กำลังต่อสู้กับมังกร
จัตุรัสกรองด์ปลาสยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลและกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี รวมถึงเทศกาลดอกไม้ (Flower Carpet) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 2 ปีในเดือนสิงหาคม ในช่วงเทศกาลนี้ จัตุรัสจะถูกปกคลุมไปด้วยพรมดอกไม้ขนาดยักษ์ที่สวยงามตระการตา
บ่าย:
• เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Royal Museums of Fine Arts (พิพิธภัณฑ์ศิลปะวิจิตรแห่งชาติ) เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญที่สุดในโลก มีผลงานศิลปะมากกว่า 20,000 ชิ้นจากยุคกลางจนถึงปัจจุบัน ก่อตั้งขึ้นในปี 1801 และตั้งอยู่ในอาคารนีโอคลาสสิกที่งดงามในใจกลางเมืองบรัสเซลส์ คอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ครอบคลุมถึงผลงานของศิลปินชาวเบลเยี่ยมและยุโรปที่โด่งดังมากมาย เช่น Pieter Bruegel the Elder, Jan van Eyck, Peter Paul Rubens, Anthony van Dyck และ René Magritte
ไฮไลท์ของคอลเลกชัน ได้แก่ ภาพวาด “The Fall of the Rebel Angels” ของ Pieter Bruegel the Elder, ภาพวาด “The Ghent Altarpiece” ของ Jan van Eyck และภาพวาด “The Descent from the Cross” ของ Peter Paul Rubens จึงเป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ ด้วยคอลเลกชันที่สมบูรณ์แบบ และผลงานชิ้นเอกที่โด่งดัง จึงเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่สำคัญที่สุดในยุโรป
• ชมพระราชวัง Royal Palace of Brussels (พระราชวังหลวงแห่งบรัสเซลส์) เป็นที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์แห่งเบลเยียม ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองบรัสเซลส์ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของเมือง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งเนเธอร์แลนด์ในขณะนั้น หลังจากที่เบลเยียมได้รับเอกราชในปี 1830 พระราชวังก็กลายเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งเบลเยียม เป็นอาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่งดงาม มีห้องโถงที่หรูหราและสวนที่สวยงาม โดยเปิดให้เข้าชมในช่วงฤดูร้อน นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมห้องโถงของรัฐ ห้องบอลรูม และห้องอื่นๆ ที่น่าประทับใจ
เย็น: ทานอาหารค่ำที่ร้าน Chez Léon (เชซ์ เลออง) ซึ่งเป็นร้านอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของเมือง หลังดินเนอร์เสร็จเดินเล่นย่าน Sablon (ซาบลอน) ที่มีเสน่ห์ย่ามค่ำคืน ก่อนกลับไปพักผ่อน
วิธีการเดินทาง: เดิน ปั่นจักรยาน หรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ภายในเมือง Brussels นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีในการสำรวจเมืองได้ทุกซอกทุกมุม
ร้านอาหารและคาเฟ่แนะนำ:
- ร้านอาหาร: Chez Léon, L’Atelier du Boeuf (ลาเตอลิเยดูเบิฟ), La Fin de Siècle (ลาแฟ็งเดอซิเอก)
- คาเฟ่: Café Belga (คาเฟ่เบลกา), Le Cirio (เลอซีริโอ), Café des Arts (คาเฟ่เดซาร์ต)
Day 2: โบสถ์ Belfry of Bruges – ชอปปิ้ง Steenstraat
เช้า: เดินทางไปเมือง Bruges (บรูจส์) โดยรถไฟ เช็คอินที่โรงแรม Grand Hotel Casselbergh จากนั้นล่องเรือชมคลองอันงดงามของเมือง
บ่าย: เยี่ยมชมโบสถ์ Belfry of Bruges (หอระฆังแห่งบรูจส์) มีความสูง 83 เมตร (272 ฟุต) และมีบันได 366 ขั้นขึ้นไปถึงยอดหอคอย สร้างขึ้นระหว่างปี 1280 ถึง 1483 เดิมทีเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์เซนต์นิโคลัส (St. Nicholas Church) แต่โบสถ์ถูกทำลายในปี 1794 ส่วนหอระฆังไม่โดนทำลาย หอระฆังแห่งบรูจส์เป็นดั่งสัญลักษณ์ของเมือง นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปถึงยอดหอคอยเพื่อชมวิวเมืองบรูจส์และชนบทโดยรอบที่สวยงามแบบพาโนรามา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1999 จากนั้นลงมาเดินเล่นไปตามถนนชอปปิ้ง Steenstraat (สตีนสตราต)
เย็น: ทานอาหารค่ำที่ร้าน De Vlaamsche Pot (เดอฟลามสเชอพ็อต) ซึ่งเป็นร้านอาหารเบลเยี่ยมแบบดั้งเดิม เสร็จแล้วเดินเล่นไปตามจัตุรัส Burg (เบิร์ก) ที่มีบรรยากาศแสนโรแมนติก
ร้านอาหารและคาเฟ่แนะนำ:
- ร้านอาหาร: De Vlaamsche Pot, De Karmeliet (เดอคาร์เมลิเยต), Den Gouden Harynck (เดนกูเดนฮาริงค์)
- คาเฟ่: Café Vlissinghe (คาเฟ่วลิสซิงเฮ), Het Chocoladehuis (เฮ็ตช็อคโคลาดฮุยส์), Café Rose Red (คาเฟ่โรสเรด)
Day 3: พิพิธภัณฑ์ Rubens House – มหาวิหาร Antwerp Cathedral – ย่านเพชร Diamond District
เช้า: เที่ยวเบลเยียม กันต่อเดินทางไปที่เมือง Antwerp (แอนต์เวิร์ป) โดยรถไฟ เช็คอินที่โรงแรม Hotel Indigo Antwerp เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Rubens House (พิพิธภัณฑ์บ้านรูเบนส์) เป็นบ้านและสตูดิโอของจิตรกรชาวเฟลมิชชื่อดัง ‘ปีเตอร์ พอล รูเบนส์’ ก่อตั้งขึ้นในปี 1937 และตั้งอยู่ในบ้านที่รูเบนส์อาศัยและทำงานตั้งแต่ปี 1610 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1640 ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราด้วยงานศิลปะและของสะสมของรูเบนส์ มีคอลเลกชันผลงานของเขามากกว่า 200 ชิ้น ไฮไลท์ได้แก่ ภาพวาด “The Descent from the Cross”, “The Raising of the Cross” และ “The Three Graces” ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี
บ่าย: แวะชมมหาวิหาร Antwerp Cathedral (มหาวิหารแอนต์เวิร์ป) หรือ โบสถ์อาวร์เลดี้ (Cathedral of Our Lady) เป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในเบลเยียม และหนึ่งในโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีอายุเกิน 169 ปี มหาวิหารแห่งนี้เป็นโบสถ์ที่สวยงามมากคู่กับประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะของ Peter Paul Rubens ซึ่งเป็นศิลปินชาวแอนท์เวิร์ป ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์โกธิคที่สวยงาม ใกล้กันมีตลาด Grote Markt ที่มีช็อคโกแลตและขนมหวานให้เลือกชิมมากมาย
จากนั้นก็เพิ่มไอเท็มความลักซูกันสักหน่อย แวะช็อปปิ้งที่ย่านเพชร Diamond District หรือที่รู้จักในชื่อ Diamantkwartier หรือ Square Mile ศูนย์กลางเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณหนึ่งตารางไมล์ ตั้งอยู่ติดกับสถานีกลาง Antwerp และเดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง Meir ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งหลักของเมือง ที่นี้มีมูลค่าการซื้อขายต่อปีอยู่ที่ประมาณ 54,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มต้นขึ้นในศตวรรษที่ 15 ย่านนี้ได้รับการเปลี่ยนโฉมโดยการประดิษฐ์เครื่องมือขัดเพชรของ Lodewyk van Berken ซึ่งดึงดูดคำสั่งซื้อจากขุนนางยุโรปจำนวนมาก อุตสาหกรรมนี้เติบโตแข็งแกร่งขึ้นด้วยการค้นพบเส้นทางเดินเรือโดยตรงไปยังอินเดียโดย Vasco da Gama ในปี 1498 มีโรงงาน 380 แห่ง ที่ให้บริการกว่า 1,500 บริษัท โดยมีพนักงานประมาณ 30,000 คน ย่านนี้มีผู้ค้าชาวยิว ชาวอินเดีย ชาวเลบานอนคริสเตียนมารอไนต์ และชาวอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ diamantaires ในภาษา Yiddish ที่เป็นภาษาหลักของตลาดเพชรในอดีต
มีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด โดยมีกล้องหลายตัวเพื่อปกป้องเพชรและเครื่องประดับที่มีค่า นับว่าเป็นสถานที่ที่ไม่เหมือนใครและน่าหลงใหล ซึ่งเปิดโอกาสให้มองเข้าไปในโลกแห่งการค้าเพชรและงานฝีมือชั้นสูง ผู้มาเยือนสามารถสำรวจพื้นที่ เยี่ยมชมร้านเพชร และสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันยาวนานของอุตสาหกรรมเพชรในเมืองอันเป็นสัญลักษณ์แห่งนี้
เย็น: ทานอาหารค่ำที่ร้าน Het Gebaar (เฮ็ตเกอบาร์) ซึ่งเป็นร้านอาหารมิชลินสตาร์ ทานเสร็จแล้วเดินเล่นไปตามแม่น้ำ Scheldt (สเกลด์)
ร้านอาหารและคาเฟ่แนะนำ:
- ร้านอาหาร: Het Gebaar, The Jane (เดอะเจน), De Witte Lelie (เดอวิทเตอเลลี)
- คาเฟ่: Caffènation (คาฟเฟเนชัน), Coffee & Cakes (คอฟฟี่แอนด์เค้ก), Barista (บาริสตา)
Unseen
1. Bruges Beer Museum – พิพิธภัณฑ์เบียร์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเบียร์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งกระบวนการผลิตเบียร์ และมีประวัติศาสตร์ยาวนานของเบลเยี่ยม ประเทศที่ชื่นชอบการดื่มเบียร์ จึงมีการสร้างท่อส่งเบียร์ใต้ดินแห่งแรกของโลก ที่ไหลผ่านเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงรถติดในการขนส่ง ถูกใจสายดริ๊งเค้าเลยแหล่ะ
2. Gruuthuse Museum – พิพิธภัณฑ์ Gruuthuse เป็นคฤหาสน์ของตระกูล Gruuthuse ซึ่งเป็นหนึ่งในคฤหาสน์ที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองบรูกส์ ภายในมีสมบัติเก่าแก่มากมาย
3. Antwerp Zoo – สวนสัตว์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีชื่อเสียงทางด้านการอนุรักษ์ เพาะพันธุ์สัตว์หลากชนิดมากมาย
4. Belgian Comic Strip Center – พิพิธภัณฑ์การ์ตูนกลางเมืองบรัสเซลส์ ใกล้กับ Grand Place เป็นอาคารสไลต์ Art Nouveau ออกแบบโดย Victor Horta และรวบรวมความสุขของคนรักการ์ตูนยุโรป
5. Het Steen – ป้อมปราการยุคกลางตั้งอยู่ใจกลางเมือง Antwerp และเป็นป้อมปราการหินแห่งแรกของเมือง
Did You Know?
- ต้นกำเนิดของเฟรนช์ฟรายส์: แม้ว่ามักจะเชื่อกันว่าเฟรนช์ฟรายส์มีต้นกำเนิดในฝรั่งเศส แต่จริงๆ แล้วมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าเฟรนช์ฟรายส์มีต้นกำเนิดในเบลเยียมตั้งแต่ศตวรรษที่ 17
- เป็นประเทศที่มีเบียร์มากที่สุดในโลก: โดยมีโรงเบียร์มากกว่า 200 แห่งและผลิตเบียร์มากกว่า 1,500 ชนิด
- เมืองแห่งช็อกโกแลต: บรัสเซลส์เป็นเมืองหลวงของช็อกโกแลตของโลก โดยมีร้านช็อกโกแลตและโรงงานช็อกโกแลตมากมาย
- เบลเยียมมีถนนที่ปูด้วยก้อนหินมากที่สุดในโลก: โดยมีมากกว่า 100,000 กิโลเมตร
- บ้านเกิดของแซกโซโฟน: แซกโซโฟนถูกประดิษฐ์ขึ้นในเบลเยียมในปี 1840 โดย Adolphe Sax
- ประเทศที่มีอัตราการอ่านหนังสือพิมพ์สูงที่สุดในโลก: โดยมีประชากรมากกว่า 90% ที่อ่านหนังสือพิมพ์เป็นประจำ
- บ้านเกิดของการ์ตูน Tintin: การ์ตูนยอดนิยม Tintin สร้างโดยนักเขียนการ์ตูนชาวเบลเยียม Hergé
- ประเทศที่มีการบริโภคมันฝรั่งทอดต่อหัวมากที่สุดในโลก: โดยเฉลี่ยแล้วชาวเบลเยียมบริโภคมันฝรั่งทอดมากกว่า 30 กิโลกรัมต่อปี
- บ้านเกิดของมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป: มหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งเมืองเลอูแวง (KU Leuven) ก่อตั้งขึ้นในปี 1425 และเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป
- ประเทศที่มีการใช้ภาษาอย่างหลากหลาย: เบลเยียมมีภาษาราชการสามภาษา ได้แก่ ภาษาดัตช์ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน
LSA Tips!
- เรียนรู้ภาษาพื้นฐาน: การเรียนรู้คำและวลีภาษาฝรั่งเศสหรือภาษาดัตช์พื้นฐานสามารถช่วยในการสื่อสารกับพ่อค้าแม่ค้า และคนท้องถิ่นได้ดีขึ้น
- ซื้อบัตร Brussels Card: บัตรนี้ให้สิทธิ์เข้าชมพิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงการขนส่งสาธารณะได้ฟรี
- ใช้จักรยาน: เบลเยียมเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการปั่นจักรยาน มีเส้นทางจักรยานมากมายเข้าถึงสถานที่สำคัญอย่างสะดวกสบาย
- ระวังกระเป๋าของคุณ: เช่นเดียวกับเมืองใหญ่ ที่อื่นๆ ให้ระวังกระเป๋าของคุณในสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนแออัด
- เคารพวัฒนธรรม: เคารพวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น เช่น หลีกเลี่ยงการพูดเสียงดังในที่สาธารณะ, รักษาความสะอาด เป็นต้น
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images and Reference:
by tumblr.com on pinterest
www.planetofhotels.com/guide/en/belgium/brussels/royal-museums-fine-arts-belgium
www.visit.brussels/en
www.frame-architects.com/city-hall-legend-brussels/
www.monarchie.be/en/heritage/royal-palace-of-brussels
www.fullsuitcase.com/bruges-belfry-tower/
www.barokinvlaanderen.vlaamsekunstcollectie.be/en/institution/rubens-house
www.kattiborre.com/product/pano-antwerp-cathedral/
www.yays.com/cities/antwerp/diamond-district/
The information in this article is accurate as of the date of publication.