โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานีคิดเลขที่ 12 : การเมืองไทยแบบสามเส้า ณ ปี 2567

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 01 ก.ค. 2567 เวลา 05.34 น.

การเมืองไทยแบบสามเส้า ณ ปี 2567

นับแต่หลังการเลือกตั้ง 2566 นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนพยายามอธิบายแจกแจงว่ากลุ่มอำนาจทางการเมืองไทยกำลังแบ่งแยกออกเป็น “สามเส้า” หรือ “สามก๊ก”

สองกลุ่มแรกปรากฏชัดเจนในระบบการเมืองปกติ คือ พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้าการเลือกตั้ง เคยถูกมองว่าอยู่ในกลุ่ม/ขั้วเดียวกัน

ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งยังปรากฏตัวแสดงหลักในระบบไม่เด่นชัดนัก ภายหลังการ “ล้างมือในอ่างทองคำ” ของ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ดี เมื่อเวลาผ่านพ้นไปได้ราวๆ หนึ่งปี มีหมุดหมายสำคัญทางการเมืองอีกหลายเรื่องเกิดขึ้นตามมา ภาพลักษณ์
ของกลุ่มการเมืองลำดับสุดท้ายในสังคมการเมืองไทยแบบ “สามเส้า” ก็ดูจะปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ

ชัยชนะในสนามเลือก ส.ว. ที่ถล่มทลายเกินความคาดหมายของใครหลายคน ของเครือข่ายผู้สมัครที่ถูกสื่อนิยามว่าเป็น “กลุ่มสีน้ำเงิน” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา

การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างเข้มแข็งโดยพร้อมเพียงกันของ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ในระหว่างการประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 วาระแรก ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลงไป

ตลอดจนเกียรติยศ-สถานภาพล่าสุดของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

บ่งบอกว่าเครือข่ายกลุ่มก้อนทางการเมืองของ “อนุทิน-ภูมิใจไทย-ศูนย์กลางอำนาจที่บุรีรัมย์” อาจมิได้เป็นแค่ “ตัวแปร” ทางการเมืองไทยอีกต่อไป แต่กำลังจะพุ่งผงาดขึ้นมาเป็นหนึ่งใน “ตัวแสดงหลัก” แทนที่พรรคประชาธิปัตย์ในทศวรรษ 2550 และ “พรรคทหาร” หลังรัฐประหาร 2557

“การเมืองไทยแบบสามเส้า” จึงเริ่มแสดงตนออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ ณ ปลายเดือนมิถุนายน พ.ศ.2567

โดยมีพรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่ยังน่าจะได้รับคะแนนนิยมสูงสุดในสนามเลือกตั้งระดับชาติ (แต่ไม่รวม
เลือกตั้งท้องถิ่น ตลอดจนสงครามจัดตั้งอย่างการเลือก ส.ว.) ดังที่ปรากฏผ่านการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพลครั้งล่าสุด

มีพรรคเพื่อไทยที่ได้รับโอกาสให้เข้าไปบริหารจัดการประเทศหรือ “ทดลองงาน” ในฐานะรัฐบาล แต่ที่หลายฝ่ายกำลังลุ้นกัน ก็คือ เมื่อไหร่รัฐบาลชุดนี้จึงจะปล่อย “ผลงานใหญ่ๆ” ระดับเปลี่ยนแปลงประเทศ ออกมาให้เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่การรับรู้ของประชาชน

แล้วก็มีพรรคภูมิใจไทย และ “ส.ว.สีน้ำเงิน” ในสภาสูง (ที่อาจ “พูดอย่างเป็นทางการ” ได้ไม่สนิทปากนักว่าคือกลุ่มก้อนเดียวกัน แต่ก็ยากที่จะ “ตัดขาด” ตัวละครทางการเมืองสองคณะนี้ออกจากกัน ราวกับว่าไม่มีส่วนข้องเกี่ยวกันเลย) ซึ่งน่าจะขยับเคลื่อนเข้ามาแทนที่ “กลุ่มอำนาจ 3 ป.” และ “250 ส.ว.”

ในฐานะเครือข่ายอำนาจที่ยังมีศักยภาพสูงในสนามเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ทั้งยังมีประสิทธิภาพในการประสานตัวเองเข้ากับระบบราชการ กองทัพ และกลุ่มมวลชนต่างๆ ของภาครัฐ

ที่สำคัญคือมีสรรพกำลังถึงพร้อมทั้งในรัฐบาล สภาล่าง และสภาสูง

นี่คือแนวโน้มความชัดเจนที่คงหลีกเลี่ยงไม่พ้น และอาจช่วยให้พวกเราเข้าใจความขัดแย้ง ตลอดจนดุลอำนาจของ “การเมืองไทย” ในอีก 2-3 ปีหลังจากนี้ ได้ดียิ่งขึ้น

ปราปต์ บุนปาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สถานีคิดเลขที่ 12 : การเมืองไทยแบบสามเส้า ณ ปี 2567

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...