โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทลายเหมืองบิทคอยน์ย่านหนองหอย แอบต่อตรงลักไฟฟ้าใช้ฟรีมานับปี

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 12.30 น. • Chiang Mai News

กฟภ.จับมือตำรวจบุกทลายเหมืองบิทคอยน์กลางเมือง แอบต่อตรงลักไฟฟ้าใช้ฟรีมานานนับปี แต่ทำทีจ่ายค่าไฟเดือนละหลักพันอำพรางระบบตรวจสอบ กฟภ.คาดมูลค่าเสียหายเดือนละหลายแสนบาท

ช่วงเย็นวันนี้ (4 มิ.ย.67) เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 ภาคเหนือและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเชียงใหม่ ร่วมกับ ชุดสืบสวน สภ. แม่ปิง นำหมายค้นจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบอาคารพาณิชย์อห่งหนึ่ง หมู่ 3 ตำบลหนองหอยอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ หลังตรวจสอบพบว่าอาคารพาณิชย์หลังนี้มีกิจกรรมการใช้กระแสไฟฟ้ามากผิดปกติและยังพบการลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าจากมิเตอร์ เชื่อว่าจะแอบขโมยกระแสไฟฟ้าไปทำเหมืองขุดบิทคอยน์

จากการตรวจสอบพบเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ไม่มีคนอยู่ภายในและล็อคประตูด้านล่างไว้ เจ้าหน้าที่ใช้บันไดพาดปีนขึ้นไปเข้าทางระเบียงชั้น 2 ซึ่งเปิดประตูทิ้งไว้ เพื่อลงมาปลดล็อคประตูชั้นล่าง จากการตรวจสอบบนชั้นที่ 2 ของตัวอาคารพบมีการทำเป็นเหมืองขุดบิทคอยน์ตามที่สันนิษฐานไว้ โดยพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เป็นซีพียูที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตพร้อมอุปกรณ์จ่ายไฟทั้งหมด 40 ชุด มีการทำตู้เบรกเกอร์ไว้รองรับโดยเฉพาะ อุปกรณ์ทั้งหมดยังคงเปิดทำงานอยู่ตลอดเวลาและยังพบว่ามีการเจาะผนังติดตั้งพัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ให้กับอุปกรณ์ขุดบิทคอยน์นับ 10 ตัว พร้อมกำแพงบล็อกเสียง

การตรวจค้นครั้งนี้ไม่พบผู้ดูแลหรือผู้เช่าอาคารพาณิชย์คูหานี้ เบื้องต้นได้ตัดกระแสไฟฟ้าและถอดปลั๊กตรวจยึดอุปกรณ์ทั้งหมดเป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ ขณะที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ปิง จะขยายผลติดตามจับกุมผู้เช่าอาคารและเจ้าของอุปกรณ์ทั้งหมดมาดำเนินคดี

นายอภิรักษ์ ถิ่นพิทยานุรัตน์ ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า โดยปกติการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะมีการตรวจสอบการใช้กระแสไฟฟ้าเป็นประจำอยู่แล้ว ล่าสุดพบว่าอาคารพาณิชย์หลังนี้มีการใช้ไฟมากผิดปกติและคาดว่าจะมีการละเมิดการใช้ไฟฟ้าจึงเข้าตรวจสอบ และพบว่าตราตะกั่วที่ผูกกับมิเตอร์ถูกทำลายและมีการต่อกระแสไฟตรงเข้าไปใช้ในอาคาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์พิเศษตรวจจับจุดความร้อนภายในอาคารจนเชื่อว่าเป็นเหมืองขุดบิทคอยน์

สำหรับอาคารพาณิชย์หลังนี้พบว่าแต่ละเดือนมีจำนวนหน่วยการใช้ไฟสูงมาก หากคิดเป็นค่าไฟฟ้าจะตกเดือนละหลายแสนบาท แต่กลับพบว่าเสียค่าไฟฟ้าเดือนละ 6-7 พันบาทเท่านั้น เมื่อตรวจสอบในระบบทำให้พบว่ามีการลักทรัพย์กระแสไฟฟ้าไปใช้ประมาณ 93 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 7 เปอร์เซ็นต์ จ่ายค่าไฟตามปกติเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต

จากการตรวจสอบพบว่าอาคารหลังนี้ทำสัญญาเช่าไว้ 24 เดือน คาดว่าจะลักลอบทำเหมืองขุดบิทคอยน์และขโมยกระแสไฟฟ้าไปใช้มาแล้วนานนับปีซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายได้ ต้องไปตรวจสอบข้อมูลการใช้ไฟย้อนหลัง แต่คาดว่าจะหลักหลายล้านบาท

นอกจากอาคารพาณิชย์หลังนี้ เวลาไล่เลี่ยกันเจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจสอบอาคารพาณิชนย์อีก 2 แห่งใน อ.เมืองเชียงใหม่ และ อ.สันทราย พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับขุดบิทคอยน์อีกจำนวนมากซึ่งทั้งสองจุดอยู่ระหว่างการขออนุมัติหมายจับจากศาลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ยังมีอีกหลายจุดที่ลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าทำเหมืองบิทคอยน์ มีทั้งคนไทยและต่างชาติซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะเดินหน้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาดเพราะเป็นการสร้างความเสียหายให้กับรัฐและมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...