โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ จี้รัฐยกระดับแก้ปัญหาฝุ่นควัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ก.ย 2565 เวลา 08.29 น. • เผยแพร่ 08 ก.ย 2565 เวลา 08.11 น.

สภาลมหายใจ 9 จังหวัดภาคเหนือ จี้รัฐยกระดับแก้ปัญหาฝุ่นควัน ชงมาตรการ “บลูพรินต์วาระแห่งชาติ”

วันที่ 8 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ 9 จังหวัด ประกอบด้วย สภาลมหายใจแม่ฮ่องสอน สภาลมหายใจเชียงใหม่ สภาลมหายใจลำพูน สภาลมหายใจเชียงราย สภาลมหายใจลำปาง ชมรมอากาศดีที่เมืองแพร่ สภาลมหายใจพะเยา เครือข่ายรักษ์อากาศน่าน และสภาลมหายใจตาก ได้ร่วมกันแถลงข่าวเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการแก้ปัญหามลพิษอากาศจากฝุ่นควัน PM 2.5 ที่เป็นวิกฤตมายาวนาน ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์สิว จังหวัดเชียงใหม่

นายภาณุพงศ์ ไชยวรรณ์ ประธานสภาลมหายใจลำพูน เปิดเผยว่า แม้ว่าเมื่อฤดูแล้งที่ผ่านมาการเกิดฝุ่นควันและไฟน้อยกว่าปีก่อนหน้า แต่ก็สืบเนื่องจากปัจจัยสภาพภูมิอากาศมีฝนตกจากภาวะลานิญาเป็นสำคัญ ดังนั้นเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ มองว่า ต้องมีการยกระดับปรับปรุงชุดมาตรการแก้ปัญหามลพิษอากาศจากฝุ่นควัน PM 2.5 ตามวาระแห่งชาติด้านฝุ่นละอองที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 เพราะไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพปัญหาของภาคเหนือ ใช้ตัวชี้วัดที่ไม่สะท้อนและไม่ครอบคลุม มุ่งเน้นที่การบังคับห้ามเผาแบบไม่แยกแยะ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ชุดมาตรการ zero burning ซึ่งไม่ได้ผลจริงในทางปฏิบัติ

โดยเครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ ได้ร่วมกันสังเคราะห์และปรับปรุงและยกระดับจากวาระแห่งชาติด้านฝุ่นละออง เป็นรายงานข้อเสนอเพื่อยกระดับการแก้ปัญหามลพิษฝุ่นควันภาคเหนือ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “บลูพรินต์์” โดยจะนำเสนอต่อรัฐบาลในทุกช่องทางนับจากนี้ โดยหวังว่าจะนำไปสู่การนำไปปรับปรุงยกระดับนโยบายและมาตรการต่อไป

สำหรับชุดข้อเสนอตาม “บลูพรินต์” จัดทำขึ้นตามหลักแนวคิด 6 ประการคือ

  • 1.บริหารจัดการสาเหตุตามบริบทภูมิสังคม (แทนการห้ามเผาเด็ดขาด)
  • 2.หลักความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม
  • 3.หลักสุขภาพประชาชนเป็นตัวตั้ง
  • 4.เปิดการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาโดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกน
  • 5.การเข้าถึงอากาศสะอาดเป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐต้องคุ้มครอง
  • 6.ประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ (เอาพื้นที่ปัญหาเป็นตัวตั้งไม่ใช่เขตอำนาจปกครองหรืออำนาจหน่วยงานตามกฎหมาย)

เมื่อแปลงข้อเสนอสู่มาตรการเชิงปฏิบัติ เครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ๆ เช่น หน่วยงานรัฐต้องแจ้งล่วงหน้าต่อสาธารณะว่าจะดำเนินการบริหารเชื้อเพลิง (ชิงเผา) ในพื้นที่ใด เวลาใด เช่นเดียวกับแปลงชิงเผาของประชาชน, หน่วยงานรัฐมีมาตรการป้องกันสุขภาวะเชิงรุกเช่นการจัดเตรียมเครื่องฟอกอากาศให้ผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยยืมไปใช้, รัฐต้องขยายเครื่องวัดคุณภาพอากาศมาตรฐานไปยังพื้นที่รอบนอก แทนที่จะมีแต่เครื่องวัดมาตรฐานที่ตัวจังหวัดเพียงตัวเดียว, จัดทำแผนมาตรการบูรณาการเพื่อบริหารพื้นที่ไฟไหม้ขนาดใหญ่ ขนาดกลางที่คาบเกี่ยวเขตปกครองและเขตความรับผิดชอบหน่วยงาน ให้เป็น KPI ร่วม ฯลฯ เป็นต้น

โดยประชาชนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดชุดข้อเสนอและมาตรการฉบับเต็มตามบลูพรินต์โดยตรงได้ทางเว็บไซต์ สภาลมหายใจเชียงใหม่ https://breathcouncil.org/ และเว็บไซต์ WEVOสื่ออาสา https://wevo.news/

นายบัณรส บัวคลี่ ประธานยุทธศาสตร์ สภาลมหายใจภาคเหนือกล่าวว่า เครือข่ายสภาลมหายใจภาคเหนือ 9 จังหวัดได้จัดเวทีสรุปบทเรียนและสร้างแนวทางการขับเคลื่อนภาคเหนือสู้ฝุ่นควัน ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2565 โดยการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาการผลักดันยกระดับการแก้ปัญหามลพิษอากาศฝุ่นควัน PM 2.5 ในปี พ.ศ. 2566 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งตั้งเป้าจะพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรเครือข่ายแต่ละจังหวัดอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยมีเจตนาร่วมกันเพื่อให้พื้นที่ภาคเหนือเกิดมีอากาศสะอาดและปลอดภัยในทุกฤดู เพื่อสุขภาวะของประชาชนทุกพื้นที่ของภาคเหนือ

อย่างไรก็ตาม สภาลมหายใจภาคเหนือ อยากเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงกระบวนทัศน์มาสู่การบริหารจัดการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งไม่ใช่การบริหารจัดการชิงเผา หรือยึดเพียงการวัดค่า Hot Spot เท่านั้น ซึ่งแก่นสาระสำคัญของ “บลูพรินต์” เป็นหลักสำคัญสู่ทางออกคือ 1.เปิดการมีส่วนร่วม โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกน 2.บริหารจัดการสาเหตุตามบริบทภูมิสังคม 3.ยึดสุขภาพประชาชนเป็นตัวตั้ง 4.ประชาชนมีสิทธิในอากาศสะอาด 5.ประสิทธิภาพการบริหารเชิงพื้นที่ 6.ความเป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม และไม่มีความเหลื่อมล้ำเชิงนโยบาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...