โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จะได้เกษียณ (กัน) มั้ย ?

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ส.ค. 2565 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2565 เวลา 08.39 น.

คอลัมน์ : เอชอาร์คอร์เนอร์ ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ

คงจำกันได้ว่าหลังโควิดเรามีเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า the great resignation คือการที่คนวัยทำงานชิงกันลาออก เนื่องจากมีความต้องการในการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม และการมีโควิดทำให้ได้รับรู้ (รสชาติ) รูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ที่พอจะกลับไปเหมือนเดิมก็รับไม่ได้ หรือกระทั่งบางคนค้นพบ purpose ในการทำงานรูปแบบอื่น (ที่ไม่ใช่การทำงานประจำ)

ตอนนี้มีเทรนด์เกิดใหม่อีกแล้วที่เรียกว่า “the great unretirement” (ซึ่งเป็นความสนใจส่วนตัวด้วย เพราะใกล้เคียงกับ (อายุ) ตัวเอง (ฮา) โดยทาง Techsause เว็บไซต์เทคโนฯชื่อดัง ได้ให้คำจำกัดความ unretirement คือการที่ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุ หรือผู้ที่ใกล้จะเกษียณอายุเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งของแรงงาน หรือยังคงทำกิจกรรมที่สร้างรายได้และกำไรต่อตนเองต่อไป

ทั้งนี้มีข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจอื่น ๆ อีก เช่น ผลจาก CNBC Survey บอกว่า 65% ของคนทำงานที่เกษียณไปแล้วกำลังตัดสินใจจะกลับมาทำงานอีกครั้ง หรือเกือบ 94% ของคนที่ลาออกไปช่วงโควิด (คืออาจไม่ได้เกษียณก็ได้) ก็กำลังตัดสินใจกลับมาทำงานอีก ซึ่ง CNBC วิเคราะห์ว่า

ทั้งนี้เกิดจาก the great resignation ทำให้คนเครียดตัดสินใจลาออก แต่เมื่อโควิดเริ่มซาลงก็เกิดปัญหาใหม่ เศรษฐกิจตกต่ำ บวกกับเกิด “ความขาดแคลนคนทำงาน” ทำให้คนที่เกษียณและลาออกเริ่มตัดสินใจกลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ CNBC ยังบอกอีกว่า ตอนที่ออกกันไป 33% ออกเพราะปัญหาสุขภาพ 27% เพราะโควิด อีก 19% แค่ไม่อยากทำงานแล้ว ถึงตอนนี้โควิดซาไป (และ 85% ของคนที่อายุมากกว่า 50 ปีในสหรัฐ ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว) ทำให้คนที่ออกกันไปเลยอยากกลับมาทำงานอีก

ซึ่งข้อมูลจากกรมแรงงานสหรัฐก็ให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า ตอนนี้ 1.5 ล้านคนของคนที่จะเกษียณได้กลับมาทำงานแล้ว ซึ่งทาง Director of the Center for Retirement Research ที่ Boston College ได้สรุปสั้น ๆ ว่า “พนักงานที่อายุมาก (หรือเกษียณแล้ว) ได้ตัดสินใจกลับมาทำงานอีก”

ในอังกฤษก็เช่นเดียวกัน ค่าครองชีพและเงินเฟ้อ ทำให้คนเกษียณต้องกลับมาทำงาน ซึ่งทาง Office of National Statistic หรือสำนักงานสถิติของอังกฤษบอกว่า คนที่อายุมากกว่า 50 ปี (ที่ควรเกษียณแล้ว) ยังต้องทำงานอยู่หรือกำลังหางานทำ โดยสถิติบอกว่ามากกว่าครึ่งของคนที่หางานเป็นผู้ชายที่อายุมากกว่า 65 (ซึ่งเพิ่มขึ้น 8.5% จากเดิม)

ส่วนผู้หญิงเพิ่มขึ้น 6.8% จากเดิม ซึ่งคนเหล่านี้คือคนที่ “กลับ” มาทำงานหลังเกษียณไปแล้ว “ไม่ใช่” คนที่ขยายอายุการเกษียณนะคะ เนื่องจากว่าตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะเกษียณพร้อมบำนาญที่เพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างสบาย แต่เอาเข้าจริงมาเจอวิกฤตเศรษฐกิจ เงินเฟ้อเข้าก็คิดว่าไม่พอแล้ว กลับมาทำงานดีกว่า !

มีเคสจากอังกฤษ คือ “Dr.James Derounian” ซึ่งกลับมาทำงานหลังจากเกษียณไปได้ 2 ปีบอกว่า “ผมมีแผนจะเกษียณ แต่เงินเฟ้อทำลายแผนนั้นหมดเลย”

นอกจากนี้ สถิติจากสำนักงานสถิติอังกฤษบอกว่า ได้ทำ survey กับคน 12,000 คนที่มีอายุ 50-70 ปี โดยถามว่าเขาจะกลับไปทำงานอีกมั้ย ? คำตอบที่ได้รับคือ 1 ใน 3 ของคนอายุ 50-64 และ 1 ใน 10 ของคนอายุมากกว่า 65 บอกว่า “กลับ”

โดยเทรนด์นี้สอดคล้องกับโพลของ Rest Less’s Retired Member ที่ว่า 32% บอกว่ากำลังคิดจะกลับไปทำงานหรือได้กลับไปทำงานแล้ว และ 70% บอกว่าพวกเขากลับไปทำงานเนื่องจาก “เหตุผลทางการเงิน”

สรุปสั้น ๆ สำหรับพวกเราในเมืองไทยที่กำลังจะเกษียณหรือเกษียณไปแล้วว่า คงต้องกลับไปดูสถานะทางการเงินอีกครั้งว่าจะเพียงพอรองรับค่าครองชีพที่สูงขึ้น หรือเงินเฟ้อหรือสภาพเศรษฐกิจตกต่ำมั้ย

และถ้า “ไม่” จะมี “แผนสำรองอย่างไร” ไม่ว่าจะเป็นการกลับไปทำงานอีก (จะมีงานให้ทำมั้ย ?) ประหยัดให้มากขึ้น (เงินจะพออยู่ถึงเสียชีวิตมั้ย ?) หรือออมให้มากขึ้นสำหรับคนที่ยังไม่เกษียณ (แค่ค่าใช้จ่ายก็มากเหลือเกิน)

ส่วนในภาครัฐหรือเอกชนก็อยากให้มีแผนรองรับเพื่อช่วยเหลือด้วย เช่น การจ้างงานผู้สูงอายุให้มากขึ้น การขยายอายุเกษียณสำหรับตำแหน่งที่จำเป็น หรือการมีโครงการหรือกฎหมายเกี่ยวกับการออมต่าง ๆ ที่จะ
ช่วยเหลือผู้เกษียณอายุในระยะยาว เป็นต้น

ขออนุญาตฝากไว้จาก (ใจ) ผู้ที่ (กำลัง) จะเกษียณอายุเหมือนกัน ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...