กรมอนามัยแนะคุมเข้มความสะอาดปรุงอาหาร
นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า การปรุงประกอบอาหารในจุดที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด ปลอดภัย การปรุงอาหารต้องถูกหลักสุขาภิบาลอาหารและได้คุณค่าทางโภชนาการ อาหารสดต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหรือสีผิดปกติ อาหารแห้งต้องไม่มีเชื้อรา ส่วนอาหาร กระป๋องต้องไม่บุบ บวม และไม่หมดอายุ พื้นที่หรือสถานที่จัดตั้งครัวต้องไม่ใกล้ห้องส้วม หรือที่รวบรวมขยะ โดยหลีกเลี่ยงการเตรียมหรือปรุงอาหารกับพื้น ควรเตรียมปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูงจากพื้น ประมาณ 60 ซม. เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรก บริเวณที่ปรุงอาหารจะต้องมีถังขยะใส่เศษอาหารที่ไม่รั่วซึม มีฝาปิด ควรมีถุงพลาสติกรองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันแมลงวัน หนู แมลงสาป และทำให้ง่ายต่อการนำไปกำจัดด้วย
นอกจากนี้ ก่อนปรุงอาหารควรมีการล้างวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงทุกครั้ง โดยเฉพาะ ผักซึ่งอาจมีการปนเปื้อนคราบดิน ส่วนผักบางอย่าง เช่น คะน้า กะหล่ำ ถั่วฝักยาว หากมีคราบขาวจับที่กาบใบหรือฝักมากเกินไปให้ล้างน้ำหลายๆ ครั้ง และผู้ปรุงประกอบอาหารต้องปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ เช่น ล้างมือก่อนปรุงอาหาร ไม่ใช้มือจับอาหารปรุงสำเร็จโดยตรง
ทั้งนี้ ภายหลังจากปรุงอาหารเสร็จแล้วควรบรรจุในภาชนะที่สะอาด ง่ายต่อการขนส่ง และควรแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยให้หมดภายใน 2-4 ชั่วโมง ที่สำคัญควรเขียนคำเตือนและระบุวัน เวลา ที่ปรุงไว้ด้วย เพื่อเป็นการเตือนผู้ประสบภัยไม่ให้นำอาหารที่เก็บไว้นานมาบริโภค อาหารที่ปรุงแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยควรเป็นอาหารแห้งๆ ประเภททอดหรือผัดที่ไม่บูดเสียง่าย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกะทิ นม เป็นส่วนประกอบ ส่วนน้ำดื่มควรเป็นน้ำบรรจุขวด หรือหากมีจุดสำรองน้ำไว้สำหรับผู้ประสบภัย ใช้อุปโภคบริโภคควรมีการเติมคลอรีนฆ่าเชื้อโรคด้วย