รีวิว CROSS ซีรีส์แนวอาชญากรรมระทึกขวัญ ที่ต้องใช้ ‘จิตวิทยา’ แทน ‘ปืน’ ตามล่าฆาตกร!
LSA Thailand
อัพเดต 28 พ.ย. 2567 เวลา 15.39 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 08.00 น. • Lifestyle Asia Thailandขอต้อนรับเข้าสู่โลกของ CROSS ซีรีส์แนวอาชญากรรม-จิตวิทยา ที่จะพาคุณดำดิ่งไปกับเรื่องราวสุดเข้มข้นของ “อเล็กซ์ ครอส” นักสืบและนักจิตวิทยานิติเวชที่ไม่ได้แค่หล่อ (และคูล) แต่ยังฉลาดล้ำจนฆาตกรต้องอึ้ง! หากคุณชอบซีรีส์แนวสืบสวนที่ไม่ได้มีแค่การยิงปืนหรือวิ่งไล่ล่า แต่ยังขุดลึกไปถึงจิตใจของตัวละครทุกคน… CROSS คือคำตอบ!
Relate article
มัดรวม 8 ซีรีส์วายแนวแฟนตาซี โลกแห่งจินตนาการ ที่ห้ามพลาด!
Agatha All Along และซีรีส์แม่มดน่าดูในสตรีมมิ่ง
Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในซีรีส์
Lifestyle Asia rating: 4/5
ประเภท: จัดเต็มในแนว Crime Thriller ที่ไม่ได้มีแค่ความตื่นเต้นเร้าใจ แต่ยังมีการผสมผสานดราม่าส่วนตัวของตัวละครเข้ามาอีกด้วย งานนี้บอกเลยว่าใครชอบพล็อตที่ชวนปวดหัว คิดตาม และตื่นเต้นจนต้องกัดเล็บ ห้ามพลาด
นักแสดงนำ:
- Aldis Hodge รับบท Detective Alex Cross
- Isaiah Mustafa รับบท Detective John Sampson
- Alona Tal รับบท Special Agent Kayla Craig
- Samantha Walkes รับบท Elle Monteiro
- Ryan Eggold รับบท Ed Ramsey
- Jennifer Wigmore รับบท Chief Anderson
- Johnny Ray Gill รับบท Bobby Trey
ผู้กำกับ: Ben Watkins
จำนวนตอนทั้งหมด: 8 ตอน
ความยาวต่อตอน: ประมาณ 1 ชั่วโมง
ดูได้ที่ไหน: Prime Video
ดูได้เมื่อไหร่: 14 พฤศจิกายน 2024
เราชอบอะไรในซีรีส์เรื่องนี้
- อเล็กซ์ ครอส ตัวละครที่น่าหลงรักสุด ๆ
อเล็กซ์ ครอส รับบทโดย Aldis Hodge คือฮีโร่ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เต็มไปด้วยมิติความเป็นคนจริง ๆ นอกจากจะเป็นนักสืบที่เก่งจนฆาตกรต้องยอมแพ้แล้ว เขายังเป็นคุณพ่อที่อ่อนโยนและพยายามปกป้องครอบครัวทุกวิถีทาง ความเปราะบางในตัวละครทำให้เรารู้สึกเอาใจช่วยทุกตอน - พล็อตแน่นและหักมุมได้ใจ
ครอส เล่นกับความรู้สึกของคนดูเก่งมาก! ฆาตกรที่ดูเหมือนจะถูกจับได้ง่าย ๆ กลับมีอะไรที่เหนือชั้นซ่อนอยู่เสมอ พูดง่าย ๆ คือ คุณเดาไม่ได้เลยว่าเรื่องจะพาไปทางไหน - คู่หูสายฮาเพิ่มสีสัน
จอห์น แซมป์สัน หรือ “ทู-จอห์น” รับบทโดย Isaiah Mustafa คือคู่หูที่ไม่ได้แค่ช่วยอเล็กซ์แก้ปมคดี แต่ยังเป็นคนที่ช่วยดึงอเล็กซ์ออกจากโลกที่ตึงเครียด บทพูดของเขาหยอดมุกพอให้เราหายใจคล่องขึ้นมาบ้าง - ฉากวิเคราะห์จิตใจคนร้ายสุดเจ๋ง
ใครเป็นแฟนซีรีส์ที่ใช้จิตวิทยาเป็นตัวแก้ปริศนา น่าจะชอบช่วงที่อเล็กซ์คุยกับผู้ต้องสงสัยหรือวิเคราะห์แรงจูงใจของฆาตกร เพราะมันสมจริงและฉลาดมาก
เราไม่ชอบตรงไหน
- จังหวะการเล่าเรื่องบางช่วงดูช้าไปนิด
มีบางตอนที่เน้นดราม่าส่วนตัวของอเล็กซ์เยอะจนทำให้พล็อตหลักช้าลงนิดหน่อย แต่ถ้าใครอินกับชีวิตของตัวละครก็อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ - ตัวละครบางตัวถูกตัดบทไวเกิน
มีตัวละครบางตัวที่ดูเหมือนจะสำคัญมาก แต่กลับหายไปแบบงง ๆ เหมือนลืมว่าพวกเขายังมีบทบาทในเรื่อง
เนื้อเรื่องย่อ
ซีรีส์ CROSS บอกเล่าเรื่องราวของ “อเล็กซ์ ครอส” นักสืบและนักจิตวิทยานิติเวชผู้เฉลียวฉลาดแห่งกรมตำรวจวอชิงตัน ดี.ซี. อเล็กซ์ต้องเผชิญหน้ากับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่ฆาตกรมีพฤติกรรมสุดประหลาด โดยเปลี่ยนโฉมเหยื่อให้ดูเหมือนฆาตกรต้นแบบก่อนจะลงมือฆ่า และยังมีปมการฆาตกรรมภรรยาของเขาที่ไม่ได้รับคำตอบอีกด้วย ในซีรีส์นี้ อเล็กซ์ และ จอห์น แซมป์สัน คู่หูของเขาต้องไล่ล่าฆาตกรต่อเนื่องที่ใช้จิตวิทยาเข้ามาเป็นอาวุธ พร้อมกับการปะทะกับอดีตอันเจ็บปวดของตัวเอง
Alex Cross: นักสืบที่ไม่ได้มีดีแค่สมอง!
ลองจินตนาการดูสิ ถ้าคุณเป็นนักสืบที่ต้องไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง แค่จับปืนหรือหาหลักฐานคงไม่พอ คุณต้องล้วงลึกไปถึงจิตใจของฆาตกรด้วย! และนี่แหละคือความพิเศษของ อเล็กซ์ ครอส (รับบทโดย Aldis Hodge)
ครอสไม่ใช่แค่ตำรวจที่เก่งกาจ แต่เขาคือนักจิตวิทยาที่สามารถแยกแยะความคิด ความรู้สึก และแรงจูงใจของคนร้ายได้อย่างแม่นยำ การวิเคราะห์จิตใจที่ซับซ้อนเหล่านี้ทำให้เขาเป็นนักสืบที่เหนือชั้นและแตกต่างจากตัวละครแนวนักสืบอื่น ๆ ที่เราเคยเห็นในจอแก้ว
ไม่ว่าจะเป็นการใช้บทสนทนาเชิงจิตวิทยาเพื่อคาดเดาแผนการของฆาตกร หรือการสังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนทั่วไปอาจมองข้าม ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า อเล็กซ์ ครอส คือ “สายบุ๋น” ตัวจริง ที่ใช้สมองมากกว่ากำลังในการแก้ปัญหา และความน่าหลงใหลของตัวละครนี้ไม่ได้หยุดแค่ความเก่งด้านการงาน แต่ยังรวมถึงบทบาทของเขาในฐานะคุณพ่อที่รักลูกและพยายามดูแลครอบครัวท่ามกลางอันตรายรอบตัว
อีกอย่างที่ทำให้เราหลงรัก อเล็กซ์ ครอส คือลักษณะความเป็น “คนจริง ๆ” เขาไม่ใช่ฮีโร่ที่สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง ครอสเองก็มีความเปราะบาง มีอดีตที่เจ็บปวด และบางครั้งก็ต้องต่อสู้กับความผิดพลาดของตัวเองในอดีต สิ่งเหล่านี้ทำให้ครอสเป็นตัวละครที่เรารู้สึกเชื่อมโยงได้ง่าย เป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งที่เราอยากเอาใจช่วยให้เขาผ่านเรื่องราวทั้งหมดไปได้
ฆาตกร The Fanboy: ตัวร้ายที่ทั้งแปลกและน่าจดจำ
พูดถึงซีรีส์แนวอาชญากรรม จะขาด “ตัวร้าย” ไปได้ยังไง? และใน Cross ฆาตกรของเราก็ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน เขาเป็นที่รู้จักในฉายา The Fanboy เพราะพฤติกรรมสุดประหลาดของเขา!
แฟนบอยในเรื่องนี้ไม่ได้แค่คลั่งใคล้ฆาตกรในอดีต แต่เขายังลงมือฆ่าเหยื่อให้ดูเหมือนต้นแบบของเขาอีกด้วย! เขาเลือกเหยื่อที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับฆาตกรคนโปรดของตัวเอง แล้วเปลี่ยนโฉมเหยื่อให้เหมือนต้นแบบทุกกระเบียดนิ้วก่อนจะฆ่า นี่มันไม่ใช่ฆาตกรธรรมดา แต่เป็นคนโรคจิตที่เต็มไปด้วยความหมกมุ่นแบบสุดโต่ง
ความน่ากลัวของ The Fanboy อยู่ที่ความฉลาดและการวางแผนที่แยบยล เขาไม่ใช่ฆาตกรที่วิ่งหนีตำรวจธรรมดา แต่เขาเล่นเกมกับ Alex Cross และวางแผนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน การที่คนดูได้เห็นทั้งแง่มุมของตัวร้ายและตัวเอกในเวลาเดียวกัน ทำให้เราได้ลุ้นว่าใครจะเหนือกว่าใคร
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ The Fanboy ไม่ได้เป็นเพียงตัวร้ายในแง่ของการก่อคดี แต่เขายังเป็นภาพสะท้อนของความหมกมุ่นและการหลงผิดที่เกิดขึ้นในสังคมอีกด้วย ฆาตกรรายนี้จึงไม่ได้ทำให้เรากลัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำให้เราฉุกคิดถึงปัญหาที่ลึกซึ้งกว่านั้น
สายสัมพันธ์ของ Alex กับ John Sampson: คู่หูที่เข้าใจกันแบบไม่ต้องพูดเยอะ!
หากคุณเคยดูซีรีส์หรือหนังที่มีคู่หูนักสืบ คุณคงรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครเหล่านี้คือหัวใจสำคัญ และใน Cross ความสัมพันธ์ระหว่าง Alex Cross และ John Sampson (รับบทโดย Isaiah Mustafa) ก็โดดเด่นและน่าจดจำไม่แพ้กัน
จอห์น แซมป์สัน หรือ “ทู-จอห์น” ไม่ใช่แค่คู่หูในหน้าที่ แต่เขายังเป็นเพื่อนที่รู้ใจครอสมากที่สุด ทั้งสองคนรู้จักกันมานานกว่า 30 ปี ทำให้เคมีของพวกเขาเข้าขากันอย่างเป็นธรรมชาติ จอห์นเป็นตัวละครที่มีความอบอุ่นและจริงใจ ในขณะที่ครอสอาจจะแข็งกร้าวหรือหมกมุ่นกับคดี จอห์นคือคนที่ดึงเขากลับมาสู่ความเป็นจริง
ไม่เพียงเท่านั้น จอห์นยังเป็นตัวละครที่ช่วยสร้างสมดุลในเรื่องราวที่ค่อนข้างหนักหน่วง เขามักมีมุกตลกหรือคำพูดที่ทำให้เราหัวเราะได้ในช่วงเวลาที่ซีรีส์พาเราไปสู่จุดที่ตึงเครียดเกินไป ความเป็นคู่หูที่เสริมกันได้อย่างลงตัวของพวกเขาทำให้เรื่องนี้มีมิติและน่าติดตามยิ่งขึ้น
การสะท้อนประเด็นทางสังคม: ไม่ใช่แค่เรื่องฆาตกรรม
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ ครอส เป็นซีรีส์ที่โดดเด่น คือการที่มันไม่ได้พูดถึงแค่คดีฆาตกรรมหรือการตามล่าตัวคนร้ายเท่านั้น แต่ยังหยิบยกประเด็นทางสังคมที่ลึกซึ้งและหนักแน่นเข้ามาเล่าได้อย่างชาญฉลาด
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการสะท้อนปัญหาความยุติธรรมและความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ ซีรีส์เล่าถึงความตึงเครียดในชุมชนคนผิวดำ และปัญหาการทุจริตในระบบตำรวจ ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ยังคงเกิดขึ้นในหลายประเทศ แม้ว่าซีรีส์จะไม่ได้ฟาดฟันกับประเด็นเหล่านี้แบบจงใจ แต่การแทรกซึมของมันทำให้เรื่องราวมีความลึกและเชื่อมโยงกับคนดูในระดับที่มากกว่าความบันเทิง
ไม่เพียงเท่านั้น ประเด็นเกี่ยวกับความไว้วางใจในครอบครัวและความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชนยังถูกเล่าออกมาได้อย่างซาบซึ้งใจ ตัวละครของ อเล็กซ์ ครอส ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มาจากการเป็นทั้งตำรวจ คนเป็นพ่อ และคนในชุมชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของชีวิตที่แท้จริง
Cross คือซีรีส์ที่ไม่ได้แค่เล่าเรื่องการสืบสวนธรรมดา แต่ยังนำเสนอความลึกซึ้งของตัวละครและประเด็นทางสังคมได้อย่างน่าสนใจ แม้จะมีจังหวะบางช่วงที่ช้าไปบ้าง แต่ก็ชดเชยด้วยพล็อตที่คาดเดายากและตัวละครที่มีมิติ ถ้าคุณชอบซีรีส์แนวฆาตกรรมที่ใช้สมองมากกว่ากำลัง แถมยังมีดราม่าเรียกน้ำตาแบบเบา ๆ นี่คือเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด!
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Main, Hero and Featured images: by Prime Video via PR Team
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.