โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะยุทธศาสตร์ “โฮมโปร” พลิกโฉมเก่าแลกใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ธ.ค. 2567 เวลา 07.26 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2567 เวลา 07.26 น.
เสาวณีย์ สิราริยกุล

สัมภาษณ์พิเศษ

โฮมโปร กำลังยกระดับกลยุทธ์เก่าแลกใหม่ไปอีกขั้น ด้วยโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ซึ่งไม่เพียงรับแลกสินค้าเก่าเป็นส่วนลด แต่ยังเดินสายผนึกพันธมิตรจากหลายวงการทั้งผู้คัดแยกขยะ เคมีภัณฑ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อพัฒนาระบบเก่าแลกใหม่แบบครบลูป (Closed-Loop ?) ตั้งแต่การรับแลกสินค้าเก่า นำไปแปรรูปขยะกลับเป็นวัตถุดิบมาผลิตเป็นสินค้าใหม่อย่าง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ และกลับมาวางขายทางหน้าร้านอีกครั้ง หวังชิงออกตัวสร้างความได้เปรียบในระยะยาวจากกระแสรักษ์โลกที่กำลังเข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนคู่แข่งรายอื่น ๆ ในวงการค้าปลีก

โดย “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “เสาวณีย์ สิราริยกุล” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร “โฮมโปร” ถึงที่มาที่ไป และศักยภาพ รวมถึงทิศทางของโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ในปี 2568 ที่จะถึงนี้

พลิกความท้าทายเป็นโอกาส

“เสาวณีย์” ฉายภาพว่า สำหรับผู้ค้าปลีกโดยเฉพาะสินค้าชิ้นใหญ่และมีส่วนประกอบที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งโลหะและพลาสติกอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ความสามารถในการจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ผู้บริโภคมีอยู่จะทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มให้น้ำหนักกับประเด็นสิ่งแวดล้อมในการตัดสินใจซื้อสินค้ามากและรอบด้านยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงจะมองถึงวัสดุ-กระบวนการผลิตของสินค้าใหม่ แต่ยังรวมไปถึงการจัดการกับสินค้าเก่าที่ตนมีอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้ไม่ได้เป็นเพียงความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาสที่สามารถนำมาสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยเช่นกัน เนื่องจากหากผู้ค้าปลีกรายใดสามารถหาวิธีบริหารจัดการสินค้าเก่าได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและครบวงจร จะทำให้กลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ผู้บริโภคจะมาซื้อหาสินค้าไปในทันที

ทั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรนั้นซับซ้อน และต้องอาศัยโนว์ฮาว-อุปกรณ์เฉพาะทาง ยากที่บริษัทเดียวจะสามารถทำได้แบบครบลูป

ด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจต่อยอดจุดแข็งด้านขนาดธุรกิจที่มีสาขามากกว่า 130 สาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ และมีปริมาณการขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 5 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่งทำให้บริษัทขึ้นแท่นผู้จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ และโพซิชั่นตัวกลางระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์สินค้า มาพัฒนาโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ซึ่งเป็นโครงการที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น

โดยมีจุดเด่นที่ไม่เพียงเปิดรับสินค้าเก่ามาและนำไปบริจาค หรือกำจัดอย่างถูกวิธีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการนำขยะมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตสินค้าใหม่ และนำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง ตามแนวคิดระบบ Closed-Loop แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นที่มักนำสินค้าเก่าที่รับมาไปจำหน่ายต่อ บริจาค หรือเพียงแค่กำจัดอย่างถูกวิธี

ในโครงการนี้บริษัทเดินสายจับมือพันธมิตรจากหลายธุรกิจ เช่น โรงงานคัดแยก-แปรรูปขยะ, เอสซีจีซี (SCGC) ผู้ประกอบธุรกิจเคมีภัณฑ์ มารับหน้าที่เสริมคุณภาพเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่ได้จากสินค้าเก่าให้มีคุณภาพสูงขึ้น และร่วมมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งไทย, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้ อาทิ ไฮเออร์, สตีเบลเอลทรอน, โตชิบา, มาซูม่า ฯลฯ เพื่อนำเม็ดพลาสติกรีไซเคิลนี้ไปผลิตเป็นสินค้าใหม่กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง เป็น Circular Products หรือสินค้ารักษ์โลกที่ผลิตจากวัสดุหมุนเวียน โดยบริษัทร่วมแชร์ข้อมูลอินไซต์ของผู้บริโภคเพื่อใช้ในการพัฒนาสินค้า และการันตีการรับสินค้ามาวางจำหน่ายในสาขา

พร้อมรับมือความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากการใช้วัตถุดิบรีไซเคิล ซึ่งจะทำให้ราคาจำหน่ายสูงกว่าสินค้าทั่วไป ด้วยโปรโมชั่นราคาและให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรโฮมโปรวีซ่า รับส่วนลดเพิ่มเป็น 3%+2% เมื่อซื้อสินค้า Circular Products เป็นต้น ช่วยให้สินค้าเหล่านี้มีราคาที่แข่งขันได้ พร้อมเน้นย้ำการใช้บัตรเครดิตเท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

ทำตลาดเต็มตัวหลังสินค้าพร้อม

ในปี 2568 ช่วงไตรมาส 2-3 ที่จะถึงนี้ โครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ จะถูกยกระดับไปอีกขั้น หลังไลน์สินค้า Circular Products จากพันธมิตรหลายรายจะทยอยออกวางจำหน่าย อาทิ เครื่องซักผ้าและตู้เย็นจากโตชิบา, ตู้เย็นและเครื่องซักผ้าจากซัมซุง, เครื่องทำน้ำอุ่น จากมาซูม่า ฯลฯ ร่วมกับสินค้าที่เริ่มวางจำหน่ายช่วงไตรมาส 4 ของปี 2567 นี้ เช่น ตู้เย็นจากไฮเออร์ และเครื่องทำน้ำอุ่นจากสตีเบลเอลทรอน เป็นต้น

ไลน์อัพสินค้า Circular Products ที่หลากหลายนี้ ทำให้บริษัทสามารถทำตลาดได้เต็มที่ตามไปด้วย โดยเตรียมเปิดตัวแคมเปญการสื่อสารครั้งใหญ่ พร้อมจัดเต็มใช้สื่อทั้งโฆษณาทีวี บิลบอร์ด และสื่อดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับโครงการ และไลน์สินค้า Circular Products ที่มีจำหน่าย

โดยเปิดฉากด้วยการทุ่มงบฯกว่า 30 ล้านบาท สร้างภาพยนตร์โฆษณาสำหรับโครงการ แลกเก่าเพื่อโลกใหม่ พร้อมประโยคไฮไลต์สำคัญว่า “ใครไม่จัดการอย่างถูกวิธี อย่าซื้อ” ซึ่งออนแอร์ไปเมื่อ 3 ธันวาคม 2567 และจะฉายต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพื่อย้ำความมั่นใจ และเน้นจุดเด่นเรื่องกระบวนการจัดการสินค้าเก่าของโครงการนี้ รวมถึงรักษากระแสการรับรู้ให้ต่อเนื่อง ไปจนถึงช่วงก่อนลอนช์แคมเปญการสื่อสารใหญ่ในช่วงไตรมาส 2-3 ของปี 2568 มุ่งสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอายุ 28-55 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อม และมีความต้องการ-พร้อมลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีจุดเด่นด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้งาน

ขยายสู่การซ่อม

นอกจากนี้เชื่อว่า การซ่อมแซม จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ผู้บริโภคให้ความสนใจมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากเมื่ออัพเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานและเวลาแล้ว จะต้องการใช้สินค้าตัวนี้ให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ด้วย แต่การหาร้านซ่อมกลับยากขึ้น เห็นได้จากสถานการณ์ในต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ที่ก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า

บริษัทจึงตัดสินใจเปิดศูนย์ซ่อมมืออาชีพ (Repair Service Center) ทั่วประเทศ เพื่อรับซ่อมสินค้าของผู้บริโภคทั้งแบบนำมาส่งซ่อมและซ่อมถึงบ้านลูกค้า

โดยหลังเริ่มโครงการมาได้ 6 เดือน ปัจจุบันมียอดการส่งซ่อม 3-4 พันชิ้นต่อเดือน และอนาคตอาจต่อยอดไปสู่การขยายระยะเวลารับประกันให้กับกลุ่มสินค้า Circular Products ยาวเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยจูงใจผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเพิ่มรายได้จากการขายสินค้า Circular Products ให้มีสัดส่วนถึง 20% ของยอดขายรวมของบริษัทในปี 2573

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจาะยุทธศาสตร์ “โฮมโปร” พลิกโฉมเก่าแลกใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...