โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เราจะแก้ปัญหาต่างด้าวเข้ามาแย่งโรงพยาบาลคนไทยอย่างไร?

The Better

อัพเดต 19 ธ.ค. 2567 เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • THE BETTER

ตอนนี้ระบบสาธารณสุขบ้านเรากำลังจะล่มแล้ว เพราะขาดเงิน และขาดคนรักษา แต่คนป่วยเพิ่มขึ้นทุกๆ และปัญหามาเพิ่มขึ้นอีกจากต่างด้าวที่ทะลักเข้ามาใช้ระบบของเราอย่างไม่ถูกต้อง

ระบบสาธารณสุข (ที่พยายามจะ universal) ของไทยที่ว่าดีๆ นั้น ตั้งไว้บนพื้นฐานทางการเงินที่ไม่ดี หากจะให้ดีต้องเก็บภาษีรายได้บุคคลธรรมดาให้ครอบคลุมกว่านี้จากตอนนี้ที่มีแค่ 4 ล้านกว่าคน

แม้ว่ารากฐานของภาษีจำนวนมากกว่าจะมาจากภาษีส่วนอื่นๆ เช่น ภาษีที่เกี่ยวข้องกับบริโภคก็ตาม แต่แรงงงานต่างด้าวในไทยบริโภคมากแค่ไหนในไทย? และจ่ายภาษีส่วนนี้มากพอหรือไม่ที่จะเอามาหนุนระบบสาธารณสุข? เพราะแรงงานต่างด้าวมักจะเขียมและส่งเงินกลับบ้านกันมากกว่า แถมยังนิยมส่งด้วยระบบโพยก๊วน ทำให้รอดระบบภาษีได้ง่ายๆ

ตัวเลขประเมินจาก "กลุ่มนายจ้างสีขาว" ที่นำเสนอกับคณะอนุกรรมาธิการศึกษาและติดตามการใช้เงินกองทุนในสังกัดกระทรวงแรงงงาน และการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว ของสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า เงินค่าบัญชีรายชื่อและค่าอนุมัติแรงงาน 4,000 ล้านบาท บวกกับภาษีทางการเมียนมา 4,800 ล้านบาท

สรุปว่า "เกือบ 9,000 ล้านเงินไทยที่ไหลออกสู่พม่า" นี่เฉพาะเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนแรงงานเมียนมาเท่านั้น

เงินจึงไหลออกจากไทยเข้าประเทศรอบๆ โดยที่ไทยเก็บคืนไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เงินไหลออกไม่ว่า ยังมีคนเข้ามาใช้เงินภาษีของเราตามโรงพยาบาลต่างๆ อีก

ปัญหานี้แก้ได้ถ้าคิดจะทำ

ยกตัวอย่างสหรัฐฯ ซึ่งทำท่าจะไล่แรงงานต่างด้าวครั้งใหญ่ในปีหน้าเป็นต้นไป แม้แรงงานคือเสาหลักหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไปแล้ว (เหมือนไทย) ก็ตาม หากไม่นับเรื่องชาตินิยมเหลวๆ แหลกๆ ของทรัมป์ ระบบของเขาก็วางมาดี (ไม่เหมือนไทย) คือเก็บภาษีจากแรงงานต่าวด้าวได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ปรากฏว่ามีการวิเคราะห์ที่แสดงให้เห็นว่าผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร (หนีเข้าเมือง) มีส่วนสนับสนุนภาษีของรัฐบาลกลาง (รวมแล้ว 96,700 ล้านดอลลาร์) ภาษีระดับมลรัฐ และภาษีท้องถิ่น (รวม 37,300 ล้านดอลลาร์) รวมแล้วต่างด้าวจ่ายภาษีหลายพันล้านดอลลาร์ทุกปี (อ้างอิง 1)

นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพิ่มเติมพบว่าผู้อพยพจ่ายเงินเข้าระบบดูแลสุขภาพผ่านทางภาษีและเบี้ยประกันสุขภาพมากกว่าที่พวกเขาใช้จริง ซึ่งช่วยอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลสำหรับพลเมืองที่เกิดในสหรัฐฯ ได้ ดังนั้น จึงสรุปว่าควรให้ต่างด้าวเข้าถึงประกันและการรักษาพยาบาลมากขึ้นแทนที่จะให้น้อยลง เพราะยิ่งเข้าถึงง่าย เงินในระบบก็จะยิ่งมาก (อ้างอิง 2)

เอาเข้าจริงการเก็บภาษีนี้ก็ยังไม่เหมาะ จะต้องเก็บ "ประกันสังคม" หรือเงินสมทบระบบสาธารณสุขเป็นการเฉพาะด้วย สถานการณ์ที่น่าสนใจ คือ อิตาลี

ประเทศอิตาลี ซึ่งต้องแบกรับผู้อพยพจำนวนมหาศาลในฐานะด่านหน้าการเข้ายุโรปของคนแอฟริกา

จากงานวิจัยหนึ่งพบว่า เมื่อจำนวนผู้อพยพเพิ่มขึ้น 1 คน ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขต่อหัวในอิตาลีจะลดลงประมาณ 69 ยูโร นั่นหมายความว่า ต้นทุนการรักษาคนอิตาลีท้องถิ่นลดลง (หมายถึงคุณภาพที่จะลดลง) เพราะมีคนนอกเข้ามา "แจม" หนึ่งคน (อ้างอิง 3)

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐบาลอิตาลีจึงประกาศเก็บเงินค่าใช้ระบบสาธารณสุขกับคนต่างชาติเสียเลยคนละ 2,000 ยูโร ต่อปี เพื่อจะได้ไม่ต้องแย่งเงินภาษีเจ้าของประเทศ แถมยังได้เงินมาแบ่งเบาภาระงบประมาณ แล้วยังนำเงินที่ได้มาเป็นโบนัสให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ในประเทศที่ต้องแบกรับภาระเพิ่มอีกด้วย (อ้างอิง 4)

สำหรับไทยก็เรียกเก็บสวัสดิการแบบนี้จากแรงงานอยู่แล้ว แค่ทำให้ระบบกระชับขึ้นก็พอ เช่น เรียกเก็บจากคนที่มารักษาในโรงพยาบาลรัฐของไทยด้วยในอัตราที่เหมาะสมแบบที่เราไม่เจ๊ง และภาษีที่คนต่างด้าวเสียในไทยจะต้องเพิ่มขึ้นหรือมีการหลีกเลี่ยงน้อยลง

ถ้าแก้ได้แบบนี้เราจะมีระบบที่แรงงานต่าวด้าวภายในและคนต่างด้าวภายนอก ช่วยค้ำชูระบบสาธารณสุขของไทยได้ด้วยซ้ำ ส่วนบุคคลากรแพทย์ก็จะมีโบนัสเอาไว้เยียวยากายและใจที่อ่อนล้า (ถ้ารัฐบาลไทยใจดีแบบอิตาลี)

ที่อิตาลีนั้น มีปัญหางบประมาณขาดดุลจึงต้องหาเงินเพิ่มด้วยวิธีการนี้ ส่วนไทยเราหาเงินไม่เป็นเอาเลย ทั้งๆ ที่จะถังแตกเอาง่ายๆ เพราะนักการเมืองไม่กล้าขึ้นภาษีด้วยกลัวเสียฐานเสียง (ขู่จะขึ้นไปงั้นแหละครับ) ครั้นภาษีมาถึงรัฐก็จัดการกันไม่ดีอีก

ในประเทศไทย ว่ากันตามระเบียบแล้วการจะจ้างแรงงารต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายจะต้องพ่วงประกันสังคมด้วย และด้วยจำนวนแรงงานต่างด้าวที่สูงมาก (เฉพาะชาวเมียนมาจำนวน 2 ล้านกว่าคนจากตัวเลขเดือนตุลาคม 2567) เงินที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมจึงน่าจะมากไปด้วย แต่แล้วเงินส่วนนี้ทำไมถึงยังช่วยพยุงระบบสาธารณสุขของเราไม่ได้?

เมื่อดูจากประสบการณ์ของสหรัฐฯ และอิตาลี แล้ว สถานการณ์ของไทยเกิดจากความหละหลวมของระบบที่วางโดยรัฐด้วยส่วนหนึ่ง หากจะแก้ปัญหาจะต้องกลับไปแก้ที่ระบบ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าเป็นการพูดเหมือนเอาหล่อเพราะจริงๆ แล้วเรื่องนี้แก้ยากที่สุด

ปัญหาอีกส่วนมาจากต่างด้าวที่ไม่ดี (ที่ดีๆ ก็มากนะครับ) เพราะความหละหลวมเปิดโอกาสให้มีการหนีภาษี ความไม่เอาใจใส่ของหน่วยงานบางแห่ง ทำให้คนต่างด้าวเอาเปรียบระบบของไทยด้วยการซื้อสวัสดิการถูกๆ แล้วมาใช้รักษาแพงๆ ทำให้โรงพยาบาลไทยจะเจ๊ง และระบบจะพังเอา

คนขี้โกงเหล่านี้ไทยควรจะจับกุมและขึ้นบัญชีดำทั้งหมด อย่าให้เข้าไทยได้อีก ให้หมดโอกาสที่จะรับการรักษาที่ดีกว่าบ้านเมืองตัวเองไปตลอดชีวิต

เรื่องนี้ต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่า "กล้าทำไหม?" ถ้าไม่ทำอะไร คนไทยจะโกรธเกรี้ยวขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีกับรัฐบาลไทยและคนต่างชาติในไทยและรอบๆ ไทย

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

อ้างอิง
1. "Tax Payments by Undocumented Immigrants". ITEP. Published: July 30, 2024

2. Lila Flavin , Leah Zallman, Danny McCormick, and J. Wesley Boyd. "Medical Expenditures on and by Immigrant Populations in the United States: A Systematic Review". International Journal of Health. 2018.

3. Giulia Bettin, Agnese Sacchi "Health spending in Italy: The impact of immigrants". European Journal of Political Economy Volume 65, December 2020, 101932.

4. "Italy: Government to charge foreigners to use health service". InfoMigrants. Published on : 2023/10/17

หมายเหตุ - บทความนี้เพิ่มเติมข้อมูลและรายละเอียดจากบทความที่โพสต์ในเฟซบุ๊คของผู้เขียน ที่ Kornkit Disthan

Photo - (TOPSHOT) - ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่ได้รับบาดเจ็บกำลังพักผ่อนหลังจากได้รับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 หลังจากข้ามเข้าสู่ประเทศไทยผ่านแม่น้ำสาละวินหลังจากการโจมตีทางอากาศในรัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา (ภาพโดย Lillian SUWANRUMPHA / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...