โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Hungry Hub เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด เจาะฐานลูกค้านักชิมและนักเดินทางทั่วโลก ผนึกกำลัง Singapore Tourism Board ปั้นประสบการณ์กิน-เที่ยวระดับโลก ชูจุดแข็งงบคุมได้ทุกมื้อ

BTimes

อัพเดต 09 ธ.ค. 2567 เวลา 16.20 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2567 เวลา 07.20 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายสุรสิทธิ์ สัจจะเดว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Hungry Hub กล่าวว่า “การขยายธุรกิจครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับ Hungry Hub ในการเดินหน้าสู่การเป็น Online Travel Agent (OTA) สำหรับร้านอาหารระดับโลก ด้วยการแบ่งกลุ่มผู้ใช้งาน 50% คนไทยและ 50% นักท่องเที่ยว เรามุ่งมั่นที่จะนำประสบการณ์การจองร้านอาหารที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งาน ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และความหลากหลาย พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง Singapore Tourism Board เพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดร้านอาหารในสิงคโปร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น การเปิดตัว Hungry Hub ในสิงคโปร์ครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและมาเลเซียซึ่งเดินทางสู่สิงคโปร์ พร้อมเสนอทางเลือกการรับประทานอาหารในร้านระดับกลางถึงไฮเอนด์ในราคาที่คุ้มค่า ผ่านฟีเจอร์ควบคุมงบประมาณ (Budget-Controlled Dining) ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Hungry Hub จากความสำเร็จที่ผ่านมาในประเทศไทยเราร่วมมือกับร้านอาหารกว่า 1,700 แห่ง รวมถึงร้านระดับ Michelin Star, Fine Dining และ Rooftop Dining ทั่วไทย ในการเข้าถึงกลุ่มนักชิมทั้งชาวไทยและต่างชาติ

นอกจากนี้ Hungry Hub ยังสร้างปรากฏการณ์ในวงการด้วยการจับมือกับแพลตฟอร์มพันธมิตรระดับโลก นอกจากนี้ยังมีสิทธิเศษเฉพาะที่ Hungry Hub มอบให้กับผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม ด้วยแพ็กเกจ Exclusive Deals ที่เกี่ยวกับร้านอาหารที่หลากหลาย ไม่เพียงแต่เป็นแพลตฟอร์มจองร้านอาหารเพียงอย่างเดียว เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าให้ครอบคลุม จากกกลยุทธ์ทางธุรกิจและความแข็งแกร่งของพันธมิตร ทำให้เรามั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในการบุกตลาดสิงคโปร์ในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน และด้วยจำนวนชาวสิงคโปร์กว่า 30,000 คน ที่เคยใช้ Hungry Hub ในการจองร้านอาหารในประเทศไทย Hungry Hub มีเป้าหมายที่จะขยายฐานผู้ใช้งานในสิงคโปร์ต่อไป โดยอาศัยเครือข่าย KOL และอินฟลูเอนเซอร์กว่า 300 คนทั่วโลก ที่จะช่วยสร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่ร้านอาหารในเครือข่าย”

การขยายธุรกิจครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Hungry Hub ในการก้าวสู่เวทีนานาชาติ หลังจากช่วยพันธมิตรร้านอาหารสร้างรายได้กว่า 3 พันล้านบาท และมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชันกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน ยอดจองสะสมมากกว่า 4 ล้านที่นั่ง เฉลี่ยรายจ่ายต่อครั้งมากกว่า 1,000 บาท และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ร้านอาหาร 1 ร้านได้สูงสุดกว่า 250 ล้านบาท ต่อปี และมี Top Customer หรือลูกค้าที่จองร้านอาหารผ่าน Hungry Hub จำนวนมากที่สุดในปี 2567 มากกว่า 85 ครั้งต่อปี ลูกค้ารายเดียวใช้จ่ายไปถึง 350,000 บาท

Hungry Hub เผยแผนการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยโตอีก 50% ภายในปี 2568 พร้อมขยายการบริการสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มต้นที่สิงคโปร์ในเดือนธันวาคม 2567 ด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Singapore Tourism Board (STB) Hungry Hub จะยกระดับประสบการณ์การจองร้านอาหารระดับพรีเมียมให้กับนักเดินทางไทยและมาเลเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง Hungry Hub จะมุ่งสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าในการควบคุมงบประมาณได้ทุกมื้อในร้านอาหารระดับพรีเมียมและ mid-upper tier นอกจากนี้ Hungry Hub ยังได้ทำงานร่วมกับเครือข่าย KOL และอินฟลูเอนเซอร์กว่า 300 คนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้งานที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 200,000 คนในปี 2567 เพื่อโปรโมตร้านอาหารในเครือข่ายสิงคโปร์

Hungry Hub ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ด้านการจองร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังพร้อมยกระดับประสบการณ์การกินและการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ พร้อมตอกย้ำตำแหน่งผู้นำแพลตฟอร์มจองร้านอาหารชั้นนำแห่งอนาคต ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างประสบการณ์การกินและการเดินทางระดับโลกอย่างไร้รอยต่อ

ด้านเทอเรนซ์ วูน ผู้อำนวยการบริหารภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การท่องเที่ยวสิงคโปร์ กล่าวถึงความสำคัญของอาหารในฐานะหนึ่งในจุดเด่นที่ดึงดูดการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ว่า “การรับประทานอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยสะท้อนถึงวัฒนธรรมและมรดกทางอาหารอันหลากหลายของเรา ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก STB สังเกตเห็นการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยการใช้จ่ายในหมวดอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นถึง 63% หลังสถานการณ์การระบาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความต้องการในประสบการณ์ด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

การขยายธุรกิจของ Hungry Hub สู่สิงคโปร์นับเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นในการยกระดับภาพลักษณ์ของเมืองเราให้เป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ สำหรับนักเดินทางที่รักในรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสประสบการณ์ในร้านอาหารชื่อดังที่ได้รับรางวัลมากมายหรือเพลิดเพลินกับเสน่ห์ของร้านฮอว์เกอร์ที่เปี่ยมเอกลักษณ์ เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ต้อนรับผู้ที่ชื่นชอบการกินจากไทยและมาเลเซีย ให้มาร่วมค้นพบ สัมผัส และดื่มด่ำไปกับประสบการณ์อาหารอันโดดเด่นของสิงคโปร์”

พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน Hungry Hub Red Table Awards 2024: รางวัลที่เป็นมากกว่าความสำเร็จ

ก่อนการขยายตัวสู่สิงคโปร์ Hungry Hub จะจัดงาน “Hungry Hub Red Table Awards 2024” ซึ่งเป็นงานประกาศรางวัลอันทรงเกียรติที่ยกย่องพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารและการบริการอันยอดเยี่ยม รางวัลนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความสำเร็จ แต่ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และศักยภาพในการสร้างมาตรฐานใหม่ของพันธมิตร Hungry Hub

การตัดสินรางวัลคัดเลือกผ่านกระบวนการที่พิถีพิถันและคัดสรรมาอย่างดี อิงจากยอดจองสูงสุดในแต่ละหมวดหมู่ร้านอาหารตลอดปีที่ผ่านมา โดยร้านอาหารและโรงแรมพันธมิตรกว่า 50 แห่ง ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในครั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ชนะรางวัลสะท้อนถึงความพึงพอใจของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

ภายในงานมีการมอบรางวัลกว่า 35 รางวัลจาก 8 ประเภท ครอบคลุมทุกมิติของอุตสาหกรรมอาหารและการบริการ อาทิ

- Best Buffet Restaurant สำหรับเครือร้านอาหารที่รักษามาตรฐานสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง
- Best Rooftop รางวัลสำหรับร้านอาหารที่มอบประสบการณ์การรับประทานอาหารพร้อมวิวเหนือระดับ
- Best Fine Dining รางวัลที่เฉลิมฉลองความหรูหราและใส่ใจในรายละเอียด
- Rising Star Awards สำหรับพันธมิตรรายใหม่ที่มีการเติบโตและศักยภาพโดดเด่น

โดยมีร้านที่โดดเด่นได้รางวัล อาทิ Copper Beyond Buffet, Banyan Tree Hotel Bangkok , Audrey Café ภายในงานยังมีพาร์ทเนอร์จากร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำมากกว่า 300 รายเข้าร่วม อาทิ กลุ่มร้านอาหารในเครือ โออิชิ , ร้านอาหาร Rib Room & Bar , โรงแรม Hyatt Regency Bangkok Sukhumvit , Jim Thompson, A Thai Restaurant ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของ Hungry Hub ที่ต้องการเป็นสร้างฮับพื้นที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการร้านอาหารและโรงแรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ ตลอดจนนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของอุตสาหกรรมสู่ระดับสากล ผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารและการบริการเติบโตไปอีกขั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...