โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ศาลแพ่งไฟเขียว ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้น STARK ฟ้องคดีแบบกลุ่มได้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ธ.ค. 2567 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2567 เวลา 07.14 น.

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทย ! การดำเนินคดีแบบกลุ่มถูกนำมาใช้จริง “ศาลแพ่งกรุงเทพใต้” มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ดำเนินคดีแบบกลุ่มได้ ด้าน “สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย” ย้ำนี่คือความสำเร็จก้าวแรก หลังใช้เวลากว่า 2 ปีร่วมกันผลักดันให้ Class Action มีผลบังคับใช้จริง

ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ซึ่งเป็นคดีที่กลุ่มตัวแทนโจทก์ผู้เสียหายที่เป็น “กลุ่มบุคคลที่ซื้อหรือขายหุ้นของบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (STARK)” มีคำร้องขอให้ สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ช่วยกระจายข่าวสารไปยังกลุ่มผู้เสียหาย และได้ยื่นคำฟ้องและคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่ม ที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา

และในการพิจารณาคดีวันนี้ (18 ธันวาคม 2567) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้มีคำสั่ง อนุญาตให้โจทก์ทั้ง 5 ในคดีดำเนินคดีแบบกลุ่มได้ในคดี STARK และศาลได้กำหนดขอบเขตของสมาชิกกลุ่มดังนี้

กลุ่มบุคคลที่ซื้อหรือขายหุ้นของบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2566 โดยจำเลยในคดียังคงมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม ผลของคำสั่งศาลที่อนุญาตให้คดีที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญของ STARK ดำเนินคดีแบบกลุ่ม หรือ Class Action นับเป็นคดีแบบกลุ่มเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นสามัญคดีแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นับแต่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในเรื่องการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา

ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของกระบวนการยุติธรรมในการเริ่มดำเนินคดีแบบกลุ่มเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมากให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้

นอกจากนี้ผลของการที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มจะส่งผลให้ผลของคดีที่ดำเนินการโดยโจทก์ทั้ง 5 ในคดี และคำพิพากษาของคดีดังกล่าว (เมื่อศาลมีคำพิพากษาในลำดับต่อไป) มีผลผูกพันสมาชิกในกลุ่มที่มีลักษณะข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเดียวกันด้วยโดยอัตโนมัติ

นายยิ่งยง นิลเสนา นายกสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) เปิดเผยว่า TIA ร่วมผลักดันการบังคับใช้กฎหมาย Class Action มาต่อเนื่องกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกหลังศาลมีคำสั่งให้คดี STARK เป็นคดีแบบ Class Action

TIA ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามกระบวนการยุติธรรมให้เกิดผล โดยเริ่มแรกของการดำเนินการนั้น TIA ในฐานะองค์กรตัวแทนผู้ลงทุนรายบุคคล มีภารกิจในการช่วยเหลือผู้เสียหาย ที่ลงทุนในหุ้นสามัญ STARK ได้มีการดำเนินเปิดให้มีการลงทะเบียนผู้เสียหาย หุ้นสามัญ STARK ในระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 19-25 มิถุนายน 2566 มีผู้มาลงทะเบียน จำนวน 1,759 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 4,063 ล้านบาท และคดีได้มีดำเนินการมาต่อเนื่องจนศาลมีคำสั่งให้ STARK เป็นคดีแบบ Class Action

นอกจากนี้ TIA ช่วยกระจายข่าวสารไปยังกลุ่มผู้เสียหายตามคำร้องขอของโจทก์ตัวแทนผู้เสียหายเมื่อมีความคืบหน้าของคดี เป็น “คำประกาศ” ไปแล้ว เป็นจำนวน 2 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1/2567 ลว. 19 กันยายน 2567 และฉบับที่ 2/2567 ลว. 12 พฤศจิกายน 2567

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ยังมีการแจ้งข้อมูลผ่านช่องทางการสื่อสาร คือ 1.ระบบออนไลน์ ตามอีเมล์ของผู้เสียหายแต่ละบุคคล ที่ลงทะเบียนไว้กับสมาคม 2.ระบบออนไลน์ ในหน้าเว็บไซต์ของสมาคม คือ www.thaiinvestors.com (ชื่อเมนู Class Action) ตลอดจนได้รับความอนุเคราะห์จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน และสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับทราบข้อมูล ตระหนักแห่งสิทธิของตนอย่างทั่วถึง

“TIA ได้ดำเนินการด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายหุ้นสามัญ STARK มีการติดต่อและประสานงานด้วยความระมัดระวัง เพื่อที่จะให้มีการฟ้องคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ให้เป็นผลสำเร็จและดูแลปกป้องผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” นายยิ่งยงกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลแพ่งไฟเขียว ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้น STARK ฟ้องคดีแบบกลุ่มได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...