ติดกล้องบนฟ้าส่องหา "วัวเรอ" | ทะลุกรอบ
ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ
ติดกล้องบนฟ้าส่องหา “วัวเรอ”
“วัวเรอ หรือ วัวตด อันไหนทำให้โลกร้อนมากกว่ากัน!!??”
คำถามนี้แม้จะฟังดูไร้สาระ แต่ที่แท้จริงแล้วเป็นคำถามระดับโลก ถึงขนาดที่เว็บไซต์ของ “องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ สหรัฐ (National Aeronautics and Space Administration)” หรือ “องค์การนาซา (NASA)” เอาไปเขียนถึง
ถ้าไม่เชื่อลองกูเกิล “Which is a bigger methane source : cow belching or cow flatulence?” ดู แล้วคุณอาจจะแปลกใจ
ไม่ว่าจะตดหรือเรอ วัวจะปล่อยก๊าซมีเทนออกมา และก๊าซนี้เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบรุนแรงมากกับการเพิ่มอุณหภูมิของผิวโลกไม่แพ้ก๊าซเรือนกระจกตัวท็อปอย่างคาร์บอนไดออกไซด์
ที่จริง ถ้าสะสมในชั้นบรรยากาศ ก๊าซมีเทนจะกักเก็บความร้อน ส่งเสริมปรากฏการณ์เรือนกระจกได้รุนแรงยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์เสียมากถึง 28 เท่า (บางตำราบอกว่ามากกว่านั้น)
และนั่นทำให้เรอหรือตดของวัวที่เต็มไปด้วยก๊าซมีเทนกลายเป็นปัญหาที่น่าหนักใจไม่น้อยในด้านสิ่งแวดล้อม
คิดแล้วก็สงสัยแค่วัวเรอวัวตดจะเอาอะไรกันนักหนา? มันจะส่งผลกระทบได้มากแค่ไหนกันเชียว
คําตอบอาจจะน่าตกใจกว่าที่คิด จากการประมาณการขององค์กรอาหารและการเกษตร (Food and Agriculture Organization, FAO) ของสหประชาชาติ (United Nations) ปศุสัตว์ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างฟุตปริ๊นต์เอาไว้ในสิ่งแวดล้อมมากที่สุดของมนุษย์ ในแต่ละปี ปศุสัตว์จะปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากถึงหกพันสองร้อยล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2 equivalent, CO2e) หรือราวๆ สิบสองเปอร์เซ็นต์ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของมวลมนุษยชาติ
ถ้ามองก๊าซเรือนกระจก ตัวเลขสิบสองเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าสาหัสแล้ว แต่ถ้าจะดูแค่ก๊าซมีเทนอย่างเดียว ความน่ากลัวของปัญหาเรื่องการตดและการเรอในปศุสัตว์จะยิ่งเห็นได้ชัดยิ่งกว่า
ในปี 2020 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (United States Environmental Protection Agency, US EPA) เผยว่า “สัตว์เคี้ยวเอื้องในปศุสัตว์นั้นปลดปล่อยก๊าซมีเทนมากถึง 27 เปอร์เซ็นต์ของการปลดปล่อยก๊าซมีเทนสุทธิที่มาจากมนุษย์มากเสียยิ่งกว่าอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเสียอีก”
นี่คือความท้าทายของมวลมนุษยชาติ
ซึ่งทำให้ในเวลานี้ เทรนด์อาหารทางเลือกแบบอื่น ที่ไม่ต้องใช้การเพาะเลี้ยงปศุสัตว์ เริ่มมีผุดขึ้นมาให้เห็นเรื่อยๆ ในระดับโลก อาหารทางเลือก เช่น อาหารทะเล แมลง วีแกนและอาหารแพลนต์เบสต์ รวมไปถึงเนื้อสัตว์นวัตกรรมที่เพาะเลี้ยงขึ้นมาจากเซลล์เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
อัพเดตล่าสุดในประเทศไทย เมื่อไม่กี่วันก่อน สตาร์ตอัพสัญชาติอิสราเอล อเล็ปฟาร์มส์ (Aleph Farms) จับมือกับสองบริษัทไทย บีบีจีไอ และไทยยูเนี่ยน ร่วมกันยื่นขออนุมัติเพื่อผลิตและจำหน่ายเนื้อสเต๊กเพาะเลี้ยงจากเซลล์แล้วในประเทศไทย
ในด้านผลิตภัณฑ์นม ก็มีทางเลือกอื่นๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาทดแทนนมวัว นมแพะ นมควาย และนมสัตว์เคี้ยวเอื้องอื่นๆ แล้วด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มโปรตีนจากพืช นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมข้าวโพด ชีสถั่ว ชีสเมล็ดฟักทอง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์นมจากจุลินทรีย์ที่พยายามออกมาตีตลาดนมและผลิตภัณฑ์นมอยู่เป็นระยะๆ
ส่วนตัวผมชอบนะ เพราะผมชอบความหลากหลาย ตราบใดที่มีทางเลือก เราอาจจะเจอสิ่งที่เราชอบกว่าเดิมขึ้นมาก็ได้
ผมตื่นเต้นกับการทดลองกลิ่นรสและเนื้อสัมผัสแบบใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยอิน แต่บางที บางผลิตภัณฑ์ก็อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
แต่นักวิจัยอีกกลุ่มกลับมองมุมต่าง พวกเขาตั้งคำถามขึ้นมาใหม่ว่าทางเลือกเหล่านั้นจะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนจริงหรือ?
“ปัญหามีไว้พุ่งชน”
และถ้าเราอยากแก้ปัญหาให้ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนเราจะต้องเข้าใจสาเหตุของปัญหาให้ถ่องแท้เสียก่อน ไม่ใช่มานั่งหาทางเบี่ยงหลบเลี่ยงที่ปลายเหตุ
และถ้าเราอยากแก้ปัญหามีเทนจากปศุสัตว์ เราต้องค้นหาต้นตอและทำความเข้าใจที่มาของก๊าซมีเทน
แล้วสรุปว่า “เรอ” หรือว่า “ตด” ที่เป็นปัญหามากกว่ากันในเชิงการปลดปล่อยก๊าซมีเทน?
อ้างอิงตามที่เว็บไซต์นาซาระบุไว้… “เรอ” จะสร้างปัญหามากกว่า “ตด”
ก๊าซมีเทนที่ออกมาในลมตดถ้ามีก็เพียงเล็กน้อย อย่างมากก็ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีกเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์นั้นออกมาจากการเรอ
ซึ่งถ้ามองถึงระบบย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง เรื่องนี้มันชัดเจนอยู่แล้ว
กระเพาะของสัตว์เคี้ยงเอื้องนั้นมี 4 ส่วน ซึ่งแบ่งออกเป็น กระเพาะผ้าขี้ริ้ว (rumen) กระเพาะรังผึ้ง (reticulum) กระเพาะสามสิบกลีบ (omasum) และกระเพาะแท้ (abomasum)
ก๊าซมีเทนจะถูกสร้างขึ้นมามากที่สุดโดยกระบวนการหมัก (enteric fermentation) โดยจุลินทรีย์ในกระเพาะส่วนผ้าขี้ริ้ว เมื่อมีก๊าซมีเทนสะสมมากในผ้าขี้ริ้ว วัวก็จะเรอเอาก๊าซมีเทนออกมา เพื่อระบายลม
หรือถ้ามีอาหารที่ย่อยยาก มีกากใยเยอะ จำเป็นต้องสำรอกออกมาเคี้ยวใหม่ ในระหว่างที่ขยอกขย้อนอาหารออกมา ก๊าซมีเทนที่สะสมอยู่ข้างในผ้าขี้ริ้วก็อาจจะล้นทะลักออกมาด้วยเช่นกัน…
และเนื่องด้วยกระเพาะผ้าขี้ริ้วเป็นอวัยวะที่ใหญ่มาก ถ้าเทียบก็คือราวๆ 12-15 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัววัว ถ้าตีเป็นเลขกลมๆ วัวหนักหนึ่งตัน ผ้าขี้ริ้วก็จัดไปร้อยกว่ากิโลกรัม
ลองจินตนาการดูสิครับว่าวัวหนึ่งตัวจะสะสมก๊าซมีเทนได้มากแค่ไหนในผ้าขี้ริ้ว
เพื่อให้ได้ตัวเลขที่แม่นยำ แฟรงก์ มิตโลห์เนอร์ (Frank Mitloehner) นักวิจัยสัตวศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (University of California Davis) ได้สร้างกล่องเก็บเรอวัวขึ้นมา
ดูจากภายนอก กล่องนี้จะยึดอยู่ข้างคอกวัว มีลักษณะเป็นตู้พลาสติกใสคล้ายตู้โชว์ที่ด้านหลังเจาะเป็นช่องไว้ใส่ท่อยึดหัวและคอวัวเอาไว้ข้างใน ภายในกล่องมีรางอาหารวัวให้น้องสามารถเคี้ยวกินหญ้าได้อย่างสบายใจในกล่อง ด้านนอกกล่องมีสายท่อระโยงระยางเชื่อมต่ออยู่ ทั้งสำหรับปั้มอากาศใหม่เข้าไปให้น้องหายใจ และดูดเอาอากาศข้างในออกมาเพื่อวิเคราะห์
แฟรงค์ต้องการหาปริมาณก๊าซมีเทนจากเรอวัว และตัวเลขที่เขาหาได้ก็น่าตกใจ วัวหนึ่งตัวเรอมีเทนออกมาได้มากถึง 100 กิโลกรัมต่อปี
ถ้ามองว่าในโลกใบนี้มีวัวอยู่ราวหนึ่งพันห้าร้อยล้านตัว ตัวหนึ่งปล่อยมีเทนออกมา 100 กิโลกรัม ปีหนึ่งจะมีก๊าซเรือนกระจกเท่าไร อันนี้แทบไม่อยากจะคิด…
เพื่อให้รู้ว่าเรอวัวส่งผลกระทบมากเพียงไรต่อโลกใบนี้ ถ้าอยากรู้ว่าการเปลี่ยนวิธีการเลี้ยง การเปลี่ยนอาหาร หรือการสร้างวัวสายพันธุ์ใหม่ๆ ออกมาจะช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนออกมาได้มากเพียงไรในฟาร์มจริง เราต้องมีวิธีวัดการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากฟาร์มวัวจริงๆ แบบเรียลไทม์
แต่ทว่า การติดตามการปลดปล่อยก๊าซมีเทนนั้นทำได้ไม่ง่าย เพราะว่ามีเทนจะเจือจางไปแทบจะในทันทีหลังจากที่ถูกเรอออกมา
และนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ GHGSat บริษัทเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เริ่มหันมาสนใจการใช้เซ็นเซอร์ความละเอียดสูงเพื่อติดตามการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากดาวเทียม
โบรดี้ ไวต์ (Brody Wight) ผู้อำนวยการด้านการตลาดของ GHGSat เผยว่าในเวลานี้ บริษัทของเขามีดาวเทียมความละเอียดสูงสามดวงที่ลอยอยู่ในวงโคจร ดาวเทียมของพวกเขาถูกออกแบบมาให้สามารถตรวจจับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเหมือนถ่านหิน โรงงานอุตสาหกรรม และธุรกิจอื่นๆ
แค่บินผ่านแค่ราวๆ ยี่สิบวินาที ดาวเทียมของพวกเขาก็จะสามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงของพื้นที่ที่มีการปลดปล่อยก๊าซออกมา
และถ้าตั้งเวลาให้เก็บภาพไปเรื่อยๆ เราก็จะได้ภาพในแต่ละช่วงเวลาที่ทำให้สามารถคำนวณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแม่นยำ
ที่เด็ดที่สุดคือ จากการทดลองบันทึกภาพพื้นที่เกษตรกรรมในแถบในหุบเขาโยควิน (Joaquin valley) ในรัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2022 พวกเขาตรวจพบและสามารถบันทึกภาพการปลดปล่อยก๊าซมีเทนในพื้นที่ได้อย่างชัดเจน รวมถึงสามารถระบุพิกัดของจุดที่ปลดปล่อยก๊าซออกมาได้อย่างแม่นยำ จนพบว่ามาจากคอกในฟาร์มวัวแห่งหนึ่งในบริเวณใกล้ๆ
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถบันทึกภาพการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากการเกษตรได้จากอวกาศ และที่โดดเด่นที่สุดก็คือเทคโนโลยีของพวกเราสามารถระบุเจาะลึกลงไปได้ถึงต้นตอของแหล่งที่ปล่อยก๊าซมีเทนออกมาได้ถึงระดับคอก”
รายละเอียดของข้อมูลที่พวกเขาบันทึกได้ทั้งน่าประทับใจ
แต่ที่น่าตะลึงพรึงเพริดที่สุดก็คืออัตราการปลดปล่อยก๊าซมีเทนจากวัวในฟาร์มนี้สูงมาก
ขนาดที่ว่าก๊าซมีเทนที่ออกมาจากคอกนี้คอกเดียวในเวลาหนึ่งปีจะสามารถใช้ปั่นไฟให้พลังงานผู้คนได้กว่าหนึ่งหมื่นห้าพันครัวเรือนเลยทีเดียว
ประเด็นนี้น่าคิด เพราะในอนาคตเมื่อ ‘มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism)’ หรือ CBAM ถูกบังคับใช้ การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ไปยังประเทศในสหภาพยุโรปก็อาจจะมีความซับซ้อนกว่าเดิม
ยิ่งถ้ามีใครสักคนคิดอุตริเอาดาวเทียมมาติดตามก๊าซมีเทนจากเรอวัวในฟาร์มแล้วละก็ งาน บางที เรอแค่ไม่กี่ทีอาจจะมีผลทำให้สเต๊กราคาสูงขึ้นก็เป็นได้
ใครจะคิดล่ะครับว่า แค่ “เรอ” เท่านั้น จะสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงดวงดาว!!
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ติดกล้องบนฟ้าส่องหา “วัวเรอ” | ทะลุกรอบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com