New Year's Day เพลงเริ่มต้นปีใหม่ ตามแบบฉบับของวง U2
ปีพุทธศักราช 2567 เพิ่งจะผ่านพ้นไปได้ไม่กี่วัน ณ เวลานี้ก็ล่วงเลยเข้าสู่วันที่ 3 ของปี 2568 แล้ว หลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและก็ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทุกคนจะตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะทำภารกิจใดๆ ก็ตามให้สำเร็จลุล่วงภายในปีนี้ และขอให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่ดีกว่าปีที่ผ่านๆ มา
สิ่งที่ประชดประชันและเป็นตลกร้ายก็คือ สิ่งที่เราคิดฝันเอาไว้ในปีใหม่ปีนี้ก็เป็นอย่างเช่นทุกๆ ปีที่ล่วงเลยมาแล้ว
ความมุ่งมั่นปรารถนาที่ได้ภาวนาเอาไว้มีทั้งสมหวังและผิดหวังปะปนกันไป
สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปสักกี่ปีก็ตามก็คือ เราทุกคนต่างก็ต้องดิ้นรนกันต่อไปเพื่อสานต่อความฝันและคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นความฝันที่สามารถกลายเป็นจริงได้หรือว่าเป็นความฝันลมๆ แล้งๆ ก็ตาม
มีเพลงที่เกี่ยวกับวันปีใหม่อยู่หนึ่งเพลงที่โดยส่วนตัวแล้วชื่นชอบมานานหลายสิบปี
เพลงเพลงนั้นก็คือ New Year’s Day ของ U2 ไอริชร็อกแบนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลวงหนึ่ง
เพลงนี้เป็นแทร็กที่สามในอัลบั้ม War ที่วางจำหน่ายในปี 1983
โดย War เป็นงานเพลงชุดเดียวที่สามารถเบียด Thriller อัลบั้มขายดีตลอดกาลของ Michael Jackson ให้ตกลงจากอันดับที่หนึ่งบน UK Charts และเป็นอัลบั้มชุดแรกของวงที่ทะยานสู่อันดับหนึ่งบนชาร์ตอัลบั้มขายดีสูงสุดในสหราชอาณาจักรได้สำเร็จ
ส่วนตัวอัลบั้มติดอยู่ในอันดับที่ 223 ในการจัดอันดับ 500 อัลบั้มที่ดีที่สุดตลอดกาลของทางนิตยสาร Rolling Stone
ทั้งหมดนี้เป็นความสำเร็จด้านสถิติและยอดขายอัลบั้ม
ส่วน New Year’s Day ซึ่งเป็นเพลงที่ขับเคลื่อนด้วยเบสไลน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ อดัม เคลย์ตัน และเมโลดี้จากเปียโนที่เล่นเพียงไม่กี่โน้ตแต่ไพเราะติดหูมากๆ
ส่วนซาวด์กีตาร์ที่ประสานโน้ตที่ให้ทั้งความลึกและซับซ้อนผ่านเอฟเฟ็กต์ Delay ด้วยคอร์ดง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ของ The Edge มือกีตาร์ทำให้แต่ละโน้ตที่เล่นออกมามีทั้งความไพเราะและมีมิติที่สวยงาม
เป็นการประสานฮาร์โมนีของซาวด์กีตาร์ที่สร้างบรรยากาศได้อย่างโดดเด่นอีกเพลงหนึ่งของวง U2
New Year’s Day เป็นเพลงที่วง U2 หยิบมาเล่นสดบนเวทีมากที่สุดเป็นอันดับที่ 7 โดยทางวงเล่นเพลงนี้ในทุกโชว์นับตั้งแต่เล่นสดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปี 1982
ส่วนความยาวของเพลงถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก แต่เพลงวันขึ้นปีใหม่ของวง U2 เพลงนี้ก็ซุกซ่อนความหมายที่ลึกซึ้งเอาไว้บนความเรียบง่ายของเนื้อหาของบทเพลง
เพราะมันเป็นเพลงที่พูดถึงความรักและความสมัครสมานสามัคคี จะเรียกได้ว่านี่คือเพลง “Auld Lang Syne” หรือ “สามัคคีชุมนุม” ตามแบบฉบับของวง U2 ก็ได้
New Year’s Day เป็นเพลงที่พูดถึงความรักที่ Bono นักร้องนำมีต่อ Alison Hewson ภรรยาของเขา
แต่ในความเป็นจริงแล้วเนื้อหาของเพลงได้แฝงนัยยะสำคัญที่อยู่นอกเหนือไปจากนั้นด้วย
เรียกได้ว่ามันเป็นเพลงที่กล่าวถึงสองเรื่องราวที่สอดผสานกันเอาไว้จนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
เนื่องจากเพลงนี้อ้างอิงไปสู่เรื่องการเมืองการปกครองระหว่างประเทศรัสเซียและโปแลนด์มาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 ด้วย
เนื่องจากอาณาจักรโปแลนด์ตกเป็นของรัสเซียทั้งหมดในช่วงเวลานั้นก่อนที่ชาวโปแลนด์จะกู้เอกราชกลับคืนมาได้หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้สิ้นสุดลง
แต่โปแลนด์ก็เป็นอิสระได้ไม่นาน เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่กี่ปีพรรคนาซีเยอรมนีภายใต้การปกครองของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ก็เข้ามาตีโปแลนด์ซึ่งทำให้ชาวโปแลนด์เชื้อสายยิวถูกนาซีสังหารไปเป็นจำนวนมาก
แต่หลังจากที่สงครามโลกครั้งที่สองจบลง โปแลนด์ก็ยังคงตกอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตที่อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรและชนะสงครามแต่ไม่ยอมถอนกำลังทหารออกไป
ส่งผลให้โปแลนด์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองการปกครองในแบบคอมมิวนิสต์ไปด้วย
ท่อนแรกของเพลงเขียนว่า
“ในวันขึ้นปีใหม่ทุกอย่างที่ดูเงียบงัน โลกยังคงหมุนต่อไป ฉันเพียงแค่อยากจะอยู่กับเธอเท่านั้น ทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยในวันขึ้นปีใหม่ แต่ในปีใหม่นี้ ฉันจะไปอยู่กับเธออีกครั้ง”
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าท่อนเปิดเพลงนี้พูดถึงความรักที่ Bono มีให้กับภรรยา มันคือการเริ่มต้นความรักที่กลับมาหวานชื่นอีกครั้งในศักราชใหม่
แต่เนื้อหาในท่อนต่อไปของเพลงแตกต่างไปจากท่อนแรกอย่างสิ้นเชิง
“ภายใต้ท้องฟ้าสีเลือด ผู้คนมาร่วมตัวกันภายใต้ชุดสีขาวดำ แขนของทุกคนสอดผสานกัน หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่ามันเป็นความจริง แต่เราทุกคนที่ถูกแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่ายจะฟันฝ่าอุปสรรคและรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างแน่นอน”
ท่อนนี้สื่อถึงการต่อสู้ของชาวโปแลนด์ภายใต้การนำของ Lech Wałęsa (เลค วาเลซา) อดีตนายสิบแห่งกองทัพบกโปแลนด์ที่ทำงานเป็นช่างไฟฟ้าและทำงานใช้แรงงานอยู่ที่อู่ต่อเรือในเมือง กดานส์ ของโปแลนด์ที่ก่อตั้งสหภาพแรงงาน Polish Solidarity ขึ้นมาเพื่อให้กรรมกรรวมตัวกันหยุดงานประท้วงการบริหารงานภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์
โดยมีจุดประสงค์เพื่อปลดแอกชนชั้นแรงงานภายใต้การกดขี่ของสหภาพโซเวียตจนกระทั่งทางสหภาพแรงงานได้รับชัยชนะในที่สุด
จากการต่อสู้เพื่อสิทธิและเสรีภาพนี้ทำให้ Lech Wałęsa ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์คนที่สองในภายหลัง ถึงแม้ว่าการต่อต้านโซเวียตของกลุ่มสหภาพในช่วงต้นยุค 80 จะทำให้ทั้งผู้นำและสมาชิกสหภาพหลายคนถูกทางการโปแลนด์จับกุมตัวและรับโทษในเรือนจำก็ตาม
โดย Bono ได้ให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสาร Rolling Stone ในปี 2012 ว่า New Year’s Day ก็คล้ายกับหลายเพลงที่เขาแต่ง มันเริ่มต้นจากเส้นเรื่องหนึ่งที่นำไปสู่เส้นเรื่องหนึ่งที่แตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิง แต่มันก็มีจุดเชื่อมโยงเดียวกัน โดย New Year’s Day เป็นเพลงที่เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความรักในแบบหนุ่มสาว ก่อนที่มันจะขยายขอบเขตไปสู่ความรักและความสามัคคีของผู้คนร่วมอุดมการณ์เดียวกันเพื่อต่อสู้กับอำนาจที่อยุติธรรม
“เวลาที่ผมแต่งเพลง ผมมักจะด้นสดจากความคิดตั้งต้น จากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ผมปล่อยให้เพลงมันมีชีวิตเป็นของตัวเองอยู่เสมอ” Bono กล่าว
Bono ได้รับแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง New Year’s Day มาจากการต่อสู้เพื่อเสรีภาพของชาวโปแลนด์ภายใต้การนำของ Lech Wałęsa และสิ่งที่บังเอิญอย่างไม่น่าเชื่อก็คือในวันขึ้นปีใหม่ของปี 1983 รัฐบาลโปแลนด์ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกพอดี ซึ่งตรงกับวันที่ซิงเกิลเพลงเพลงนี้วางจำหน่าย (ถึงแม้ว่าค่าย Island จะระบุว่าเพลงนี้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มกราคมก็ตาม)
จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา 42 ปีแล้วที่เพลง New Year’s Day ถูกปล่อยออกมา แต่มันก็ยังเป็นเพลงที่สื่อให้เห็นถึงความหวังและการเริ่มต้นใหม่เพื่ออนาคตที่ดี และเราสามารถเอาชนะความอยุติธรรมและการถูกลิดรอนอำนาจได้ถ้าหากร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว
ซึ่งความรักและความสามัคคีในเพลงนี้เข้ากันได้ดีกับเพลง Auld Lang Syne ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเปิดในวันขึ้นปีใหม่
ชาวโปแลนด์รักเพลงเพลงนี้มาก โดยในระหว่างการทัวร์คอนเสิร์ตสนับสนุนอัลบั้ม Vertigo วง U2 ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตที่ Silesian Stadium ในประเทศโปแลนด์ แฟนเพลงเซอร์ไพรส์วงด้วยการให้ผู้ชมด้านล่างของอัฒจันทร์ชูป้ายสีแดงขึ้นเป็นแถวยาว ในขณะที่ผู้ชมที่นั่งอยู่ด้านบนชูป้ายสีขาวที่เมื่อรวมกันแล้วได้กลายเป็นผืนธงชาติประเทศโปแลนด์ขนาดใหญ่
New Year’s Day เป็นเพลงที่เสริมสร้างกำลังใจและสร้างความฮึกเหิมให้กับผู้คนอย่างยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้
คงจะดีถ้าหากเพลงเพลงนี้เข้าไปอยู่ในใจของเหล่าเยาวชนในเจเนอเรชั่นใหม่มากขึ้นเพื่อให้ความหมายที่แท้จริงของเพลงเพลงนี้ปลุกระดมความหวังเพื่ออนาคตที่เข้มแข็งของคนรุ่นใหม่สืบต่อไป
สุดท้ายนี้ขอกล่าวคำสวัสดีปีใหม่มา ณ ที่นี้ และขอให้พลังกายและพลังใจของทุกท่านแข็งแรงนะครับ
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : New Year’s Day เพลงเริ่มต้นปีใหม่ ตามแบบฉบับของวง U2
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com