โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปิง-ชมพู’ ย้อนไทม์ไลน์ ‘อ๊อด คีรีบูน’ ป่วยมะเร็ง เห็นผลเอ็กซ์เรย์-ถูกกำชับห้ามบอกใคร

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ต.ค. 2564 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2564 เวลา 11.49 น. • The Bangkok Insight

ย้อนไทม์ไลน์ อ๊อด คีรีบูน ตั้งแต่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ปิง-ชมพู ฟรุตตี้ ได้เห็นผลเอ็กซ์เรย์ แต่ถูกกำชับห้ามบอกใคร

เรียกได้ว่าเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงมาก ๆ เมื่อศิลปินระดับตำนาน ยุค 80 อย่าง อ๊อด คีรีบูนจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรงมะเร็งปอด ก่อนลามเข้าสู่กระดูกและสมอง ล่าสุด (19 ต.ค.) สองเพื่อนสนิท ชมพู ฟรุตตี้และ ปิง ฟรุตตี้ขอร่วมไว้อาลัยรัก ย้อนไทม์ไลน์ตั้งแต่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง และต้องผ่าตัดสมอง 3 ครั้ง พร้อมเผยเหตุการณ์ที่ อ๊อด คีรีบูน กำชับว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด โดยทั้งคู่เปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยวัฒน์ และธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ปิง-ชมพู ฟรุตตี้ ย้อนไทม์ไลน์ อ๊อด คีรีบูน ป่วยมะเร็ง

ย้อนไทม์ไลน์ อ๊อด คีรีบูน ตั้งแต่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ปิง-ชมพู ฟรุตตี้ ได้เห็นผลเอ็กซ์เรย์ แต่ถูกกำชับห้ามบอกใคร

ต้องบอกว่าเมื่อไม่กี่วันมานี้ พี่อ๊อด คีรีบูน จากพวกเราไปแล้ว ด้วยโรคมะเร็ง พี่ชมพู พี่ปิง ยังอยู่ในอาการช็อกไหม ?

ชมพู : ยังอยู่นิด ๆ ครับ ตอนแรกจะช็อกเยอะมาก ถึงเราจะรู้แต่เราไม่คิดว่าอ๊อดจะจากไป คิดว่าจะหาย เคยมีอาการที่อ๊อดผ่านช่วงนี้มาถึง 2 ครั้ง หมายถึงว่าอาการของมะเร็ง ปี 59 นี่ขั้น 4 ครั้งนึงแล้วที่กระดูก เขาก็ผ่านมาได้ แล้วหลังจากนั้นเขาก็เล่าให้เราฟัง เราเลยรู้สึกว่าเขาคงค้นพบวิธีที่จะจัดการมันแล้ว ครั้งที่ 2 ที่กลับมา คือปี 62 พี่เจอเขาปลายปี 63 ดีมากเลย เพราะฉะนั้นสำหรับพี่ในใจมีความหวังเสมอว่าอ๊อดจะหาย

ตอนนั้นร่างกายดูแข็งแรงทุกอย่าง ?

ชมพู : แข็งแรงเลยครับ ครั้งนั้นขึ้นสมองแล้ว แต่ผ่าตัดครั้งแรกแล้วก็ดีเลย เจอกันไปทานข้าวด้วยกัน แล้วก็เขาเล่าให้ฟังตอนนี้ผ่าตัดแล้ว ก็เห็นว่าเขาแข็งแรงมาก ซึ่งเจอเขาเมื่อปี 63 ปลายปีที่แล้วนี่เอง สำหรับพี่พอรับรู้ว่าเขาป่วย เรามีความคิดอยู่เสมอว่า เดี๋ยวอ๊อดต้องหาย

วันที่พี่อ๊อดเสียใครโทรมาบอกพี่ ?

ปิง : ชมพูทักไลน์มา แต่เขารู้แหละว่าผมหลับแล้ว ผมเป็นคนนอนเร็ว เพราะว่าตอนเช้ามีถ่ายละคร เขาทักมาว่า ปิงถ้าตื่นแล้วทักกลับนะ เราก็เอ๊ะ…เรื่องอะไร พอดีเที่ยงคืน ด้วยความที่เรา สว (สูงวัย) เราก็ลุกไปฉี่ พอเราทักกลับไปชมพูก็โทรศัพท์กลับมา พูดคำแรกเลย ปิง อ๊อดเสียแล้ว คือความรู้สึก ความทรงจำที่อ๊อดเคยบอกเรา 3-4 ปีก่อน มันพุ่งเข้ามาใส่หัวผมเลยว่าเขาเคยเป็น แล้วเขาเคยเล่าให้เราฟังบนรถตู้ ในขณะที่เรากำลังไปพักผ่อน ไปเที่ยวกัน แล้วเขารู้สึกดีใจมากกับอาการที่เขาเป็นตอนนั้น คือเขาหายแล้ว แล้วเราก็เชื่อว่าเขาหายแล้ว เขาบอกถ้าเป็นอะไรนะเรามีที่รักษาดีมากเลย ได้ทำสมาธิด้วย เพราะไปรักษากับพระอาจารย์ ได้อยู่ในวัดด้วย แต่พอได้ยินคุณชมพูบอกคืนนั้นเลยไม่ได้นอน

ตอนที่พี่ทราบข่าว ความรู้สึกตอนนั้นมันช็อกขนาดไหน ?

ชมพู : ผมทราบข่าวจากภรรยาอ๊อด ถามว่าช็อกขนาดไหนคงไม่ต่างจากพี่ปิง อย่างที่บอกไม่เคยเผื่อใจไว้เลยว่าเราจะเสียเขาไป เห็นมาแล้วว่า 2 ครั้งที่แล้วเขาผ่านมาได้อย่างดีเลย แล้วก็คิดว่าเขาก็คงผ่านได้ มันก็มีขึ้นคอนเสิร์ตต่าง ๆ แล้วปี 60 เราไปร้องเพลงที่เชียงราย คือระหว่างนั้นเขาป่วยอยู่ตลอด แต่เราไม่รู้

เห็นว่ามีการหยิบผลเอ็กซ์เรย์มาให้ดู ?

ปิง : คือเราไปร้องเพลงกันที่เชียงราย แล้วเราจะกลับวันรุ่งขึ้น เราแบบเอ๊ะ…ไปเที่ยวกันก่อนไหม ตอนนั้นมีเหตุถ้ำขุนน้ำนางนอน ดังมาก เราก็วางแผนจะไปกัน และระหว่างทางก็จะไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน มีในรถผู้ชายมี 3 คน แล้วมีแฟนคุณชมพูคนนึง ก็สนุกปากที่จะคุยนู่น คุยนี่ คุยนั่น แล้วก็วนมาถึงเรื่องสุขภาพ อ๊อดก็เลยควักฟิล์มเอ็กซ์เรย์มาให้ดู

ชมพู : เขาเล่าให้ฟัง แล้วเอารูปในฟิล์มเอ็กซ์เรย์มาให้ดู

ตอนนั้นถาพในฟิล์มเอ็กซ์สเรย์เป็นยังไง ?

ปิง : ก็เห็นเป็นปอด เห็นเป็นกระดูก ซึ่งดำมาก อ๊อดเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นมะเร็งนะ

ชมพู : เป็นรูปก่อนที่เขาจะหายนะครับ หมายความว่าปอดที่เอ็กซ์เรย์ก็เป็นมะเร็งบนด้านขวา แล้วก็กระดูกทั้งร่างกายเลยมีสีดำเต็มไปหมด แล้วอ๊อดบอกว่าตอนที่เป็น เริ่มต้นจากต้นปี กุมภาพันธ์ หลังจากที่คอนเสิร์ตรวมดาวครั้งแรก เสร็จคอนเสิร์ตเขาก็ไปตรวจสุขภาพประจำปี แล้วเจอมะเร็งปอด

แต่ตอนที่พี่เขาเป็นเขาไม่ได้บอกพี่ชมพู พี่ปิงเลย เขามาเล่าให้ฟังหลังจากหายแล้ว ?

ชมพู : ใช่ คือปี 59 ที่มีคอนเสิร์ตเนี่ย ตอนนั้นอ๊อดก็ยังไม่รู้ เราก็ไม่รู้ แต่เขาก็ร้องเพลงได้ปกติ แต่พอเขาไปตรวจสุขภาพหลังจากคอนเสิร์ตก็พบว่าเป็น ก็รักษาที่ปอดก่อน ตัดส่วนบนออก แล้วตุลาคม 59 มันกลับมาที่กระดูก หลังจาก 59 เขาก็ไปรักษาหมอด้วย แล้วไปเจอพระที่ราชบุรีโดยบังเอิญ เลยรักษา 2 ทางไปพร้อมกัน หลังจากนั้นก็หาย แล้วเราก็ไปเจอกันที่เชียงราย

ที่รักษากับพระอาจารย์พี่อ๊อดได้เล่าไหมว่าวิธีรักษาเป็นยังไง ?

ชมพู : เล่าครับ อย่างที่พี่ปิงบอก พู พี่ปิง ถ้าเผื่อว่าเป็นอะไรบอกนะพระอาจารย์นี่เก่งมาก แล้วเขาหายแบบหายดีเลย

พระอาจารย์เขาดูแลโรคมะเร็งยังไง ?

ชมพู : ของหมอก็ให้ยามา พี่เอ้กเขาบอกว่ากินยาทาเก็ต ส่วนของพระอาจารย์ก็เป็นการนวด เคาะ แล้วก็เหยียบ และสมุนไพร แล้วก็หาย ซึ่งตอนนั้นอาการขั้น 4 นะ เหมือนจะหมดหวังแล้ว

ปิง : ตอนที่อ๊อดพูดในรถตอนนั้นว่าเขาหาย ผมพูดตรง ๆ ว่าผมไม่เชื่อ อาการไม่ได้เบาอะ แล้วไปรักษาด้วยวิธีแบบนี้

ชมพู : วันนั้นเราคุยกันดึกมากเลย

เห็นว่าพี่อ๊อดห้ามบอกใครด้วย ?

ปิง : ใช่ ๆ พอบอกกับเราแล้ว อ๊อดก็บอกว่าเรื่องนี้เหยียบไว้เลยนะ อย่าเพิ่งไปพูดกับใคร เพราะว่าจริง ๆ อ๊อดเขาเป็นคนที่เกรงใจมาก เกรงใจทุกคนเลย ไม่ใช่เฉพาะแฟนคลับ แม้กระทั่งเพื่อน แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่เขาเล่ามา เขาขอร้องว่าเราอย่าเพิ่งไปเล่าให้ใครฟัง

เพราะอะไรทำไมพี่อ๊อดถึงไม่อยากให้ประชาชนหรือแฟน ๆ เขารู้ ?

ปิง : อ๊อดเป็นคนแบบนี้ เขาไม่อยากให้สิ่งใด ๆ ที่เขาพูดออกไปหรือคำจากตัวเขาไปสร้างความรู้สึกเป็นห่วงหรือกังวลใจทุกคนที่อยู่รอบข้างตัวเขา เขาเป็นคนค่อนข้างจริงจังกับเรื่องพวกนี้มาก เขาจะเป็นผู้ชายที่สุภาพ พูดจาเพราะ เรียบร้อย มีความเคารพในผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ในวงการเพลงบ้านเรารักคุณอ๊อดทุกคน

ต้องเรียกว่าเป็นศิลปินตัวจริง เพราะเขาอยากให้แค่ความสุขกับคนรอบข้างเท่านั้น อะไรที่ลบไม่เอาเลย ?

ปิง : ใช่

พี่อ๊อดได้เล่าไหม ว่าระหว่างรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบัน ช่วงนั้นทำคีโมด้วยไหม ?

ชมพู : ช่วงนั้นให้ยากิน เมื่อคืนเพิ่งถามพี่เอ้กมา เขาทานยาทาเก็ต นั่นคือสิ่งที่คุณหมอให้ แล้วอ๊อดก็ไปพักผ่อน เพื่อผ่อนคลายที่ราชบุรี เหมือนไปอาบน้ำพุร้อน ไปรักษาทางธรรมชาติ แล่วก็ไปเจอพระอาจารย์ แล้วได้รักษากับพระอาจารย์แล้วก็หาย

หายมาถึงปลาย 63 ?

ชมพู : หายมาถึงปลาย 62 หายนี่หายเลย เอา 60 ก่อนนะ เราเจอกันที่เชียงราย หายแล้ว รับรู้แล้ว ได้เจอกันบ่อยขึ้น เพราะช่วง 10 ปีหลังจะมีงานร้องเพลงที่เราต้องไปเจอกันบ่อย แล้วก็ 61 เราทำคอนเสิร์ตด้วยกัน ทุกคนมีความสุข และผ่านไปด้วยดี หลังจากนั้นก็ยังเจออยู่ในการร้องเพลง จนกระทั่งอ๊อดมาออกรายการที่พี่เป็นกรรมการ แล้ววันนั้นอ๊อดจะมีบุคลิกผิดไปแบบที่เคยเป็น จนทุกคนแปลกใจ คือแซวทุกคน แบบไม่ใช่อ๊อด

ปิง : คืออ๋อดปกติเขาจะนุ่ม ๆ สุภาพ แต่วันนั้นไม่ใช่

ชมพู : วันนั้นเราก็คิดว่าอ๊อดเป็นอะไร ในใจพี่ไม่ได้คิดว่าป่วยนะ พี่คิดว่าเดี๋ยวนี้อ๊อดกล้าเล่นขึ้น เจ๋งว่ะ แต่นั้นทำให้เอ้กภรรยาของอ๊อดรู้สึกว่ามันไม่ปกติ เพราะเขานั่งดูตอนอัดรายการอยู่ เขาบอกว่าเห็นปากเหมือนกระตุก ๆ เหมือนเบี้ยว แล้วอาการอะเลิทแบบนี้ไม่ใช่อ๊อดปกติ หลังจากอัดรายการเสร็จเขาก็เลยพาอ๊อดไปตรวจ ก็เลยพบว่ามะเร็งมันกลับมาขึ้นไปที่สมอง นี่คือปลายปี 62

แล้วเขาก็หายมาเล่าให้พี่ฟัง ?

ชมพู : ปลายปี 62 ก็รักษาละ แล้วก็ผ่าตัด กินยาให้ยาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งปลายปี 63 พี่ถึงได้เจอ คือหลังจากอัดรายการเสร็จก็ไม่รู้ อ๊อดก็ไม่ได้ร้องเพลง เพราะว่าปี 62 โควิดมาแล้ว ปลายปียังมีช่วงคลายช่วงหนึ่งถึงได้อัดรายการได้ และธันวาคมก็ปิดอีก ทีนี้การที่เราไม่ได้เจอกันจึงไม่ได้อัปเดต และไม่ได้คิดว่าเขาเป็นอะไร จนกระทั่งปลายปี 63 พี่ไปบ้านผู้ใหญ่แล้วก็นัดกับอ๊อดไป แล้วทานข้าวกัน อ๊อดถึงเล่าให้ฟังว่าเขาไปผ่าตัดสมองมา แล้วก็ดีขึ้นมาก นั่นแหละที่พี่บอกว่าไม่คิดว่าเขาจะเป็นอะไร แต่อ๊อดเล่าให้ฟังว่าใส่วิก แต่พี่เห็นหน้าตารูปร่างก็ดีใจ เพื่อนหายอีกแล้ว และนั่นคือครั้งสุดท้ายที่พี่เจอ

พี่เอ้กตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน)  : พยายามจะไม่เศร้า เพราะครูบาอาจารย์เขาบอกพี่เอ้กว่าถ้าพี่เอ้กยังเศร้าอยู่พี่อ๊อดก็ยังไม่สบายใจ ซึ่งเขายังอยู่ในใจเราตลอดเวลา มันคงต้องใช้เวลาในการทำใจ

ทุกวันนี้ยังแอบร้องไห้อยู่ไหม ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : ก็มีทุกเช้า

เอิ๊ก (ลูกสาว อ๊อด คีรีบูน) : หนูเห็นคุณแม่ร้องไห้ทุกวัน ตอนหลัง ๆ คนมาให้กำลังใจเยอะ ก็ช่วยเรื่องสภาพจิตใจได้เยอะมาก แต่ว่าถามว่าเศร้าไหม คิดถึงคุณพ่อทุกวันที่กลับบ้านเลย

ครั้งแรกที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วเจอจุดที่ปอด ตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : หลังจากคอนเสิร์ตรวมดาว พอจบคอนเสิร์ตก็เลยไปตรวจสุขภาพ คุณหมอก็ไปเจอเป็นจุดที่ปอด คุณหมอเลยขอทีซีแสกน ก็เลยเจอเหมือนชิ้นเนื้ออยู่ที่ปอด คุณหมอก็เลยเจาะว่าชิ้นเนื้อนั้นมันเป็นเนื้อร้ายไหม ผลออกมามันก็เป็นเนื้อร้าย แต่ว่าขนาดมันเล็กนิดเดียว คุณหมอบอกว่าปอดเราเนี่ยด้านหนึ่งมันจะมี 2 ลูป คุณหมอบอกว่าตัดออกไปลูปนึงที่มันมีปัญหา ตอนนั้นพี่อ๊อดอยู่ในสเตจ 1 คุณหมอบอกว่าแค่ตัดออกไม่ต้องฉายแสง ไม่ต้องทำอะไรเลย แล้วพี่อ๊อดไม่เคยเป็นมะเร็งมาก่อนทุกอย่างมันก็ปกติ

พอหลังจากผ่า ไปตรวจทุกอย่างมันกลับมาเป็นค่าปกติเลย ก็แสดงว่ามันหายแล้ว แต่เราไม่รู้เลยว่าโรคเขาคงไปตามต่อมน้ำเหลืองหรือไปตามกระแสเลือด แล้วมาเจออีกทีประมาณกุมภาพันธ์ ปี 59 เหมือนอยู่ ๆ พี่อ๊อดเหมือนยืดหลังไม่ได้ ต้องนั่งก้ม พอยืดหลังก็จะปวด เลยพาพี่อ๊อดไปโรงพยาบาล คุณหมอก็เลยทีซีแสกน ก็เลยรู้ว่าโรคมันลามไปที่กระดูกหมดแล้ว หลังจากนั้นคุณหมอให้พี่อ๊อดทานยาทาเก็ต หรืออีกอย่างคือ ยาพุ่งเป้า เป็นยาที่พี่อ๊อดไม่ต้องคีโม ไม่ต้องฉายแสง แต่เป็นการทานยาเพื่อไปยับยั้งตัวโรคเอาไว้ หลังจากนั้นปี 62 พี่อ๊อดก็อาการดีขึ้น ทุกอย่างเหมือนโรคเขาสงบนิ่ง

ตอนนั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาพี่อ๊อดเท่าไหร่ ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : ตอนยาพุ่งเป้าล็อตแรก ตอนนั้นค่ายาตกเดือนละ 3 หมื่น แต่พอทานไปสักระยะหนึ่งพี่อ๊อดดื้อยา รอบ 2 ที่มาขึ้นสมอง พี่อ๊อดก็ผ่าตัดสมองอีกที แต่หลังจากผ่าตัดคุณหมอบอกให้พี่อ๊อดฉายแสง แต่พี่อ๊อดไม่ยอม คุณหมอก็แจ้งว่า ถ้าหมอยอมฉายก็ไม่เกิน 3 เดือนนะ มะเร็งมันจะกลับมาเหมือนเดิม แต่พี่อ๊อดเขามีความเชื่อเรื่องยาไทย เขาคิดว่าเดี๋ยวเขาไปกินยาไทยมันก็สามารถไปฆ่าเชื้อได้ พอเดือนธันวาคม ปี 62 โรคเขาก็กลับมาอีกมาที่เดิมและเท่าเดิม คุณหมอก็เลยถามอีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณหมอไม่ยอม ยังไงก็ต้องฉายแสง พี่อ๊อดก็เลยฉายแสง พอหลังจากฉายแสง พี่อ๊อดจะแปลกมากเลยทุกครั้งที่ตรวจเลือดหรือตรวจสุขภาพ ทุกอย่างเขาจะดูดีหมดเลย มันเหมือนโรคมันหลบ

ลึก ๆ แล้วพี่เอ้กมั่นใจว่ายังไงก็หาย ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : เรื่องหายพี่ไม่มั่นใจ แต่จากผลที่ตรวจมามันอาจจะควบคุมโรคได้อยู่ อันนั้นคือสิ่งที่เราคิด

น้องเอิ๊กให้กำลังใจคุณพ่อยังไงบ้าง ?

เอิ๊ก (ลูกสาว อ๊อด คีรีบูน) : ก็บอกคุณพ่อว่าไม่เป็นไร ค่อย ๆ รักษาไปทีละสเต็ป จะให้กำลังใจตลอด อย่างหนูเองก็เชื่อว่ายังไงคุณพ่อก็จะมีวิธีรักษา พยายามบอกคุณพ่อให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป

คุณพ่อเป็นนักสู้ไหม ?

เอิ๊ก (ลูกสาว อ๊อด คีรีบูน) : มาก ๆ ที่สุดในโลก ภูมิใจมาก ๆ ไม่เคยเห็นคุณพ่อบ่นว่าเจ็บ ไม่เคยเห็นคุณพ่อบ่นเลย

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : เขาจะไม่ให้ใครเป็นห่วงเลย เราต้องสังเกตอาการเขาเอง

แสดงว่าต้นปี 64 อาการพี่อ๊อดเริ่มแย่ลง ถูกต้องไหม ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : ใช่ค่ะ เดือนมิถุนายนเหมือนร่างกายพี่อ๊อดเริ่มอ่อนแอ เริ่มมีปัญหาโซเดียมต่ำ ท้องเสีย พี่อ๊อดปวดในบางจุด คุณหมอก็ให้ไปฉายแสงระงับอาการปวด แต่พี่อ๊อดมาทรุดลงจริง ๆ เมื่อเดือนที่แล้วเอง โรคมันมาเร็วมาก อยู่ ๆ พี่อ๊อดก็ขาอ่อนแรง ก่อนหน้านั้นพี่อ๊อดก็มีปัญหาเรื่องขาอ่อนแรงอยู่ แต่ไม่มาก พี่อ๊อดก็ยังเดินได้ แต่พอมาเดือนที่แล้ว อยู่ ๆ พี่อ๊อดก็ขาอ่อนแรงไปเลย

ในฐานะที่เราเป็นภรรยา ตอนที่คุณหมอบอกว่าระยะสุดท้ายของคนไข้แล้ว อยากให้คนไข้ใช้ชีวิตที่ไหน ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : คือคุณหมอเรียกพี่กับลูกไปคุยให้เข้าใจโรคว่ามันดำเนินมาถึงไหนแล้ว แล้วมันจะไปยังไงต่อ แต่อันนี้พี่ก็ไม่ได้บอกพี่อ๊อดนะว่าคุณหมอมาคุยกับเรายังไง เพราะตัวพี่อ๊อดเองเขาอยู่แบบกำลังใจดีตลอด เราบอกคุณหมอว่าไม่อยากให้พี่อ๊อดรู้สึกเศร้าหรือรู้สึกแย่ในสิ่งที่เขาเป็น แต่ว่าเราสองคนคุณหมอจะเรียกคุยเป็นประจำ ทุกครั้งที่พี่อ๊อดทรุดลง คุณหมอจะบอกว่าให้เราเตรียมตัว เตรียมใจยังไง เราควรจะทำอะไรบ้าง พูดถึงขนาดว่ามีอะไรที่คุณพ่อจะโอนให้ลูก

แล้วตอนไหนที่พี่อ๊อดคิดว่าเขาเล่นคอนเสิร์ตแล้วโบกมือให้แฟนคลับบอกให้เอารองเท้ามาใส่ ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : ก่อนเข้าโรงพยาบาลวันเดียว ช่วงหลัง ๆ ที่พี่บอกว่าพี่อ๊อดทรุดคือพี่อ๊อดเริ่มสับสน ระหว่างจำได้กับจำไม่ได้

ช่วงสุดท้ายของชีวิตพี่อ๊อด เขาได้สั่งเสียอะไรไว้ไหม ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : ไม่ได้สั่งค่ะ

เอิ๊ก (ลูกสาว อ๊อด คีรีบูน) : ไม่เลยค่ะ

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : คือเราใช้ชีวิตเหมือนปกติให้ความรักกันทุกวัน

เอิ๊ก (ลูกสาว อ๊อด คีรีบูน) : ตอนคุณพ่อเข้าโรงพยาบาลก็ยังหวังอยู่ว่าคุณพ่อจะได้ออกจากโรงพยาบาล ไม่ได้คิดว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนะ แล้วเชื่อว่าคุณพ่อเองก็ไม่คิดเหมือนกัน

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : เพราะทุกครั้งพี่อ๊อดเขาจะผ่านตรงนี้มาได้ตลอด ทั้ง ๆ ที่คุณหมอก็พูดนะ แต่เราสองคิดตลอดว่าคุณพ่อต้องผ่านไปได้ เพราะเขาเข้มแข็งมาก

ทำไมพี่อ๊อดตัดสินใจปิดทุกอย่างเป็นความลับ เขาเคยบอกพี่เอ้กไหม ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : พี่อ๊อดจะพูดกับพี่เสมอว่าถ้าคนรู้เขาก็จะมากังวลกับพี่อ๊อด แล้วพี่อ๊อดมีแฟนคลับที่รักพี่อ๊อดเยอะมาก พี่อ๊อดจะห่วงว่าเดี๋ยวจะเดือดร้อนมาเยี่ยมกัน แล้วต้องคอยโทรมาถาม แล้วมันเป็นช่วงโควิดด้วย เวลาพี่อ๊อดไปเล่นคอนเสิร์ตหรือทำอะไร พี่อ๊อดจะพูดเสมอว่าคนเรามีเหตุผลของตัวเองเสมอ ซึ่งพี่อ๊อดบอกว่าเหตุผลของเราบางทีเราก็ไม่จำเป็นต้องไปบอกใคร ในเมื่อเราสามารถจัดการเหตุผลของเราได้

อยากจะบอกอะไรกับแฟนเพลงพี่อ๊อดไหม ?

เอ้ก (ภรรยา อ๊อด คีรีบูน) : พี่กับลูกอยากขอบคุณทุกคน พี่เห็นทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ เห็นความรักที่ทุกคนรักพี่อ๊อด ลูกยังพูดกับพี่เลยว่าเขาโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกคุณพ่อ

ถ้าพี่อ๊อดเขาสามารถรับรู้ได้พี่ปิงอยากจะบอกอะไรพี่อ๊อด ?

ปิง : ไม่ต้องห่วงเลยนะ เรื่องต่าง ๆ เดี๋ยวแฟนเพลงอ๊อด เดี๋ยวฟรุตตี้ดูแลให้ แล้วจะมอบความสุขให้กับแฟน ๆ อ๊อดอย่างเต็มที่เลย ไม่ต้องห่วงครับ

ชมพู : พี่กับพี่อ๊อดจริง ๆ เกิดติดกันเลยนะ พี่อ๊อดเกิดหลังพี่ 10 วัน เดือนเดียวกัน ปีเดียวกัน เราคนเดือนสิงห์ จริง ๆ เคยพูด เคยคุยอะไรกันค่อนข้างมากในช่วงหลัง เชื่อว่าทุกอย่างที่เคยบอก บอกไปแล้วละ ถ้าวันนี้จะบอกอะไรถึงอ๊อดคงบอกเหมือนพี่ปิง อ๊อดสบายใจได้ ชีวิตของอ๊อดดูแลทุกอย่างมาได้อย่างสวยงามและเป็นคนดีที่จะอยู่ในใจทุกคนตลอดไป ไม่ต้องห่วงครับ

ติดตามรับชมรายการ คุยแซ่บ Show ย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...