"ปลัดมท." ให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุ-เด็ก-เยาวชน-ภาคีเครือข่ายย้ำ นายอำเภอต้องบูรณาการทุกภาคส่วน
“ปลัดมท.” ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุ-เด็ก-เยาวชน-ภาคีเครือข่าย เน้นย้ำ นายอำเภอต้องมีบทบาทบูรณาการทุกภาคส่วน
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ที่วัดหัวฝาย ต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยในพื้นที่จังหวัดเชียงราย โดยได้รับเมตตาจาก พระครูปิยวรรณพิพัฒน์, ดร. เจ้าอาวาสวัดหัวฝาย ประธานเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ โดยมี นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น รองศาสตราจารย์วรวรรณ โรจนไพบูลย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชฐ โสวิทยสกุล นายประสพโชค อยู่สำราญ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นางสุภาพรรณ หมั่นเจริญ นายวราดิศร อ่อนนุช นางภัทราวดี สุทธิธนกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ 18 อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย กว่า 300 คน ร่วมรับฟัง
โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี กลุ่มเด็กและเยาวชน “ชุมชนคุณธรรมวัดหัวฝาย” เช่น ลูกประคบ น้ำมันนวด สูตรสมุนไพรแก้ปวดเมื่อย กลุ่มสมุนไพรโรงเรียนผู้สูงอายุวัดหัวฝาย ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากวัสดุเหลือใช้ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่อ้อ ผลิตภัณฑ์จากหวายกลุ่มอาชีพจักสานบ้านหัวฝาย การสานกระทงใบตอง สมุนไพรบำรุงสุขภาพสภาหมอเมือง ผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมสีสกัดจากธรรมชาติ อาทิ ฝาง รากกล้วย คราม กาสะลองคำ เพกา องค์ และลายผ้าจากการสร้างสรรค์ของศิลปินในพื้นที่ อาทิ ลายเป็นตาดีฮัก ลายขอรัก ลายรักล้อม ลายดวงใจแห่งรัก และลายเป็นขอเพียงรัก เป็นต้น พร้อมทั้งร่วมปลูกต้นกาสะลองคำ ไม้สมุนไพร ไม้สารพัดประโยชน์ เป็นไม้ยืนต้น โดยลำต้นใช้ผสมกับต้นขางปอย ต้นขางน้ำข้าว ต้นขางน้ำนม ต้นอวดเชือก ฝนน้ำกินแก้ซาง, เปลือกต้น ใช้ต้มน้ำดื่ม แก้ท้องเสีย, ใบ ใช้ตำคั้นน้ำ ทาหรือพอกรักษาแผลสด แผลถลอก ห้ามเลือด นอกจากนี้ เนื้อไม้ใช้ทำลังใส่ของ กระดาน เครื่องเรือน ได้อีกด้วย
ดร.พระครูปิยวรรณพิพัฒน์ กล่าวว่า โรงเรียนผู้สูงอายุวัดหัวฝายแห่งนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงอายุให้มีคุณค่า มีศักยภาพให้เป็นที่ยอมรับ มีสุขภาพที่ดี ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการทำประโยชน์ให้สังคมและส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงสืบทอดไป ทั้งนี้ เครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุจังหวัดเชียงราย ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านต่าง ๆ ในการจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และแก้ไขปัญหาทางสังคมผู้สูงอายุ สร้างรายได้ สร้างคุณค่าให้แก่ผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน โดยใช้รูปแบบการพัฒนาคนอำเภอพาน ในการดูแลผู้สูงอายุและคนทุกช่วงวัยให้เกิดความยั่งยืนใน 6 มิติ คือ 1) ด้านสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดี 2) ด้านเศรษฐกิจและวิชาชีพ 3) ด้านศาสนา ประเพณี และวัฒนธรรม 4) ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และจิตอาสา 5) ด้านเทคโนโลยีและการสื่อสาร และ 6) ด้านสวัสดิการการช่วยเหลือ ด้วยแนวทาง “พัฒนาวัดให้สวย พัฒนาชุมชนให้ดี ให้เข้มแข็ง”
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า งานของบ้านเมืองทุกงานจะประสบความสำเร็จ ลงไปสู่พี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนขึ้นอยู่กับ นายอำเภอ เพราะเราฝากความหวังไว้ว่าในจังหวัดหนึ่ง มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทำหน้าที่อำนวยการการทำงานในระดับจังหวัดต่างพระเนตรพระกรรณ ช่วยนำขุนศึกของจังหวัด คือ “นายอำเภอในฐานะนายกรัฐมนตรีของอำเภอ” ซึ่งคำว่า “นายกรัฐมนตรีของจังหวัด” หรือ “นายกรัฐมนตรีของอำเภอ” เป็นคำเปรียบเปรย อันมีนัยว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอทุกคน ต้องรับภาระของรัฐบาล นั่นคือ “งานของทุกกระทรวงมาขับเคลื่อน” ทำให้ข้าราชการทุกคน ทุกกระทรวงในพื้นที่ ได้ช่วยกันผลักดันเป้าหมายการทำงานที่เรามีวัตถุประสงค์ต้องการให้บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จอย่างยั่งยืน
“ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่เอาใจใส่ ท่านนายอำเภอปล่อยปละละเลย ไม่อำนวยการ ไม่รับรู้งานทุกงาน โดยเอาแต่ทำงานที่ตัวเองชอบ แต่เรื่องใหญ่คือ “ชีวิตของผู้คนมันเกี่ยวพันเกี่ยวข้องครบทุกด้าน” โดยอาศัยความร่วมมือจาก 7 ภาคีเครือข่าย อันได้แก่ ภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาคผู้นำวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อสารมวลชน ซึ่งคำว่า “ภาคประชาชน” นั้นหมายความรวมถึงประชาชนทุกช่วงวัย และในส่วนของ “ภาคประชาสังคม” หมายถึงการรวมกลุ่มคนในลักษณะองค์กร กองทุน ชมรม สมาคม และขอเน้นย้ำว่า สังคมไทยต้องการ “ผู้นำที่ทำจริง” จึงขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านนายอำเภอดำเนินการ 1) สร้างทีมที่มีความรักสามัคคีมีจิตอาสามีจิตสาธารณะในการที่จะไม่นิ่งดูดายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้น 2) ต้องเข้าใจคำว่า “บูรณาการงาน” เช่น การน้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” รวมถึงด้านการสำรวจปัญหาความเดือดร้อนทุกเรื่องของประชาชนผ่านแพลตฟอร์ม ThaiQM ที่จะต้องบูรณาการทุกหน่วยงาน ต้องรู้ข้อมูลทุกครัวเรือนว่าใครเดือดร้อนบ้าง แล้วความเดือดร้อนเหล่านั้นได้ถูกนำมาเข้าสู่การหารือของ 7 ภาคีเครือข่ายเพื่อช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งสามารถนำระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้เกิดการดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการบูรณาการอำนาจหน้าที่ของกระทรวงอื่น ๆ ที่สามารถสนับสนุนการแก้ไขปัญหาได้ จึงต้องมุ่งมั่นในการบูรณาการอย่างจริงจัง เป็นผู้นำการบูรณาการทุกส่วนราชการ ทุกภาคีเครือข่ายอย่างแท้จริง
และ 3) การขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืน ข้อมูลใน ThaiQM เป็นเหมือน “ยาฝรั่ง” ที่เมื่อเราไปช่วยเหลือแก้ไขแล้วมันก็แค่การบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น แต่จำเป็นที่เราต้องทำให้หายในเดี๋ยวนั้น จึงต้องให้ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้นำปัญหามาหารือช่วยเหลือประชาชน หากเป็นเรื่องที่เกินความสามารถของท้องถิ่น ให้เข้าสู่การพิจารณาของ ศจพ.อำเภอ ศจพ.จังหวัด และกระทรวงมหาดไทย แต่มันไม่ใช่ “ยาไทย” ที่มีความยั่งยืน ซึ่งการจะทำให้ยั่งยืนได้ต้องน้อมนำแนวพระดำริ “หมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village)” คือการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานมาให้ว่า หมู่บ้านยั่งยืนจะเกิดขึ้นด้วยเพราะคนในหมู่บ้าน มีองค์ประกอบที่สำคัญคือเรื่องของ “สังคม (Sociability)” ซึ่งหมายถึงตัวคนแต่ละคนที่มีความเข้าใจความรู้การช่วยเหลือตนเองด้วยการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร การทำให้บ้านเรือนมีความมั่นคง สะอาด มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ผู้คนมีความรักสามัคคี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
นอกจากนี้ คนทุกคนต้องมีจิตสาธารณะ เป็นจิตอาสา โดยมีนายอำเภอเป็นผู้นำทีมอำเภอ ทั้งทีมที่เป็นทางการ และทีมจิตอาสาจาก 7 ภาคีเครือข่าย ช่วยกันทำให้คนในหมู่บ้านรวมตัวกันเป็น “คุ้ม” เพื่อให้เกิดความใกล้ชิด มีการดูแลกันแบบกลุ่มบ้านที่ใกล้ชิด ซึ่งในหมู่บ้านก็จะมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเสาหลัก รวมกับข้าราชการผู้รับผิดชอบประจำตำบล ทั้งปลัดอำเภอ เกษตรอำเภอ ฯลฯ ที่ต้องรู้หน้าที่ ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มต้องทำงานคู่ขนานเคียงข้างกันไป จะต้องร่วมกันคิด ร่วมกันปรึกษาหารือ ร่วมกันทำ นำมาซึ่งการร่วมรับประโยชน์ อันเป็นแนวทางที่พระองค์ท่านได้สรุปผ่านการขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริทั้ง 4,741 โครงการ ซึ่งต้องทำอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยประธานคุ้ม หัวหน้าคุ้ม ชาวบ้านในทุกครัวเรือน ต้องมาพูดคุยกันในทุกเดือน โดยมีปลัดอำเภอประจำตำบลเป็นผู้ประสานงานร่วมพูดคุยกัน ส่วนที่ 2) คือเรื่องสิ่งแวดล้อม ทั้งการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน การบริหารจัดการขยะ ส่วนที่ 3) เศรษฐกิจ ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้คนรู้จักลดรายจ่าย สร้างรายได้ ขยายโอกาส ส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร เพื่อลดรายจ่าย” นายสุทธิพงษ์ ฯ กล่าว
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ทุกสิ่งเหล่านี้จะประสบผลสำเร็จและเกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนได้ ด้วยการนำการบูรณาการอย่างยั่งยืนของ “ท่านนายอำเภอ” ทั้ง 18 อำเภอของเชียงราย และอีก 860 อำเภอ ทั่วประเทศ ที่จะต้องทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,850 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งนายอำเภอเป็นความหวัง เป็นอัศวินขี่ม้าขาวที่พี่น้องประชาชนทุกคนกำลังเฝ้ารอ เพื่อที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยมีแม่ทัพใหญ่ คือ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ซึ่งเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผู้นำความสุขมาสู่พี่น้องประชาชนชาวเชียงรายร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่ายอย่างยั่งยืน
นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ กล่าวว่า แนวทางการทำงานของกรมการปกครองในระดับพื้นที่ที่สำคัญ คือ 1) ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด การฝึกอบรมศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม ขณะนี้จังหวัดเชียงรายได้มีการขับเคลื่อนไป อย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่สำคัญ คือ เมื่ออบรมเสร็จแล้วก็ต้องหมั่นลงไปตรวจเยี่ยมไปติดตามถามไถ่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษา และจะต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนเพื่อสามารถพัฒนาศักยภาพต่อไป 2) การดำเนินงานตามแนวทางอำเภอบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืน ขอให้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยใช้ทีมอำเภอขับเคลื่อนโครงการสำคัญ 3) โครงการหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ขอให้ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ได้เห็นทุกท่านได้สวมใส่ผ้าไทยซึ่งมาจากฝีไม้ลายมือของพี่น้องประชาชนในชุมชนของพวกเรา เงินรายได้ก็จะลงสู่พี่น้องประชาชนของเรา และขอให้ได้น้อมนำพระราชดำริการเสริมสร้างความมั่นคงด้านอาหารในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี “บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” และ “ทางนี้มีผลผู้คนรักกัน” ขยายผลในทุกครัวเรือน ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีพืชผักสวนครัว พืชสมุนไพร มีอาหารที่ดี ปลอดสารพิษ ส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในเรื่องของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ที่เราจะต้องช่วยกันทำให้หนี้ค้างชำระลดลง ให้เหลือไม่เกินกว่า 10% ซึ่งจังหวัดเชียงรายสามารถดำเนินการได้เหลือ 9.77% ขอให้ได้ร่วมกันดำเนินการให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นายขจร ศรีชวโนทัย กล่าวว่า จังหวัดเชียงรายได้ดำเนินการจัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน 100% ซึ่งแม้ว่าในขณะนี้ได้ดำเนินการไปครบถ้วนแล้ว แต่ก็ขอให้ทางจังหวัดได้ช่วยกันในการติดตามประเมินผล และขยายผลให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขอให้ส่งเสริมขยายผลเรื่องสนามเด็กเล่นสร้างปัญญาในทุกโรงเรียนเพื่อฝึกให้เด็กได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สติปัญญา และส่งเสริมให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ปรับปรุงพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั้ง 118 แห่งที่ได้รับการถ่ายโอนจากกระทรวงสาธารณสุขให้เป็นหน่วยบริการขั้นปฐมภูมิที่มีมาตรฐานในการดูแลพี่น้องประชาชน โครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุกเพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด และการดูแลสุขภาพเด็กให้มีน้ำหนักตามเกณฑ์