โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ง้อน้ำมัน นร.ม.4 ขี่ควายเทียมเกวียนมาโรงเรียน แถมยังรับรุ่นน้องแถวบ้านมาด้วย ไม่อายใคร ภูมิใจอนุรักษ์วิถีโบราณ ช่วยครอบครัวประหยัดเงิน เผยยังขี่เกวียนรับงานแห่สร้างรายได้เดือนเป็นหมื่น

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2566 เวลา 13.57 น.

(27มิ.ย.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโอของน้องนักเรียนชายกลุ่มหนึ่ง ขณะพากันขี่ควายเทียมเกวียนไปโรงเรียน จนกลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียล ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านักเรียนที่ขี่ควายเทียมเกวียนไปเรียนเป็นนักเรียนโรงเรียนสูงเนินพิทยาคม อำเภอกระสัง จ.บุรีรัมย์

.

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังโรงเรียนสูงเนินพิทยาคม ต.สูงเนิน อ.กระสัง ก็พบเกวียนจอดอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้กับสนามหญ้า และมีควายเพศผู้ 2 ตัวอยู่บริเวณสนามหญ้าภายในบริเวณโรงเรียน

.

จากการสอบถามทราบว่าเจ้าของควายและเกวียนดังกล่าว คือ นายพิสิฐ เพียรจันทร์ หรือ "น้องแต้ม" อายุ 16 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.4 ส่วนนักเรียนที่นั่งเกวียนมาด้วยเป็นนักเรียนชั้น ม.2 แต่อยู่บ้านใกล้กันจึงขี่เกวียนมาเรียนด้วยกัน เนื่องจากบ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนเกือบ 1 กิโลเมตร ก่อนหน้านี้ก็พากันขี่รถจักรยานยนต์มาโรงเรียน แต่หลังจาก"น้องแต้ม" พี่ ม.4 ขี่เกวียนมาโรงเรียนน้อง ๆ ก็ขอติดมาด้วย

.

น้องแต้ม บอกว่า ปกติครอบครัวก็ใช้วัวและควายเทียมเกวียนในชีวิตประจำวันทั้งขนข้าว ขนหญ้าอยู่แล้ว อีกทั้งตนเองก็ได้รับการฝึกฝนใช้วัว ควายเทียมเกวียนมาตั้งแต่เด็กจนเกิดความชำนาญ ปัจจุบันก็รับฝึกวัว ควายเทียมเกวียน และรับงานแห่ต่าง ๆ อยู่แล้ว จึงคิดว่าถ้าขี่ควายเทียมเกวียนที่ใช้ในวิถีชีวิตอยู่แล้ว ไปโรงเรียนแทนการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปก็จะเป็นการประหยัดค่าน้ำมันช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวได้เป็นอย่างดี

.

"เพราะหากขี่รถจักรยานยนต์ก็จะต้องเติมน้ำมันเฉลี่ยไปกลับวันละ 20 บาท แต่ถ้าขี่ควายเทียมเกวียนไปก็ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเลยก็จะเหลือเงินเก็บวันละ 20 บาท และยังรับน้องที่บ้านใกล้กันไปด้วยอีกวันละ 3 – 4 คน ก็ช่วยคนอื่นประหยัดได้อีกด้วย ส่วนควายก็นำไปผูกกินหญ้าที่โรงเรียนได้ด้วย" น้องแต้ม กล่าว

.

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าอายหรือไม่ที่ขี่เกวียนมาโรงเรียน น้องแต้ม บอกว่า รู้สึกภูมิใจมากกว่าที่ได้ช่วยครอบครัวแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายายด้วย และเพื่อน ๆ หรือน้อง ๆ ที่โรงเรียนเห็นเขาก็ไม่ได้ล้อเลียนอะไรแต่กลับบอกว่าเท่มากว่า ปัจจุบันก็มีรายได้จากการฝึกวัว ควายเทียมเกวียน และรับงานแห่ต่าง ๆ เฉลี่ยเดือนละกว่าหมื่นบาทด้วย

.

ด้าน นายจิรวัฒน์ ดีล้อม อาจารย์ที่ปรึกษา บอกว่า ปกติครอบครัวน้องก็มีอาชีพทำการเกษตร และรับจ้างเทียมเกวียนอยู่แล้ว ซึ่งน้องก็รับได้รับถ่ายทอดวิธีการควบคุมหรือเทียมเกวียนมาจากคุณตา จนเกิดความชำนาญ จนปัจจุบันสามารถหารายได้เลี้ยงตัวเอง และแบ่งเบาภาระครอบครัวได้อีกด้วย

.

นายจิรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า และการที่น้องขี่มาโรงเรียนหรือการใช้เกวียนในชีวิตประจำวัน ยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานวิถีชีวิตของเกษตรกรไทยอีกด้วย เพราะปัจจุบันแทบไม่มีใครใช้ในชีวิตประจำวัน หากไม่อนุรักษ์ไว้อนาคตก็อาจจะเห็นแต่ในพิพิธภัณฑ์ก็ได้

.

ขณะที่นายปาน พร้อมพูน อายุ 75 ปี ตาของน้องแต้ม บอกว่า ตนเป็นคนสอนหลานให้ใช้วัว ควายเทียม เกวียนมาตั้งแต่เด็กแล้ว เพราะอยากให้หลานได้ซึมซับวิถีชีวิตดั้งเดิมจะได้อนุรักษ์สืบต่อจากตนเอง เพราะปัจจุบันแทบจะไม่มีใครใช้วัว หรือควายเทียมเกวียนแล้ว ในหมู่บ้านก็เหลือแค่ครอบครัวเดียวหากไม่มีใครอนุรักษ์ไว้ก็คงจะสูญหายไป

.

"ก็รู้สึกภูมิใจในตัวหลานที่สามารถใช้วิถีชีวิตดั้งเดิมหารายได้เลี้ยงตัวเอง และแบ่งเบาภาระครอบครัว" นายปาน กล่าว

.

เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoin

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...