โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

นักบิน ชวนเพื่อน ผลิตทรายแมวจากมันสำปะหลัง ตีตลาดไทยส่งออกต่างประเทศ

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 08 พ.ค. 2565 เวลา 01.16 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2565 เวลา 01.15 น.
นักบิน ชวนเพื่อน ผลิตทรายแมวจากมันสำปะหลัง ตีตลาดไทยส่งออกต่างประเทศ

นักบิน ชวนเพื่อน ผลิตทรายแมวจากมันสำปะหลัง ตีตลาดไทยส่งออกต่างประเทศ

ใครเป็นทาสแมวจะทราบดีว่าเรื่องการขับถ่ายของน้องแมวคือสิ่งสำคัญ ทรายแมวจึงเป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ทาสแมวต้องซื้อ ลองมาดูนวัตกรรมทรายแมวจากมันสำปะหลังเจ้าแรกของโลก เป็นมิตรต่อแมวผู้กลบ และทาสผู้เก็บ“Hide & Seek” ที่ถูกพัฒนาและผลิตโดยกลุ่มเพื่อน 3 คน ที่มาจากหลากหลายอาชีพ

ก่อนมาเป็น“Hide & Seek”

คุณซัน-อภินันท์ มหาศักดิ์สวัสดิ์ ผู้บริหาร บริษัท เวลตี้ ม็อกกี้ อินโนเวชั่น จำกัด เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า รู้จักกับเพื่อนทั้ง 2 คน มาตั้งแต่สมัยเรียนปี 1 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบต่างคนต่างแยกย้ายกันทำงาน ตนเป็นนักบิน เพื่อนเป็นนักวิจัย และนักการตลาด

แล้วมารวมตัวก่อตั้งบริษัทผลิตทรายแมวได้อย่างไร เริ่มจาก 3 ปีที่แล้ว มีข่าวของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเกี่ยวกับการส่งออกทรายแมวซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง เมื่อค้นดูแล้วประเทศไทยยังไม่มีใครผลิตทรายแมว ที่เห็นวางจำหน่ายล้วนเป็นการนำเข้า เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนทำให้ค้นพบว่าเมืองไทยมีพืชที่สามารถนำมาผลิตทรายแมวได้

“ผมและเพื่อนร่วมกันทดลองเปิดงานวิจัยดูสูตรต่างๆ ที่สุดได้ค้นพบว่ามันสำปะหลังคือพืชที่เหมาะสม เพราะมีส่วนผสมเกือบทั้งหมดที่ควรนำมาใช้ผลิตทรายแมว เช่น แป้งและเส้นใยธรรมชาติ

ประกอบกับไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการส่งออกมันสำปะหลังสูงสุดในโลก แต่ 3 ปีหลังมานี้ถูกกดดันเรื่องราคา เพราะผู้ซื้อหลักอย่างจีนเริ่มไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ทำให้ตัวเลขส่งออกลดลง เป็นอีกจุดทำให้เราเลือกมันสำปะหลัง” คุณซัน อธิบายเพิ่มเติม

กระบวนการผลิต

คุณซัน เล่าว่า ทรายแมวจากมันสำปะหลังเป็นการนำมันสำปะหลังมาผ่านการใช้ความร้อนและความดันที่เหมาะสม ทำให้เกิดกระบวนการ Pregelatinization กับโมเลกุลของสตาร์ชในมันสำปะหลัง จนได้ทรายแมวเล็กละเอียด ดูดซับของเหลวและกลิ่นได้ดี ช่วยเก็บกลิ่นปัสสาวะของแมวได้ดีกว่าทรายแมวทั่วไป สามารถจับตัวเป็นก้อนหลังจากแมวใช้เสร็จ นำไปทิ้งชักโครกได้ และย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

“ใช้เวลาทดลอง และเปิดตัวเมื่อกลางปี 2020 เข้าช่วงโควิดพอดี ผมเว้นว่างจากการบินจึงมีเวลามาช่วยเพื่อนพัฒนาทรายแมว เราใช้มันสำปะหลังจากภาคตะวันออก มีซัพพลายเออร์รับซื้อจากเกษตรกรอีกทีหนึ่ง”

ขณะเดียวกัน ทรายแมวของ Hide & Seek ยังแต่งกลิ่นเพื่อความหอมโดยไม่ส่งผลต่อการรับกลิ่นของแมวด้วย

“ในตอนแรกเราชูจุดขายว่าเป็นธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อออกสู่ตลาดแล้ว พบว่ามีทรายแมวหลากหลายกลิ่นซึ่งลูกค้าติดกับสิ่งนี้มาก เราจึงไม่สามารถทนต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ จึงเริ่มทดลองแต่งกลิ่นส่งให้ลูกค้าใช้ ปรากฏว่าลูกค้าชอบช่วยทำให้บ้านหอม แมวไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน เราเลือกใช้กลิ่นที่ใช้กับอาหารมนุษย์เท่านั้นจึงปลอดภัยต่อแมว ปัจจุบันมีกลิ่นออริจินอล มะลิ และเฟรชเบอร์รี่”

ราคาจำหน่าย

ทรายแมวจากมันสำปะหลัง จำหน่ายในถุงน้ำหนัก 6 ปอนด์ (2.72 กิโลกรัม) ราคา 249 บาท ปัจจุบันจำหน่ายในหลายแพลตฟอร์ม และตัวแทนจำหน่ายทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน บริษัทยังรับผลิต OEM ให้กับแบรนด์ทรายแมวของโรงพยาบาลสัตว์แห่งหนึ่ง เพื่อใช้ในโรงพยาบาลและส่งออกต่างประเทศ

ในส่วนของการส่งออก คุณซัน เผยว่า ปัจจุบันส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ โดยมีแผนในอนาคตคือเพิ่มการส่งออก ซึ่งได้เจรจาการค้า ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปประเทศทางยุโรป ญี่ปุ่น CLMV แล้ว ได้ผลตอบรับดีมาก

“ในด้านการตลาดเราพยายามทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้านการวิจัยพยายามปรับราคาให้ถูกลงแต่ยังคงคุณภาพ ให้ลูกค้าจับต้องได้ไม่ต้องจ่ายแพง

นอกจากนี้ ยังพัฒนาทรายแมวใหม่ๆ โดยมีการทำความร่วมมือกับคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผลิตทรายแมวที่ช่วยรีเช็กสุขภาพของแมว เช่น แมวฉี่แล้วมีเลือดปะปนทรายอาจจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ทาสเห็นแล้วจะได้รู้แต่เนิ่นๆ ไม่ต้องรอให้น้องเจ็บป่วยหนัก” คุณซัน ทิ้งท้าย ถึงแผนในอนาคต

หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ เพจ Hide and Seek Cat Litter

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2564

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ปลอกคอนิรภัยแมว

แมวแม่ค้า ช่วยหาเงินเข้าบ้าน

จี้สุนัข แมว แอ็กเซสซอรี่สำหรับเพื่อนรักสี่ขา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...