โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BDMS ปั้น BeDee แอปสุขภาพ ราคาถูกกว่าไป รพ. ปรึกษาหมอ 299 บาท

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 ต.ค. 2566 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2566 เวลา 08.20 น.

"BDMS" ควักเงิน 300 ล้านบาท พัฒนาดิจิทัลเฮลท์แคร์ เปิดตัวแอปพลิเคชั่น BeDee ปรึกษาหมอ เริ่มต้น 299 บาท พยาบาลปรึกษาฟรี ส่งยาถึงบ้าน ขายสินค้าสุขภาพ ตั้งเป้าชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดได้ 30-40% จากผู้ใช้งาน 20 ล้านคน

พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงการการแพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา ผลักดันผู้บริโภคหันมาใช้บริการดิจิทัลเฮลท์แคร์ การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (เทเลเมดิซีน) การปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ (ฟาร์มาดิซีน) และการซื้อสินค้าสุขภาพทางออนไลน์ เติบโต 20% มีผู้ใช้งานทะลุ 20 ล้านคน ในไทย

ส่งผลให้ BDMS ลงทุน 300 ล้านบาท พัฒนาแอปพลิเคชั่น BeDee เพื่อขยายบริการสุขภาพไปสู่ผู้บริโภคให้ใกล้ชิดขึ้น ซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าการไปโรงพยาบาลโดยตรง

BDMS

ซึ่งภายในแอปฯ มีแพทย์เฉพาะทาง 30 สาขา จำนวน 600 คน จากเเครือข่าย รพ. 58 แห่ง โดยไตรมาส 4 นำร่อง 3 บริการ จากทั้งหมด 9 บริการ ได้แก่

  • Teleconsultation บริการปรึกษาอาการป่วยจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 สาขา จากเครือ BDMS มีอัตราค่าบริการ ดังนี้
    -ปรึกษาเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญ (พยาบาล) ฟรี
    -ปรึกษาแพทย์ทั่วไป 299 บาท/20 นาที
    -ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง 499 บาท/20 นาที
    อย่างไรก็ดี หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น จะนำส่งผู้ป่วยจากออนไลน์เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในเครือต่อไป
  • Telepharmacy บริการปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรฟรี พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน โดยใช้เครือข่ายร้านขายยาเซฟดรัก (SAVE DRUG) ที่มี 80 สาขา เป็นจุดรับ-ส่งยา กรณีร้านขายยาไม่มียาตัวนั้น ๆ จะใช้เครือข่าย รพ. ในเครือ ส่งต่อยาอีกที
  • Health Mall ศูนย์รวมสินค้าทางการแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ พร้อมกับสินค้าเฉพาะกลุ่มโรค แอป BeDee ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงจากBDMS

“BeDee จะเข้ามาเป็นส่วนสนับสนุนธุรกิจทั้งเครือ โดยเชื่อมคนไข้กับ รพ. หรือร้านขายยาเซฟดรักของกลุ่มบริษัทฯ ไปจนถึงบริการในส่วนเวลเนส และสินค้ากลุ่มพรีเวนทีฟ เพราะแอปพลิเคชั่นนี้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่ยังไม่ป่วยแต่ต้องการดูแลสุขภาพ 60% และลูกค้ากลุ่มที่ป่วยแล้ว 40%“

ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ จะลอนช์ 6 ผลิตภัณฑ์ที่เหลือ เช่น เฮลท์แพ็กเกจ, เช็กอัพสุขภาพ โฮมแลป โฮมแคร์ เป็นต้น

สำหรับทาร์เก็ตที่คาดหวังมองไว้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่รักสุขภาพ หรือมีอาการป่วย
  • กลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ที่ต้องการดูแลสุขภาพพนักงาน โดยปี 2566 นำร่องที่กลุ่มลูกค้าองค์กรบริษัท ปตท.สผ. ด้วย Ultimate Corporate Check Up ที่เชื่อมโยง Health Records มาไว้ในแอปและการนำเสนอแพ็กเกจสุขภาพที่เหมาะกับพนักงาน
  • Tourism Market มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบปลอดภัย โดยเริ่มโครงการกับสายการบิน Bangkok Airways เอื้อประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทย-ต่างชาติ ได้ใช้บริการด้านสุขภาพที่สามารถติดตัวไว้ใช้ได้ทั่วประเทศ

สำหรับ BeDee เปิดบริการตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ทั้งในแอปพลิเคชั่นและในเว็บไซต์ ขณะที่ในอนาคตมองการเปิดบริการอยู่ที่ 24 ชม. โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถเข้าไปชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดดิจิทัลเฮลท์ได้ 30-40% จากจำนวนผู้ใช้ 20 ล้านคน รวมถึงศึกษาแผนนำแอปตีตลาดอาเซียนในบริเวณที่มีเครือข่าย รพ.ของ BDMS อยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...