BDMS ปั้น BeDee แอปสุขภาพ ราคาถูกกว่าไป รพ. ปรึกษาหมอ 299 บาท
"BDMS" ควักเงิน 300 ล้านบาท พัฒนาดิจิทัลเฮลท์แคร์ เปิดตัวแอปพลิเคชั่น BeDee ปรึกษาหมอ เริ่มต้น 299 บาท พยาบาลปรึกษาฟรี ส่งยาถึงบ้าน ขายสินค้าสุขภาพ ตั้งเป้าชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดได้ 30-40% จากผู้ใช้งาน 20 ล้านคน
พันตรี สมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เฮลท์ พลาซ่า จำกัด ในเครือบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยว่า ตั้งแต่ช่วงการการแพร่ระบาดโควิดที่ผ่านมา ผลักดันผู้บริโภคหันมาใช้บริการดิจิทัลเฮลท์แคร์ การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (เทเลเมดิซีน) การปรึกษาเภสัชกรออนไลน์ (ฟาร์มาดิซีน) และการซื้อสินค้าสุขภาพทางออนไลน์ เติบโต 20% มีผู้ใช้งานทะลุ 20 ล้านคน ในไทย
ส่งผลให้ BDMS ลงทุน 300 ล้านบาท พัฒนาแอปพลิเคชั่น BeDee เพื่อขยายบริการสุขภาพไปสู่ผู้บริโภคให้ใกล้ชิดขึ้น ซึ่งมีราคาย่อมเยากว่าการไปโรงพยาบาลโดยตรง
ซึ่งภายในแอปฯ มีแพทย์เฉพาะทาง 30 สาขา จำนวน 600 คน จากเเครือข่าย รพ. 58 แห่ง โดยไตรมาส 4 นำร่อง 3 บริการ จากทั้งหมด 9 บริการ ได้แก่
- Teleconsultation บริการปรึกษาอาการป่วยจากทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 สาขา จากเครือ BDMS มีอัตราค่าบริการ ดังนี้
-ปรึกษาเบื้องต้นกับผู้เชี่ยวชาญ (พยาบาล) ฟรี
-ปรึกษาแพทย์ทั่วไป 299 บาท/20 นาที
-ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง 499 บาท/20 นาที
อย่างไรก็ดี หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น จะนำส่งผู้ป่วยจากออนไลน์เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในเครือต่อไป - Telepharmacy บริการปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรฟรี พร้อมจัดส่งยาถึงบ้าน โดยใช้เครือข่ายร้านขายยาเซฟดรัก (SAVE DRUG) ที่มี 80 สาขา เป็นจุดรับ-ส่งยา กรณีร้านขายยาไม่มียาตัวนั้น ๆ จะใช้เครือข่าย รพ. ในเครือ ส่งต่อยาอีกที
- Health Mall ศูนย์รวมสินค้าทางการแพทย์และสินค้าเพื่อสุขภาพ พร้อมกับสินค้าเฉพาะกลุ่มโรค แอป BeDee ถูกพัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญหลากหลายแขนงจากBDMS
“BeDee จะเข้ามาเป็นส่วนสนับสนุนธุรกิจทั้งเครือ โดยเชื่อมคนไข้กับ รพ. หรือร้านขายยาเซฟดรักของกลุ่มบริษัทฯ ไปจนถึงบริการในส่วนเวลเนส และสินค้ากลุ่มพรีเวนทีฟ เพราะแอปพลิเคชั่นนี้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่ยังไม่ป่วยแต่ต้องการดูแลสุขภาพ 60% และลูกค้ากลุ่มที่ป่วยแล้ว 40%“
ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทฯ จะลอนช์ 6 ผลิตภัณฑ์ที่เหลือ เช่น เฮลท์แพ็กเกจ, เช็กอัพสุขภาพ โฮมแลป โฮมแคร์ เป็นต้น
สำหรับทาร์เก็ตที่คาดหวังมองไว้ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- กลุ่มลูกค้าทั่วไป (B2C) ที่รักสุขภาพ หรือมีอาการป่วย
- กลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ที่ต้องการดูแลสุขภาพพนักงาน โดยปี 2566 นำร่องที่กลุ่มลูกค้าองค์กรบริษัท ปตท.สผ. ด้วย Ultimate Corporate Check Up ที่เชื่อมโยง Health Records มาไว้ในแอปและการนำเสนอแพ็กเกจสุขภาพที่เหมาะกับพนักงาน
- Tourism Market มุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวแบบปลอดภัย โดยเริ่มโครงการกับสายการบิน Bangkok Airways เอื้อประโยชน์ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทย-ต่างชาติ ได้ใช้บริการด้านสุขภาพที่สามารถติดตัวไว้ใช้ได้ทั่วประเทศ
สำหรับ BeDee เปิดบริการตั้งแต่ 09.00-22.00 น. ทั้งในแอปพลิเคชั่นและในเว็บไซต์ ขณะที่ในอนาคตมองการเปิดบริการอยู่ที่ 24 ชม. โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถเข้าไปชิงมาร์เก็ตแชร์ตลาดดิจิทัลเฮลท์ได้ 30-40% จากจำนวนผู้ใช้ 20 ล้านคน รวมถึงศึกษาแผนนำแอปตีตลาดอาเซียนในบริเวณที่มีเครือข่าย รพ.ของ BDMS อยู่