โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ราคาน้ำมันเบนซินลดลงแล้ว เช็กสถานะกองทุนน้ำมันติดลบเท่าไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 09.24 น.

สถานะกองทุนน้ำมันฯยังไหวอยู่ ปีนี้ติดลบ 75,625 ล้านบาท ลดลงจากไป 55,357 ล้านบาท

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 รายงานข่าวระบุว่า การลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินในวันแรก ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ที่ให้ปรับลดราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 ลง 2.50 บาทต่อลิตร เหลือ 35.48 บาท และลดราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 1 บาทต่อลิตร เหลือ 37.25 บาท เป็นเวลา 3 เดือน นับจาก 7 พฤศจิกายน-31 มกราคม 2567 โดยใช้ลดภาษีสรรพสามิต และนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุ้มราคาน้ำมัน ซึ่งคาดว่าจะวงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ตรวจสอบสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงล่าสุดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ติดลบ 75,625 ล้านบาท น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 130,982 ล้านบาท หรือติดลบน้อยกว่า 55,357 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากแบ่งเป็นสถานะในส่วนของบัญชี LPG ติดลบ 45,440 ล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบ 43,109 ล้านบาท ส่วนบัญชีน้ำมันติดลบ 30,185 ล้านบาทจากปีก่อน บัญชีน้ำมันติดลบ 87,873 ล้านบาทแล้ว

สาเหตุที่สถานะกองทุนน้ำมันฯติดลบทะลุ 1.3 แสนล้านบาทในปีก่อน มาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์สู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จนกลายเป็นวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงราคาน้ำมันดีเซล (Gas Oil) ในปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 135.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 74.26%

ซึ่งปีก่อนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน และผู้ประกอบการ อาทิ การทยอยปรับราคาแก๊สหุงต้ม (LPG) แบบขั้นบันได จากเดิมตรึงราคาไว้ที่ 318 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม เพิ่มเป็น 408 บาท/ถัง 15 กิโลกรัม

อีกทั้งยังมีการบริหารราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม จากเดิมตรึงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร มาอยู่ที่ไม่เกิน 35 บาท/ลิตร จากการดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้น ทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2565 มีสถานะติดลบมากกว่า 130,000 ล้านบาท

ทำให้กองทุนน้ำมันฯขาดสภาพคล่อง และมีหนี้เงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงค้างชำระแก่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเงินจำนวนมาก จึงได้มีการเปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินและกรอบวงเงินกู้ตามวรรคสามในมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562

ส่วนในปีนี้ นายวิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) ระบุว่า หากราคาน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปในตลาดโลกปรับขึ้นไปเฉลี่ย 130 เหรียญ/บาร์เรล สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคาดการณ์ว่า ในปีนี้กองทุนน้ำมันฯ มีโอกาสจะติดลบถึง 90,000-100,000 ล้านบาท แต่ก็ยัง “ต่ำกว่า” ภาพรวมกองทุนน้ำมันฯในปี 2565 ที่เคยติดลบถึง -130,000 ล้านบาท เนื่องจากในขณะนั้นราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นไปสูงถึง 176 เหรียญ/บาร์เรล

โดย สกนช.ได้ทำสัญญาเงินกู้ 50,333 ล้านบาท ลอตที่สอง จากที่กู้ไปก่อนหน้านี้ 55,000 ล้านบาท รวม 1 แสนล้านบาท เพื่อมาใช้ในการดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ แต่ทั้งนี้ การกู้ยังไม่เต็มวงเงินพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2565 วงเงิน 150,000 ล้านบาท หรือเหลืออีกประมาณ 40,000 ล้านบาท แต่สิ้นสุดระยะเวลาบังคับใช้ไปเสียก่อน

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดย สกนช.มองว่าหากระดับราคาน้ำมันไม่เกินจากสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ไม่จำเป็นจะต้องขยายวงเงินกู้เพิ่ม และคาดว่าเม็ดเงินที่เหลือในมือจะสามารถบริหารจัดการได้ไปถึงต้นปี 2567

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...