โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บางกอกแอร์เวย์ส เปิดรูตบินใหม่ 13 เส้นทาง รับท่องเที่ยวฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2565 เวลา 08.26 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 13.30 น.

“บางกอกแอร์เวย์ส” รุกเปิดรูตบินใหม่ทั้งในประเทศ-ระหว่างประเทศ 13 เส้นทาง พร้อมอัดกิจกรรม-แคมเปญการตลาดกระตุ้นตลอดปี มั่นใจสิ้นปีมีรายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร 8,175 ล้านบาท

วันที่ 9 มิถุนายน 2565 นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว และกลับมาสู่ภาวะปกติได้ในช่วงอีก 2 ปีข้างหน้า สอดรับกับทิศทางการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ทั้งนี้ จากรายงานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA ได้คาดการณ์ว่าทิศทางของอุตสาหกรรมการบินโลกจะกลับมาสู่ภาวะปกติในปี 2567 และคาดว่าการเดินทางในยุโรปและอเมริกาเหนือจะเริ่มฟื้นตัวเข้าสู่ภาวะปกติในปี 2566 ซึ่งเป็นการฟื้นตัวเร็วกว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

นายพุฒิพงศ์กล่าวว่า “ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วงไตรมาสแรกมีการขยายตัวสูง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศไทย โดยในส่วนของบางกอกแอร์เวย์สนั้นได้เพิ่มเที่ยวบินรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศรวม 5,037 เที่ยวบิน ส่งผลให้ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีจำนวนขนส่งผู้โดยสารกว่า 3.7 แสนคน หรือเติบโตร้อยละ 146 รายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเท่ากับ 931 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 208 และปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เท่ากับ 336.9 ล้านที่นั่ง-กม. เพิ่มขึ้นร้อยละ 116 เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564”

นายพุฒิพงศ์กล่าวด้วยว่า สายการบินพันธมิตร ทั้งความร่วมมือในระดับ Codeshare และ Interline เริ่มส่งสัญญาณที่ดีของการกลับมาจากการเปิดประเทศของประเทศไทย และนโยบายการเปิดประเทศของหลายประเทศโดยเฉพาะยุโรปซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญ

โดยสัดส่วนรายได้จากสายการบินพันธมิตรคิดเป็นร้อยละ 18 ของรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารทั้งหมด ทั้งนี้ สายการบินพันธมิตร 3 อันดับแรกที่มียอดรวมรายได้สูงสุด ได้แก่ กาตาร์แอร์เวย์ส เอมิเรตส์ และออสเตรียน แอร์ไลน์

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทให้บริการเที่ยวบินในเส้นทางภายในประเทศ 11 เส้นทาง และเส้นทางระหว่างประเทศ 2 เส้นทาง โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 บริษัทเล็งเห็นถึงความต้องการในการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงเตรียมเปิดเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อรองรับการเดินทางจำนวน 13 เส้นทาง

โดยในไตรมาส 3 จะเปิดเส้นทางบินใหม่ 2 เส้นทาง ได้แก่ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ และสมุย–หาดใหญ่ เริ่มวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 และกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินทั้งในเส้นทางบินภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ได้หยุดทำการบินไปชั่วคราว ได้แก่ เส้นทาง สมุย-เชียงใหม่ เริ่ม 1 กรกฎาคม 2565 กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ เริ่ม 22 กรกฎาคม 2565 กรุงเทพฯ-เสียมเรียบ เริ่ม 1 สิงหาคม 2565 กรุงเทพฯ-ดานัง เริ่ม 1 กันยายน 2565 และสมุย-ฮ่องกง เริ่ม 1 กันยายน 2565

ส่วนในไตรมาส 4 คาดว่าจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินในอีก 6 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทาง เชียงใหม่-กระบี่ เชียงใหม่-ภูเก็ต สมุย-กระบี่ กรุงเทพฯ-หลวงพระบาง กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง และกรุงเทพฯ-ฟูโกว๊ก

โดยได้วางเป้าหมาย ในปี 2565 โดยคาดการณ์ว่าจะมีเที่ยวบินทุกเส้นทางบินรวม 34,000 เที่ยวบิน ปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร 3,080 ล้านที่นั่ง-กม. จำนวนผู้โดยสาร 2.64 ล้านคน รายได้จากการขนส่งผู้โดยสาร อยู่ที่ 8,175 ล้านบาท อัตราขนส่งผู้โดยสาร 73% และคาดว่าราคาตั๋วเฉลี่ยต่อเที่ยวอยู่ที่ 3,100 บาท

“ในปี 2562 เรามีเครื่องบินรวม 40 ลำ ปี 2563 ลดเหลือ 39 ลำ ปี 2564 เหลือ 37 ลำ และคาดว่าปีนี้จะลดเหลือ 30 ลำ ซึ่งปัจจุบันยังใช้งานทั้งหมด ซึ่งหากแผนเปิดประเทศได้รับการตอบรับดีกว่าที่คาดการณ์ก็น่าจะทำให้ปริมาณการใช้เครื่องบินมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น และหากอุตสาหกรรมกลับมาฟื้นตัวเราก็พร้อมที่จะรับเครื่องบินใหม่เข้ามาเสริมฝูงบิน เพื่อให้สามารถมีรายได้รวมได้ใกล้เคียงกับปี 2562 ได้ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า” นายพุฒิพงศ์กล่าว

ด้านนายอนวัช ลีละวัฒน์วัฒนา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายงานการเงินและบัญชี บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2565 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 1,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1 เทียบกับปี 2564

โดยมีปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบัตรโดยสารของธุรกิจการบิน ธุรกิจสนามบิน และรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานเท่ากับ 826.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.3 โดยเฉพาะส่วนของต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.5 ได้แก่ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุงเครื่องบิน และค่าบริการผู้โดยสาร

“ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน ที่สามารถฟื้นตัวหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการการเดินทาง และเปิดประเทศ ได้แก่ บริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด มีรายได้รวม 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 190 เทียบจากปี 2564 บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด หรือ BFS Ground ผู้ให้บริการด้านผู้โดยสาร ด้านภาคพื้นและด้านคลังสินค้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิ มีรายได้รวม 330 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 โดยให้บริการเที่ยวบินจำนวน 9,365 เที่ยวบิน สำหรับ บริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด หรือ BFS Cargo ธุรกิจคลังสินค้าระหว่างประเทศมีรายได้รวม 529 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 เทียบจากปี 2564 เนื่องจากมีการขนส่งสินค้าลดลง 17,709 ตัน โดยมีปริมาณสินค้าที่ขนส่ง 109,547 ตัน”

ทั้งนี้ บริษัทยังคงดำเนินการตามแผนในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เน้นเรื่องที่สำคัญ ได้แก่ การบริหารฝูงบิน การปรับเส้นทางบินให้ตรงกับความต้องการในการเดินทาง การปรับลดค่าใช้จ่าย การจัดการด้านบุคลากรให้เหมาะสม และการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท กรุงเทพ รีทแมเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อยื่นจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินการบินกรุงเทพภายใต้โครงการสนามบินสมุย โดยคาดการณ์เสนอขายภายในช่วงกลางปีนี้

ขณะที่นางสาวอมรรัตน์ คงสวัสดิ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาด บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2565 บริษัทได้วางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว และสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ พร้อมจัดแคมเปญกระตุ้นการขายและออกโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดจนถึงสิ้นปี การขยายช่องทางการจำหน่ายบัตรโดยสารให้ครอบคลุมออนไลน์และออฟไลน์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

รวมถึงประสานความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับผู้โดยสารในราคาที่คุ้มค่า ทั้งนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดผ่านแคมเปญ “คิดถึง…ให้ถึง” โดยมี ญาญ่า อุรัสยา เป็นพรีเซ็นเตอร์ นำเสนอภาพลักษณ์ของแบรนด์ในการให้บริการที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับเอเชียบูทีคแอร์ไลน์

บริษัทได้สนับสนุนนโยบายของภาครัฐอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด อาทิ โครงการสมุยพลัส แซนด์บอกซ์ ตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2564 – 30 เมษายน 2565 โดยได้จัดเที่ยวบินพิเศษ ให้บริการเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางต่อเครื่องจากต่างประเทศ และเดินทางมายังสมุยในเส้นทาง ไป – กลับ กรุงเทพฯ – สมุย โดยจำนวนเที่ยวบินที่ให้บริการทั้งหมดรวม 688 เที่ยวบิน จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าพื้นที่ทั้งหมด 34,569 คน

ส่วนโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ภาพรวมเฟส 1 – 4 ระยะเวลาตั้งแต่ 18 กรกฎาคม 2563 – 31 พฤษภาคม 2565 จำนวนผู้โดยสาร 103,154 คน โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยม ได้แก่ เกาะสมุย ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ได้แก่ การแข่งขันวิ่ง Bangkok Airways Boutique Series Half Marathon 2022 ซึ่งจัดในเดือนมิถุนายน- เดือนตุลาคม 2565 รวม 5 สนาม ได้แก่ สมุย ลำปาง ตราด พังงา สุโขทัย และ กิจกรรมการเล่นเซิร์ฟ Bangkok Airways Surf Festival 2022 มีเป้าหมายกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว คาดว่าจะจัดงานในช่วงเดือนกันยายน 2565 ณ หาดเมมโมรี่ บีช เขาหลัก จ.พังงา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...